ไลฟ์สไตล์

โรคหลอดเลือดสมองตีบตันหรืออุดตัน(อย่า)มองข้าม

โรคหลอดเลือดสมองตีบตันหรืออุดตัน(อย่า)มองข้าม

27 ต.ค. 2557

โรคหลอดเลือดสมองตีบตันหรืออุดตัน (อย่า) มองข้าม : คอลัมน์ ดูแลสุขภาพ

 
 
          โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน หรืออุดตัน หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า โรคอัมพฤกษ์อัมพาต คือโรคที่มีการตีบตันหรืออุดตันของหลอดเลือดสมอง ทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงเนื้อสมองส่วนนั้นน้อยลงหรือไม่ได้เลย เนื้อสมองส่วนนั้นจึงขาดเลือด ออกซิเจน และสารอาหารต่างๆ ไปเลี้ยง ทำให้ทำงานไม่ได้ โรคหลอดเลือดสมองที่พบทุกวันนี้ มีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
 
          1.โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบตันลงเพราะผนังหลอดเลือดด้านในหนาตัวขึ้นทำให้รูภายในหลอดเลือดตีบเล็กลง จนเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้น้อยลง สาเหตุที่ทำให้ผนังหลอดเลือดด้านในหนาตัวขึ้นที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานทำให้ผนังหลอดเลือดด้านในเสื่อมและหนาตัวขึ้น 
 
          2.โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน เกิดจากมีอะไรบางอย่างไปอุดรูหลอดเลือดสมอง ขัดขวางการไหลของเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง สิ่งที่ไปอุดหลอดเลือดสมองที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ ก้อนลิ่มเลือดจากหัวใจ และก้อนเกล็ดเลือดจากผนังหลอดเลือดที่คอ 
 
          แม้อาการของโรคหลอดเลือดสมองจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่การใส่ใจดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดโอกาสการเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไปนี้คือ 6 สัญญาณอันตราย ที่มักจะเกิดขึ้นก่อนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
 
          1.ไม่มีแรงหรือชาอย่างเฉียบพลันที่ใบหน้า แขนหรือขาซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย มือหยิบของแล้วร่วงตก อาการมักเกิดขึ้นชั่วขณะและหายเองได้ภายในเวลา 24 ชั่วโมง
          2.ตามัวหรือมองไม่เห็นอย่างเฉียบพลันโดยเฉพาะถ้าเป็นกับตาข้างเดียว
          3.อยู่ๆ ลิ้นแข็งหรือชาทำให้พูดไม่ชัดหรือพูดลำบาก แต่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว
          4.วิงเวียนศีรษะบ่อย บางทีเป็นลมล้มลงแต่สามารถรู้สึกตัวได้อย่างรวดเร็ว
          5.นึกอะไรช้าลง สับสน ขาดสมาธิ สมรรถภาพการทำงานลดลงอย่างไร้เหตุผล
          6.อยู่ๆ ปวดศีรษะรุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
 
          อาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใดหรือรวดเร็วมากภายในเวลาไม่กี่นาที ใครมีอาการเข้าข่ายในจำนวนนี้อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบปรึกษาแพทย์ หรือให้ผู้ที่ใกล้ชิดพาส่งโรงพยาบาลทันที
 
 
๐การวินิจฉัยโรค 
          โดยแพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติร่วมกับการตรวจร่างกาย การวินิจฉัยที่แน่นอนต้องอาศัยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองด้วย CT Scan หรือ MRI เพื่อดูตำแหน่งและขนาดของเนื้อสมองส่วนที่เสียไป ในบางรายอาจต้องทำการเอกซเรย์พิเศษเพิ่มเติมเพื่อดูสภาพหลอดเลือดสมองโดยการตรวจ CTA หรือ MRA ด้วย นอกจากนี้แพทย์จะทำการหาสาเหตุว่าโรคเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไรด้วยการเจาะเลือดไปตรวจหาระดับน้ำตาล ไขมัน ดูลักษณะของเม็ดเลือดชนิดต่างๆ ในเลือด และสาเหตุอื่นๆ รวมทั้งการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและเอกซเรย์ปอดด้วย
 
          แนวทางการรักษา เนื่องจากเนื้อสมองเป็นเนื้อเยื่อซึ่งหากไม่มีเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยง เซลล์สมองจะทนได้เพียงประมาณ 5 นาทีเท่านั้นก็จะตายไป ถ้ามีเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงบ้างแต่ไม่พอเพียงเซลล์สมองก็อาจทนได้ประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วก็จะตาย ถ้าเนื้อสมองตายแล้วในปัจจุบันยังไม่มียาหรือวิธีรักษาใด
 
          การรักษาผู้ป่วยสามารถแบ่งออกเป็นกรณีตามระยะเวลาได้ดังนี้
 
          กรณีผู้ป่วยมาหาแพทย์เร็วและสามารถทำการวินิจฉัยที่แน่นอนคือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ CT หรือ MRI รวมทั้งการตรวจเลือดที่สำคัญได้เสร็จภายในเวลา 3 ชั่วโมงนับจากเริ่มมีอาการ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาละลายลิ่มเลือดที่อุดตันหลอดเลือดสมองอยู่เพื่อให้รูในหลอดเลือดสมองกว้างขึ้น เลือดจะได้ไหลไปเลี้ยงเนื้อสมองได้มากขึ้น อาจช่วยให้เนื้อสมองส่วนนั้นไม่ตายหรือเกิดหย่อมเนื้อสมองตายน้อยลง แต่เนื่องจากยานี้อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ที่สำคัญคืออาจทำให้เกิดเลือดตกในเนื้อสมองได้ ก่อนที่จะให้แพทย์จึงต้องพิจารณาดูว่าผู้ป่วยมีข้อห้ามหรือข้อพึงระวังของการให้ยานี้หรือไม่ 
 
          กรณีผู้ป่วยมาหาแพทย์ช้าทำให้ไม่สามารถให้ยาละลายลิ่มเลือดได้ทันภายใน 3 ชั่วโมงนับจากเริ่มมีอาการ การให้ยาเพื่อละลายลิ่มเลือดก็จะไม่มีประโยชน์ เพราะเนื้อสมองตายไปแล้ว ทั้งอาจมีผลเสียเกิดขึ้น เพราะอาจเกิดเลือดออกแทรกซ้อนในเนื้อสมองได้ถ้าให้ยานี้ การรักษาในกรณีที่ผู้ป่วยมาถึงแพทย์ช้าจึงมุ่งไปที่ป้องกันไม่ให้หลอดเลือดตีบตันหรืออุดตันเพิ่มขึ้นอีก โดยการให้ยาต้านเกล็ดเลือดและหรือยาต้านการเกิดลิ่มเลือดแทน 
 
          การป้องกันโรค โรคนี้ป้องกันได้โดยตรวจหาสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้และรักษาเสียแต่เนิ่นๆ โรคที่เป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุดคือ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ ดังนั้นผู้ที่เริ่มมีอายุคือตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป 
 
          นอกจากนี้การปฏิบัติตัวที่ไม่ถูกสุขลักษณะก็มีส่วนทำให้หลอดเลือดสมองแข็งตัวจนเกินการอุดตันได้คือการสูบบุหรี่ การกินอาหารที่มีไขมันมากเป็นประจำ การมีน้ำหนักตัวมากเกินเกณฑ์ การไม่ออกกำลังกาย ภาวะเครียดเป็นประจำ ดังนั้นการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมก็สามารถช่วยป้องกันไม่ให้หลอดเลือดสมองแข็งตัวจนเกิดการตีบตันได้คือการไม่สูบบุหรี่ โรงพยาบาลพญาไท 3 มีความพร้อมในการให้บริการ Stroke fast Track สำหรับคนไข้ที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต และมาพบแพทย์ในเวลา 3 ชั่วโมง ซึ่งเรามีกระบวนการดูแลคนไข้ที่รวดเร็ว ทั้งด้านรถพยาบาล และทีมแพทย์ พร้อมตลอด 24 ชั่โมง
 
ผศ.นพ.จิระพัฒน์ อุกะโชค 
หัวหน้าแพทย์ศูนย์สมองและกระดูกสันหลัง 
ศูนย์สมองและระบบประสาท รพ.พญาไท 3
 
.......................................
(หมายเหตุ โรคหลอดเลือดสมองตีบตันหรืออุดตัน (อย่า) มองข้าม : คอลัมน์ ดูแลสุขภาพ)