ไลฟ์สไตล์

'เติมหวาน' สัญชาติฝรั่งเศส

'เติมหวาน' สัญชาติฝรั่งเศส

26 ต.ค. 2557

ชวนชิม : 'เติมหวาน' สัญชาติฝรั่งเศส

 
                              ตกประหม่าอยู่พักใหญ่ เมื่อได้รับเทียบเชิญให้ไปร่วมลิ้มชิมรสของหวานสัญชาติฝรั่งเศส รูปงามนามไพเราะ “มาการอง” ประการแรก โดยส่วนตัวไม่ค่อยถนัดเรื่องขนมนมเนยสักเท่าไหร่ ประเด็นต่อไป เป็นเรื่องของสนนราคาเห็นชิ้นน้อยๆ อย่างนี้แต่ละชิ้นละอันไม่ต่ำกว่า 100 บาทเชียวล่ะคู้ณณณ!!!
 
                              ก่อนจะลงมือหยิบ “มาการอง” ใส่ปาก “เปา” เพ็ญประไพ ศิริดานุภัทร สาวผู้จัดการร้านเล่าว่า ร้านลาดูเร่ มีประวัติมายาวนาน ถึงจะไม่ได้ชื่อว่าเป็นต้นตำรับ แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็น “มาการองเมกเกอร์” ของฝรั่งเศสอย่างแท้จริง ไม่เพียงมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกแต่ยังมีสาขาให้บริการไปทั่วย่านคนมีรสนิยมอีกซะด้วย และใช่ว่าใครมีตังค์จะขอซื้อกิจการมาเปิดขายได้ง่ายๆ หรอกนะ เพราะว่าบริษัทแม่เขาเช็กประวัติย้อนหลังกันไปไกล ด้วยว่าต้องการรักษาความเป็นแบรนด์ “ลักชัวรี่” เอาไว้นั่นเอง
 
                              ภายในร้านซึ่งได้รับการตกแต่งเฉกเช่นเดียวกับบริษัทแม่ที่เมืองน้ำหอมทุกกระเบียดนิ้ว ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนได้แก่ “พื้นที่หน้าร้าน” สำหรับลูกค้าประสงค์ซื้อนำกลับไปทานบ้าน และส่วน “ทีรูม” สามารถรับรองผู้ที่สมัครใจนั่งจิบชา กาแฟ ไปพลางละเลียดของหวานซึ่งมีให้เลือกทั้งมาการองและไอศกรีมได้ตามอรรถรส 
 
                              สาวเปา เล่าให้ฟังว่า ที่ร้านลาดูเร่ มีมาการองจำหน่าย 15 รสแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ เพื่อให้จำกันง่ายๆ ได้แก่ คลากสิก+ซิกเนเจอร์ นำทีมโดยชิ้นที่พรีเมียมที่สุดในร้าน คือ ช็อกโกแลต โกลด์ (Chocolate Gold), โรส พีเทล (Rose Petal), วานิลลา (Vanilla),  ซอลท์ คาราเมล (Salted Caramel), ช็อกโกแลต (Chocolate), กาแฟ (Coffee), พิสทาชิโอ้ (Pistachio),  ลิคัวร์ไรท์ ( Liquorice) ผลไม้ ได้แก่ โคโค่นัท (Coconut), ออเร้นจ์ บอสซั่ม (Orange Blossom), ราสเบอร์รี่ (Raspberry) และ เลมอน (Lemon) นอกนั้นก็เป็นซีซั่นนอล หมุนเวียนมาให้ลิ้มรสตามฤดูกาล ได้แก่ ช็อกโกแลต เวเนซูเอล่า (Chocolat Venezuela), ไลม์ บาซิล (Lime Basil) และ พราลีน เซซามิ (Praline Sesame) 
 
                              ทั้งนี้ขนมมาการองของร้าน “ลาดูเร่” มีหัวใจสำคัญอยู่ที่ความกรอบนอกนุ่มในละลายในปาก ให้รสสัมผัสได้ถึงความละเอียดอ่อนจากอัลมอนด์ ไข่ น้ำตาล คลุกเคล้าเข้ากันด้วยเทคนิคเฉพาะของแบรนด์ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกๆ ชิ้นเปี่ยมด้วยความสมดุลระหว่างรสชาติและเนื้อสัมผัสจริงๆ ส่วนเคล็ดลับความอร่อยง่ายๆ แค่นำเอาออกมาวางในอุณหภูมิห้องให้คลายเย็นราว 15-20 นาที เคี้ยวแล้วได้กลิ่นหอมๆ ของไส้อบอวลอยู่ในปาก และมีรสชาติที่หวานละมุนละไม และสำหรับลูกค้าที่ซื้อกลับบ้าน ผู้จัดการสาว การันตีความอร่อยว่าสามารถเก็บได้ 3 วัน ในตู้เย็น 
 
                              นอกจากนี้ยังมี "ไอศกรีม" ถ้วยโตให้ชิมตามความชอบอีก 12 รสชาติ แต่ที่นับว่าเป็นไฮไลท์ต้องยกให้ "ไอศกรีมเมอร์แรง" แน่นอนว่าความพิเศษย่อมต้องอยู่ที่เมอร์แรงขนาดย่อม 3 ชิ้น แม้ว่าจะนอนแช่ความเย็นในถ้วยไอศกรีมรสวานิลลา แต่ด้วยว่าผ่านขั้นตอนการอบด้วยเทคนิคเฉพาะทำให้มีความกรุบกรอบคงทน ส่วน "คูปลาดูเร่" เสน่ห์ของไอศกรีมถ้วยนี้อยู่ตรงที่มีเนื้อเกาลัดเป็นส่วนผสมตักเข้าปากแต่ละคำสัมผัสได้ถึงเนื้อเกาลัดหวานมันกำลังเหมาะ  และ "อีสพาฮาน" ถ้วยนี้เจ้าหน้าที่นำเสนอด้วยความภูมิใจว่าน่าจะถูกปากนักชิมชาวไทยมากกว่าถ้วยไหนๆ ด้วยว่าเป็นไอศกรีมผลไม้ ประกอบด้วย ราสเบอร์รี่, ลิ้นจี่ ผสานกันอย่างลงตัวด้วยกลิ่นกุหลาบ...แต่เราคนไม่ถนัดหวานมากนักแอบเทคะแนนให้ "คูปลาดูเร่" ไปเต็มๆ  
 
                              ลาดูเร่...ยังมีสินค้าอย่างอื่นให้ได้เลือกซื้อกันอีกด้วย อาทิ กาแฟ, ช็อกโกแลต, ชา, แยม รวมถึงยังมี ของที่ระลึกของร้านลาดูเร่ขายด้วย ไม่ว่าจะเป็น ตุ๊กตานางฟ้ามาการอง Sonny Angel, กระเป๋า, พวงกุญแจ เทียนหอม ฯลฯ ไม่ว่าจะบังเอิญผ่านหรือตั้งใจอยากไปหาทาน "ร้านลาดูเร่" ตั้งอยู่ที่ชั้น เอ็ม ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. สอบถามโทร. 0-2129-4771