
รุกวิจัยข้าวทนเค็มเตรียมประกาศพันธุ์
รุกวิจัยข้าวทนเค็มเตรียมประกาศพันธุ์ ผสมวิตามิน -เบต้าแคโรทีน
29ต.ค.2557 นายสุทัศน์ เศรษฐบุญสร้าง กรรมการ สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ. หรือ อีรี่ กล่าวว่าจากสภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำทะเลสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่สำหรับปลูกพืชหายไป ผลผลิตต่อไร่ลดลง. ทางอี่รี่ได้ศึกษาเรื่องนี้และสร้างสมมุติฐานกรณีเมื่อน้ำทะเลสูงขึ้น1เมตรพื้นที่การปลูกข้าวจะหายไปอย่างมหาศาล เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในที่ลุ่ม ปัญหานี้ทำให้ทั่วโลกมีความกังวลเรื่องความมั่นคงทางด้านอาหารว่าจะมีปริมาณที่ลดลงในอนาคต
ดังนั้นประเทศที่ไม่สามารถผลิตข้าวได้ในปัจจุบันหรือผลิตได้ไม่เพียงพอกัยความต้องการ จึงออกไปหาพื้นที่ปลูกอื่น. เช่น ประเทศตะวันออกกลาง ไปทดลองปลูกในแอฟริกาใต้ จีน. เวียดนามเข้าไปลงใน กัมพูชา พม่า เป็นต้น. ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้สามารถทำได้ง่ายขึ้น โดยเป็นไปตามเงื่อนไขของข้อตกลงองค์กรระหว่างต่างประเทศต่างๆ ในขณะเดียวกัน ความกังวลเรื่องสุขภาพ ทำให้ผู้บริโภค มีความต้องการสารอาหารในข้าวมากกว่าคาร์โบไฮเดรต ดังนี้เพื่อให้ก้าวผ่านปัญหาเหล่านี้ อีรี่จึงมุ่งการวิจัยพันธุ์ข้าวที่ทนร้อน สามารถปลูกได้ในน้ำเค็ม ให้ผลผลิตต่อไร่ที่ดี ซึ่งการวิตัยได้วก้าวหน้าไประดับหนึ่งแล้วอีกทั้งในเร็วๆนี้อีรี่จะประกาศผลการวิจัยพันธุ์ข้าวที่มีวิตามินเอ เบตาแคโรทีน ด้วย
"ผลผลิตข้าวที่มีมากในโลกนี้ ส่วนหนึ่งยังมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนในผู้บริโภคบางกลุ่มทั้งเชิงปริมาณและ การขาดแคลนธาตุอาหาร ดังนั้น เขาต้องการพันธุ์ข้าวตรงนี้ ถ้าการวิจัยประสบผลสำเร็จ. และมีการนำไปต่อยอดจะทำให้ข้อกังวลต่างๆ คลายลง". นายสุทัศน์. กล่าว
สศก.ระบุราคาข้าว-ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ -ข้าวโพดหวานแนวโน้มลดลง
นายสุรศักดิ์ พันธ์นพ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในการประชุมคณะทำงานพัฒนาสารสนเทศการเกษตรระดับประเทศว่า สถานการณ์ด้านการผลิตและการตลาดของสินค้าการเกษตรที่สำคัญของไทย โดยราคาที่เกษตรกรขายได้ ณ ไร่นาของพืชไร่ที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดหวาน และข้าวโพดฝักอ่อน มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา
สำหรับราคาข้าวในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง แม้ว่าปริมาณความต้องการยังมีอยู่มาก เนื่องจากประเทศไทยและประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่มีข้าวที่อยู่ในสต็อกจำนวนมาก ด้านสินค้าประมง ปัญหาโรคตายด่วน (EMS) ยังคงส่งผลกระทบต่อผลผลิตกุ้งของประเทศไทย โดยตัวเลขประมาณการปรับตัวลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.5 - 3 แสนตัน เหลือเพียง 2 - 2.2 แสนตัน ซึ่งปัญหาดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมงได้จัดหาพ่อแม่พันธุ์กุ้งจำนวน 1,500 คู่ เพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงในการเพิ่มปริมาณผลผลิตให้เพิ่มมากขึ้นแล้ว นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะให้มีการปรับแก้กฎข้อบังคับในการนำเข้ากุ้งต้มจากประเทศบราซิลและอินโดเนีเซียเพื่อช่วยการผลิตและแปรรูปเพื่อการส่งออกของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสินค้าปศุสัตว์ คณะทำงานฯ จะได้หารือถึงการปรับโครงสร้างทางการผลิตของสินค้าโคนมเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันต่อไป
ทั้งนี้ คณะทำงานพัฒนาสารสนเทศการเกษตรระดับประเทศ จะมีการประชุมทุกไตรมาส เพื่อพิจารณาสรุปรายงานสถานการณ์สินค้าทางการเกษตรที่สำคัญรวม 20 สินค้า เพื่อนำเสนอผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระยะต่อไป



