
'สายช่างทางรอดประเทศไทย'วิสัยทัศน์ดร.สาธิต
27 ต.ค. 2557
'สายช่างทางรอดประเทศไทย'วิสัยทัศน์ดร.สาธิต พุทธชัยยงค์ อธิการ มทร.กรุงเทพ : หทัยรัตน์ ดีประเสริฐรายงาน
"ภาพรวมตัวเลขนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีอัตราลดลง สาเหตุมาจากการให้กำเนิดประชากรลดลง แต่ขณะเดียวกันมีความแตกต่าง ระหว่างจำนวนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีอยู่โดยเฉลี่ยจำนวน 4 แสนคน นักเรียนระดับชั้น ปวช. เฉลี่ยจำนวน 2 แสนคน ซึ่งตามแผนพัฒนาประเทศเด็กควรจะเรียนสายช่างมากกว่าสายสามัญ ดังนั้นคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงาน จะต้องทำงานร่วมกันตั้งแต่การวางระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับภาคการผลิตและบริการที่จะมีผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ" ดร.สาธิต พุทธชัยยงค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) กล่าว
ขณะเดียวกัน การส่งเสริมให้เด็กเรียนสายช่าง ผู้ประกอบการต้องสนับสนุนการฝึกงานหรือสหกิจศึกษาอย่างจริงจังและเป็นระบบ กำหนดค่าตอบแทนแรงงานฝีมือตามสมรรถนะมากกว่าการกำหนดตามวุฒิการศึกษา และลดช่องว่างเงินเดือนระหว่างช่างเทคนิคและระดับปริญญาตรีให้แคบลงเพื่อจูงใจให้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับ ปวช. และ ปวส. เข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ควรส่งเสริมให้มีการศึกษาต่อเนื่องในสายวิชาชีพเดิมให้มากขึ้นแทนที่จะเปลี่ยนไปเรียนต่อในสาขาที่ไม่สอดคล้องกับภาคเศรษฐกิจ ที่สำคัญต้องมีแนวทางพัฒนากำลังคนเมื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีสมรรถนะการทำงานสูงขึ้นทั้งในภาคการผลิตและบริการ
ดังนั้น มทร.กรุงเทพ จึงมุ่งเน้นไปที่ด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมใหม่ หรือ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นอากาศยาน พลังงานสะอาด ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ไบโอแมตทีเรียล ผลิตบัณฑิตให้มีอัตลักษณ์คือ รู้ทฤษฎี เก่งปฏิบัติ แต่ว่ามูลค่าเพิ่มของนักศึกษาอยู่ที่การมีความคิดสร้างสรรค์ โดยมีเทคโนโลยีเป็นพื้นฐานเพื่อสอดรับแผนพัฒนาประเทศ
"การสร้างความเป็นเทคโนโลยีสร้างสรรค์ (Creative Technology) เริ่มจากพัฒนาอาจารย์ 600 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 200 คน แล้วเชิญผู้มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น มิสเตอร์ อากิช็อกโกแลต ผู้ผลิตรองเท้าให้ควีน อาลิซเบธ, ออเดียลล่า ผู้ที่พูดคำว่าเมดอินอิตาลีคนแรกของโลก มาพัฒนาอาจารย์ให้แก่ มทร.กรุงเทพ และอบรมเทคโนโลยีสร้างสรรค์ โดยเชิญคุณปราโมทย์ จาก okmd, คุณประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ (แกะดำ) มาพัฒนาให้แก่อาจารย์ 40 คน คัดอาจารย์เหลือกลุ่มละ 10 คน ซึ่งตอนนี้ได้อาจารย์ครบ 30 คน นำมาเปิดรายวิชากล้าคิด และรายวิชากล้าทำ แห่งแรกในประเทศไทย มุ่งเน้นการเปลี่ยนแนวคิดใช้สมองซีกขวานำ ตามทฤษฎีการพัฒนาความรู้สู้ความฝัน" มทร.กรุงเทพ กล่าว
ดร.สาธิต กล่าวต่อว่า การพัฒนามหาวิทยาลัยให้ก้าวทันโลกสมัยใหม่ ต้องหาคำตอบใหม่ จากปัญหาเดิม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น คือการพัฒนากระบวนการคิดใหม่ เพื่อให้ได้ผลิตใหม่ หรือบริการที่แตกต่าง เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์จากพัฒนาอาจารย์ พัฒนานักศึกษา ซึ่งในปีหน้าจะเริ่มพัฒนาเด็กตั้งแต่มัธยมปลาย โดยนักเรียนใหม่ทุกคนต้องเข้าค่ายครีเอทีฟ 3 วัน โดยวันแรกจะได้รับการอบรมจาก ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ และต่อด้วยการอบรมในห้องเรียนครีเอทีฟอีก 2 วันที่เหลือ ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยกำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างอาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์มูลค่ากว่า 600 ล้านบาท ซึ่งจะแล้วเสร็จไม่เกิน 3 ปี อาคารนี้จะเป็นแหล่งให้บริการความรู้ และสร้างสปอร์ตคอมเพล็กซ์กว่า 400 ล้านบาท พัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสร้างสรรค์
นอกจากนี้ จะเปิดศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานแห่งแรกในประเทศไทย (trainning school) เพราะประเทศไทยมีทำเลดีเหมาะสม โดยภูมิศาสตร์เครื่องบินจะต้องลงที่ประเทศไทย aviation hub จึงร่วมกับบริษัท Aero-Bildung จากประเทศเยอรมนี เปิดศูนย์ฝึกอบรมที่ได้มาตรฐานจากยุโรป (EASA) พัฒนาอาจารย์ พัฒนาเครื่องมือ ส่งอาจารย์รุ่นแรก 8 คนไปอบรมที่เยอรมนีกับ บริษัท Aero-Bildung คาดว่าจะเปิดรับผู้ที่ทำงานด้านการซ่อมบำรุงอากาศยาน นักศึกษาที่เรียนทางด้านนี้ รุ่นแรกปลายปีหน้า รุ่นละไม่เกิน 25 คน ผู้ผ่านหลักสูตรจะได้รับใบอนุญาตจาก EASA
"ขณะเดียวกันจะเน้นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ตอนนี้คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย มทร.กรุงเทพ จะเป็นผู้ผลิตอาหารไทยฮาลาลเป็นกระบวนการผลิตอาหารไทยเพื่อคนมุสลิม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทำเรื่องแฟชั่น หุ่นยนต์ ด้านอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ขณะนี้มีทีมอาจารย์วิจัย วิจัยตามเรื่องที่สนใจ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ โดยผลงานวิจัยสามารถใช้งานได้จริง เพราะต้องการให้ทุกผลงาน ดีไซน์ได้ ผลิตได้ และขายได้" ดร.สาธิต กล่าว
เชื่อว่าแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัย ที่เน้นหาคำตอบใหม่ จากปัญหาเดิม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น คือการพัฒนากระบวนการคิดใหม่ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือบริการที่แตกต่าง จะเป็นทางรอดของการผลิตบัณฑิตได้ตามความต้องการของตลาดและโลกที่กำลังเปลี่ยนไปในอนาคต



