
1.2ล้านคนกับครึ่งทางมหกรรมหนังสือ
26 ต.ค. 2557
คลื่นคนวรรณกรรม : 1.2 ล้านคน กับครึ่งทางมหกรรมหนังสือ : โดย...ก้อนหินริมทาง
ถ้าดูจำนวนคนที่หลั่งไหลเข้าไปดูชมงานมหกรรมหนังสือระดับชาติแล้ว ทำให้ จรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) หายเหนื่อยทันที เพราะถือว่าประสบผลสำเร็จตามที่ได้คาดการณ์เอาไว้นั่นแหละ โดยจรัญให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมครึ่งทางของ “มหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 19” ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันพุธที่ 15-26 ต.ค.ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ว่า พิจารณาจากสภาวะเศรษฐกิจซบเซาในช่วงปีนี้ ถือว่าครึ่งทางของงานมหกรรมหนังสือครั้งนี้ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายในแง่ของผู้ร่วมงาน เพราะจาก 6 วันที่ผ่านมาผู้เข้าชมงานอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านคนแล้ว โดยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กและเยาวชน รองลงมาคือวัยทำงาน แม้ว่ายอดซื้อหนังสือต่อคนจะลดลงบ้างก็ตาม
“สำนักพิมพ์ต่างๆ มีหนังสือปกใหม่เยอะกว่าปกติ ปกติจะราว 300 ปก แต่งานครั้งนี้ออกกันมาราว 500 ปก และต่างก็งัดกลยุทธ์ทางการตลาดมาแข่งขันกันอย่างจริงจัง เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้อ่านให้มากที่สุด อาทิ การออกหนังสือเป็นบ็อกซ์เซต ทั้งพ็อกเก็ตบุ๊กแนวไลฟ์สไตล์ นิยายแนวต่างๆ และวรรณกรรมเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงมีการใช้คูปองลดราคาในสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ เพื่อดึงดูดใจให้เพิ่มการซื้อถึงระดับที่สำนักพิมพ์กำหนด เพื่อที่จะได้ลดราคามากกว่าเดิม เช่น ซื้อครบ 2,000 บาท จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 200 บาท ซึ่งแม้จะทำให้สำนักพิมพ์ได้กำไรลดลง แต่ก็ช่วยเพิ่มยอดการซื้อได้ อย่างไรก็ตาม ยอดการซื้อหนังสือต่อคนลดลงอย่างค่อนข้างเห็นได้ชัด จากที่เคยซื้อกันคนละประมาณ 5-10 เล่ม เหลือประมาณคนละ 3-6 เล่ม เพราะมีการไตร่ตรองมากขึ้น และจะซื้อเฉพาะเล่มที่ตัวเองต้องการจริงๆ”
เทรนด์หนังสืออะไรที่มาแรงสุดๆ...สำหรับงานมหกรรมหนังสือในครั้งนี้ เทรนด์หนังสือที่มาแรงและยอดขายไปโลดก็คือหนังสือที่นักเขียนต่อยอดผลงานของตัวเองจากโลกออนไลน์ อาทิ เว็บไซต์ บล็อก แฟนเพจต่างๆ เป็นต้น โดยได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก และหลายเล่มมีการพิมพ์ซ้ำเพิ่มเติมระหว่างงาน รวมถึงหนังสือแนวพัฒนาตัวเอง ทั้งในด้านของการเพิ่มพูนความสามารถและวิธีสร้างรายได้เพิ่มเติม ที่วัยรุ่นและวัยทำงานให้ความสนใจอย่างสูง หนังสือที่นักเขียนมาจากออนไลน์จะไม่ใช่แนวนิยายเป็นส่วนใหญ่อีกแล้ว เพราะที่มาแรงในงานครั้งนี้จะเป็นพ็อกเก็ตบุ๊กที่เกี่ยวกับความรู้ ความคิดในด้านต่างๆ รวมถึงหนังสือภาพ คาดว่าอาจเพราะนักเขียนมีฐานของแฟนคลับจึงทำให้ยอดขายหนังสือแนวนี้ไปได้ดี และการันตียอดขายได้ในระดับหนึ่ง โดยหนังสือส่วนใหญ่จะเป็นการเขียนใหม่ขึ้นมา หรือจัดคอนเซ็ปต์เล่มอย่างชัดเจน...ในส่วนของหนังสือแนวพัฒนาตัวเองนั้น กระแสเกิดขึ้นจากสภาพสังคมที่ผู้คนกำลังสับสนกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคมภายนอก จึงตั้งใจที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีที่สุด รวมถึงสร้างรายได้เพิ่มทั้งจากอาชีพและการลงทุน
ทิศทางหนังสือสำหรับเด็กก็น่าจับตามอง....ที่น่าสนใจคืองานมหกรรมหนังสือครั้งนี้ หนังสือสำหรับเด็กและเยาวชนในช่วงปฐมวัยได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนับเป็นนิมิตหมายอันดี เพราะแสดงว่าผู้ปกครองให้ความสำคัญกับการปลูกฝังการอ่านแก่เด็กไทยตั้งแต่ยังเยาว์มากขึ้น ปีหน้าสำนักพิมพ์ที่พิมพ์หนังสือแนวนี้คึกคักอย่างแน่นอน
ข้อเสนอถึงรัฐบาลที่ไม่ควรปฏิเสธ...สำหรับสิ่งที่จรัญ หอมเทียนทองอยากทำก็คือให้รัฐทำโครงการ "คูปองปัญญา" แจกคูปองให้ประชาชนคนละ 200 บาท เพื่อซื้อหนังสือที่ไหนก็ได้ เพราะมีคนไทยอีกมากที่อยากอ่านหนังสือ แต่ไม่สามารถซื้อได้ โดยนอกจากจะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมหนังสือแล้วนั้น ยังเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องสร้างคนคุณภาพให้เกิดขึ้นในสังคมด้วย และการลงทุนด้วยหนังสือถือเป็นการลงทุนที่ถูกมากเมื่อเทียบกับการลงทุนอย่างอื่น และยังสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้สังคมได้จริงๆ โดยจรัญบอกว่า
“ไม่ได้เรียกร้องรัฐบาลให้รัฐบาลมาช่วยเหลืออะไร แค่ขอให้ชายตามองอุตสาหกรรมหนังสือบ้าง ที่ผ่านมารัฐมุ่งเน้นช่วยเหลือธุรกิจภาคอื่นตลอดเวลา ซึ่งไม่สามารถสร้างคนคุณภาพให้สังคมได้จริงๆ แจกคูปองอื่นๆ ยังแจกได้ นี่คือการแจกปัญญา หากเป็นไปได้ขอเสนอภาครัฐให้จัดงบการอ่านเป็นหนึ่งในงบประมาณรายจ่ายประจำปีในแต่ละจังหวัด เพื่อให้ได้ทำกิจกรรมด้านการอ่าน เช่นเดียวกับงบด้านวัฒนธรรม กีฬา และยาเสพติด การที่มีคนมางานหนังสือมากขนาดนี้ น่าจะเป็นตัวเลขที่ทำให้รัฐบาลมองบ้างว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร ประชาชนต้องการอะไรจากประเทศนี้ และน่าจะเป็นความเห็นหนึ่งที่ส่งถึงรัฐบาลได้ว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะเหลียวมามองอุตสาหกรรมหนังสือบ้าง เพราะรัฐมีหน้าที่สร้างคนให้เป็นคนคุณภาพ”...นี่จึงเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
ดอกไม้ทำให้โลกสวยงาม...เมื่อวันอังคารที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ช่วงเวลาสี่โมงเย็นที่ร้านนหนังสือ B2S เซ็นทรัลเวิลด์ มีคนเนืองแน่นพอๆ กับงานมหกรรมหนังสือ เพราะแพรวสำนักพิมพ์จัดงานเปิดตัวหนังสือเล่มแรกในชีวิตของมาช่า วัฒนพานิช ที่ชื่อ REAL MARSHA นั่นแหละ โดยหนังสือเล่มนี้มาช่าเขียนถึงเรื่องราวชีวิตของตนเองหลากหลายแง่มุมด้วยกัน ในฐานะที่เป็นดาราชีวิตผ่านสุขผ่านทุกข์มาแล้วมากมาย ในงานนี้นอกแฟนคลับมาช่าจะมากันตรึมแล้ว ยังมีเพื่อนดารามาให้กำลังใจด้วย...ใครอยากสัมผัสเรื่องราวชีวิตของมาข่า ไปหามาอ่านได้เลย



