ไลฟ์สไตล์

ส่งวัฒนธรรมอาหารสู่ชาวโลก

ส่งวัฒนธรรมอาหารสู่ชาวโลก

30 ต.ค. 2557

ศิลปวัฒนธรรม : ส่งวัฒนธรรมอาหารสู่ชาวโลก

 
               "ศาลาไทย" หรือ ไทย พาวิลเลี่ยน ในงานเวิลด์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ผ่านๆ มา มักออกแบบให้มีสถาปัตยกรรมไทยประเพณี รูปทรงปราสาท ราชวัง หรืออย่างน้อยต้องมีหน้าบัน ช่อฟ้า ใบระกา และลวดลายไทย แต่ในงาน "มหกรรมโลก มิลาน 2015" ที่ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 ตุลาคม 2558 ดูเหมือนหลายอย่างได้ถูกตีความต่างออกไป จากอาคารจัดแสดงทรงไทยแปรเปลี่ยนเป็นงานออกแบบเชิงสัญลักษณ์ตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานปีนี้ที่ว่า "อาหารหล่อเลี้ยงโลก พลังงานหล่อเลี้ยงชีวิต" โดยเน้นเนื้อหาเรื่องความมั่งคั่ง มั่นคง ด้านการเป็นแหล่งผลิตอาหารป้อนชาวโลกของไทย
 
               ล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แม่งานใหญ่ได้อุ่นเครื่องด้วยการจัดงานนิทรรศการจำลองอาคารแสดงประเทศไทย โดยเนรมิตลานสกายฮอลล์ ชั้น 3  ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว เป็นศาลาไทยขนาดย่อม โดย โอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า งานนี้ถือเป็นเกียรติภูมิของประเทศ ไทยเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหาร มีเอกลักษณ์  และความโดดเด่นในเชิงประวัติศาสตร์ สังคม วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต กระทรวงเกษตรฯ จึงได้คัดเลือกหัวข้อหลักการเข้าร่วมงานคือ “Nourishing and Delighting the World : การเลี้ยงดูโลกอย่างยั่งยืน” ด้วยพัฒนาการอย่างต่อเนื่องยาวนาน และศักยภาพ ในการเป็นแหล่งและ “ครัวของโลก” ผลิตอาหารที่มีคุณภาพ รวมทั้งการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและเอกลักษณ์ไทย เพื่อสรรค์สร้างผลผลิต “ไทยแลนด์แบรนด์” อาหารเลี้ยงดูผู้คนทั่วโลก ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่เรื่องศักยภาพในการผลิตอาหารที่ได้มาตรฐานระดับโลก ทั้งรสชาติ บรรจุภัณฑ์หีบห่อ ทั้งนี้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานวันชาติไทย ในวันที่ 24 สิงหาคม 2558 ด้วย
 
               แม้ว่ารูปทรงศาลาไทยหนนี้จะดูผิดแผกไป ทว่าในความต่างนั้นสื่อถึงความเป็นไทยได้อย่างลึกซึ้ง แค่ร่างแบบก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้สื่อท้องถิ่นในอิตาลี จนกระพือข่าวว่าเป็นหนึ่งในจำนวนหลายสิบอาคารที่มีความน่าสนใจที่สุดของเวิลด์ เอ็กซโปปีนี้ เกี่ยวกับแรงบันดาลใจ สมิตร โอบายะวาทย์ หัวหน้าคณะออกแบบอาคารแสดงประเทศไทย เล่าว่า งานสถาปัตยกรรมจะต้องสื่อถึงสิ่งสำคัญ คือ สะท้อนความคิดหลักของงานให้มีความเป็นไทย และสะท้อนถึงผู้ผลิตอาหาร อันได้แก่ ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ จึงทำให้เกิดแนวคิดในการออกแบบเป็นสถาปัตยกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่ลงลึกถึงวิถีชีวิตคนไทยจริงๆ
 
               "จุดนำสายตาที่เห็นแล้วต้องสะดุดคือรูปทรงหมวกสานโปรงๆ กึ่งกลางอาคาร ได้แรงบันดาลใจจาก “งอบ” สัญลักษณ์แห่งวิถีการเกษตรไทย ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น แต่หากนับตั้งแต่ทางเข้าจะเห็น “พญานาค 5 เศียร” สัญลักษณ์แห่งความเชื่อเกี่ยวกับน้ำ ซึ่งคนไทยใช้ในพิธีกรรม และสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ อย่างแพร่หลาย และนาคยังเป็นตัวแทนความอุดมสมบูรณ์ในการทำการเกษตร มีพิธีซึ่งเกี่ยวกับน้ำมากมาย และแรงบันดาลใจสุดท้ายมาจาก “ฐานเจดีย์” สัญลักษณ์แห่งความศรัทธา รูปแบบของงานสถาปัตยกรรมไทยประเพณี ที่มีแบบแผนแต่นำมาใช้รูปแบบที่ลดทอนรายละเอียด โดยบริเวณรอบอาคารยังแสดงนาข้าวจำลอง มีสาธิตการเก็บเกี่ยวข้าวโดยชาวนา เชื่อว่าจะสร้างความตื่นตาให้ชาวต่างชาติได้แน่นอน" หัวหน้าทีมออกแบบ เผย
 
               ภายในอาคารพื้นที่ใช้สอย 3,000 ตารางเมตร อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาที่นำเสนอผ่าน "วิชวลเอฟเฟค" หรือการสร้างภาพสามมิติด้วยคอมพิวเตอร์ผสมผสานการถ่ายทำภาพยนตร์ในระบบดิจิทัลเพื่อให้ได้ภาพที่มีความสมจริง ซึ่ง อุปถัมป์ นิสิตสุขเจริญ ตัวแทนกิจกรรมร่วมค้า เวิร์คไร้ท์ ผู้รับผิดชอบ เล่าว่า ได้ผนึกกำลังกับบริษัทเวิร์คพอยท์ จำกัด (มหาชน) ช่วยกันตกผลึกแนวความคิดเนื้อหาหลักของงานออกมาเป็นนิทรรศการ 5 โซน ได้แก่ โซน เอ " หลากรสชาติ หลายวิถี...ชีวิตไทย" นำเสนอวัฒนธรรมการกินอันหลากหลายของคนไทย ซึ่งทั้งหมดสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาในการเลือกสรรทรัพย์ในดิน สินในน้ำ ถัดมาโซนบี "รากฐานแห่งคุณภาพ" จากภูมิปัญญาในการสร้างสรรค์อาหารไทยสู่การแปรรูป การเก็บรักษา เทคโนโลยีการถนอม และบรรจุหีบห่อ เข้าสู่โซน ซี "ครัวไทยสู่ครัวโลก" อาหารไทยช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารทั้งด้านปริมาณ และคุณภาพอย่างยั่งยืน โซน ดี "สมดุลแห่งชีวิตที่ยั่งยืน" และโซน อี "กษัตริย์แห่งเกษตร" เล่าเรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นปราชญ์แห่งดินและน้ำ และพระราชทานโครงการตามแนวพระราชดำริกว่า 4.000 โครงการเพื่อเกษตรกรไทยจนทั่วโลกให้การยกย่อง
 
               "ตอนนี้ตัวอาคารได้สร้างไปแล้วกว่าร้อยละ 40 รวมถึงการคัดเลือกแอมบาสซาเดอร์จากหลายพันคนให้เหลือ 40 คน มีการอบรมทั้งในเมืองไทยและที่อิตาลีตลอด 1 เดือนก่อนงานจะเริ่ม เนื้อหาจะถูกย่อยให้สั้น กระชับ และเข้าใจง่าย ไฮไลท์อยู่ที่ห้องครัวไทยสู่ครัวโลกทำเป็นวิชวลให้คนเข้าไปอยู่ในสายพานการผลิตอาหาร สร้างความมั่นใจว่าไทยมีมาตรฐานระดับโลก ที่แน่ๆ มีส้มตำ, ผัดไท,ต้มยำกุ้ง และข้าวเหนียวมะม่วงมายั่วน้ำลาย พอออกจากห้องนี้ปุ๊บก็จะมีซูเปอร์มาร์เก็ตอาหารไทยคุณภาพส่งออกลักษณะเรดี้ทูคุ๊ก-ทูโก ให้ซื้อกลับไปลองทำเองที่บ้าน เชื่อว่าการลงทุนกว่า 700 ล้านบาท ตั้งเป้าผู้ชมรอบละ 200 คน รวมตลอดการจัดงานน่าจะถึง 2 ล้านคน หรือแค่ร้อยละ 10 ของคนเข้าชมงานทั้งหมดก็ประสบความสำเร็จแล้ว เป็นโอกาสของเกษตรกรไทย ผู้ผลิตอาหารจะได้สู่ชาวโลกอย่างยั่งยื่น" ผู้รับผิดชอบเนื้อหาของงาน แสดงความคาดหวัง
 
               นอกจากนี้ ก่อนเข้าศาลาไทยยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยสวยๆ เป็นการเรียกน้ำย่อย ไม่ว่าจะเป็น สีสันผีตาโขน, ส้มตำ, ประชันเปิงมางคอก และมวยไทย โดยนิทรรศการจำลองเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ผู้สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandpavilionexpo2015.com