ไลฟ์สไตล์

ส่งเสริมเด็กไทยรักการอ่าน

ส่งเสริมเด็กไทยรักการอ่าน

28 ต.ค. 2557

โซไซตี้ : ส่งเสริมเด็กไทยรักการอ่าน

 
                             ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการอ่าน โดยเน้นไปที่เด็กและเยาวชนซึ่งจะก้าวไปเป็นอนาคตของชาติ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด จึงได้เปิดตัวร้านหนังสือเด็กและเยาวชนครั้งแรกในประเทศไทย ในชื่อ "แว่นแก้ว" เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยหันมาใส่ใจการอ่านยิ่งขึ้น ในการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดร้าน โดยมี สุวดี จงสถิตย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการฯ นำคณะผู้จัดงานและแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน อาทิ หม่อมดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา, พิชัย-คิม-เจน จงสถิตย์วัฒนา, ฮาราลด์ ลิงค์, วิภาดา-"โน้ต" ณรัณ ธรรมาวรานุคุปต์, "แอน" บุษบา จิราธิวัฒน์, "หนูนา" กัญจนา ศิลปอาชา ฯลฯ เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ ณ  บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด ซอยสุขุมวิท 31 เมื่อวันก่อน
 
                             ร้านหนังสือ "แว่นแก้ว" ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนามซึ่งเป็นพระนามแฝงในการพระราชนิพนธ์และทรงแปลวรรณกรรมสำหรับเด็ก โอกาสนี้ทอดพระเนตรนิทรรศการ "ไลฟ์ เจอร์นี่ย์ ออฟ เลิร์นนิ่ง : เส้นทางชีวิตแห่งการเรียนรู้" และ "วาย ชิวเดร้นท์'ส บุ๊คส์ แม็ตเทอร์ : ทำไมหนังสือเด็กและเยาวชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ" อย่างสนพระราชหฤทัย โดยนิทรรศการดังกล่าวจัดแสดงที่ร้านแว่นแก้ว พร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าชมจนถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้
 
                             พร้อมกันนี้  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงลงพระนามาภิไธยในหนังสือ "นิทานโกหกเยอรมันของ บารอน ฟอน มึนซ์เฮาเซ่น" เป็นการเปิดตัวพระราชนิพนธ์แปลเล่มล่าสุด ลำดับที่ 10 ที่สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์จัดพิมพ์ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยนิทานโกหกเยอรมันของ บารอน ฟอน มึนซ์เฮาเซ่น ได้รวบรวมนิทานโกหกยอดนิยมของชาวเยอรมันไว้ถึง 22 เรื่อง จัดเป็นชุดเรื่องเล่าสำคัญในกลุ่มเรื่องเล่าพื้นบ้าน ประเภทตลกของเยอรมันในอดีต
 
                             นิทานโกหกที่มึนซ์เฮาเซ่นเล่าให้มิตรสหายฟังในยามค่ำคืน ขณะดื่มไวน์ด้วยกันอย่างสนุกสนานเมื่อ 250 ปีก่อน ต่อมาถูกนำไปรวมเล่มพิมพ์ขายเป็นภาษาอังกฤษที่ลอนดอนโดยไม่ใส่ชื่อผู้แต่ง หนังสือขายดีมาก หลังจากนั้นกวีและนักเขียนชาวเยอรมันได้นำมาแปลกลับเป็นภาษาเยอรมัน พิมพ์เผยแพร่โดยเพิ่มเรื่องใหม่ๆ เข้าไปอีก นับได้ทั้งหมด 45 เรื่อง กลายเป็นต้นฉบับสำคัญในวงวรรณกรรมเรื่องเล่าพิ้นบ้านเยอรมันในเวลาต่อมา โดยมีการทำเป็นหนังสืออ่านสำหรับเด็กด้วย จากนั้นได้รับการรวมพิมพ์เป็นหลายภาษา ทำให้เรื่องราวเป็นที่แพร่หลาย มีผู้นิยมอ่านกันมาก ด้วยเนื้อเรื่องที่สนุกสนาน เปี่ยมจินตนาการ อารมณ์ขัน อีกทั้งยังสะท้อนวีถีชีวิตของชาวเยอรมันในสมัยนั้น ในแง่ของการเดินทางท่องเที่ยว การล่าสัตว์ และการทำสงคราม จึงกลายเป็นรูปแบบของนิทานโกหกในวรรณคดีพื้นบ้านไปในที่สุด