ไลฟ์สไตล์

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : อ่านชั่วชีวิต

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : อ่านชั่วชีวิต

26 ต.ค. 2557

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : อ่านชั่วชีวิต : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 
                    งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ มหกรรมหนังสือยิ่งใหญ่ ครั้งที่ 19 กลางใจเมืองมหานครแห่งการอ่านผ่านไปอย่างคึกคัก คนรักหนังสือมีหรือจะพลาดโอกาสไปดูไปชมไปดมไปดูดดื่ม ไปสัมผัส ไปซึมซับบรรยากาศแห่งความรู้ และปัญญาของมนุษยชาติ
 
                    ถามคนอยู่จังหวัดนครสวรรค์อย่างผมว่าได้ไปชมงานสักวันไหม ตอบว่าทุกปีผมได้ไป แต่ปีนี้ไม่ได้ไปเพราะสุขภาพไม่อำนวย และมีงานคั่งค้างให้ต้องชำระสะสาง
 
                    ถามคนอยู่จังหวัดแพร่บ้าง ถามคนอยู่จังหวัดหนองคาย สุรินทร์บ้าง คนจันทบุรีเล่า คนพังงา คนปัตตานี ก็คงมีบ้างที่ได้เดินทางไปงานที่ยิ่งใหญ่นี้
 
                    เหตุปัจจัยยังไม่อำนวยให้เกิดมหกรรมแบบนี้ในจังหวัดอื่นๆ ไม่ต้องถึงระดับมหกรรมหรอก แค่กิจกรรมเล็กๆ สวยๆ งามๆ ก็น่ายินดีแล้ว การอ่าน การเขียนของเรายังไม่เข้มแข็ง เข้มข้นถึงขั้นเป็น “วัฒนธรรม” เราใช้เวลานับศตวรรษ สำหรับการศึกษาในระบบภาครัฐ จัดการศึกษาให้เด็กๆ อ่านออกเขียนได้ ยังไม่บังเกิดผลเป็นที่น่าพอใจ
 
                    เรายังไม่สามารถทำให้การศึกษาเป็นชีวิตจิตใจได้ โรงเรียนเป็นเพียงสถานที่ที่ต้อนคนเข้าประกอบพิธีกรรมทางการศึกษา เรียนเพื่อทำข้อสอบให้ได้ เรียนเพื่อสอบให้ผ่านเพื่อให้ได้แผ่นกระดาษรับรองวุฒิ เพื่อนำไปเบิกทางทำงาน หาเงินมาเพื่อกินอยู่ใช้สอย
 
                    การศึกษาไม่บรรลุผลทำให้คนเป็นมนุษย์ ทำให้มนุษย์หลุดพ้นจากความไม่รู้สู่ความเป็นอิสระ หรือแม่แต่ทำให้คนมีชีวิตที่ดีตามที่ควรจะเป็น
 
                    เมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศมีร้านหนังสือก็เฉพาะตามห้างสรรพสินค้าเท่านั้น เฉพาะตัวจังหวัด ส่วนตามอำเภอต่างๆ ก็ไม่กี่อำเภอในประเทศไทยที่มีร้านหนังสือที่เป็นร้านหนังสือจริงๆ ที่ไม่ใช่แผงขายหนังสือพิมพ์
 
                    มีคนรักหนังสือจำนวนหนึ่งเปิดร้านหนังสือในฝันอยู่ตามจังหวัดต่างๆ และบางอำเภอ อย่าถามว่าเขาอยู่ได้ไหม บางร้าน บางวัน มีคนเข้าร้าไม่ถึง 10 คน ขายหนังสือได้ไม่ถึง 10 เล่ม
 
                    นี่ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้าของเจ้าของร้านหนังสือนะครับ แต่เป็นโศกนาฏกรรมของวงการศึกษาในบ้านเราเลยทีเดียว
 
                    ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่ามืดมิดมืดมนอนธการ ยังมีความตื่นตัวเคลื่อนไหวในหมู่คนเล็กๆ ห้องสมุดประชาชน 1 ใน 100 ที่ไม่ได้อยู่อย่างสิ้นหวังไปวันๆ ครูภาษาไทย ครูบรรณารักษ์ห้องสมุดตามโรงเรียนประถม มัธยม กลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครอง และใครบางคนที่รวมตัวกันเคลื่อนไหวส่งเสริมการอ่านการเขียน เรียนชีวิตผ่านกิจกรรมหลากหลาย อะไรที่ส่งเสริมความรู้ภูมิปัญญา ล้วนแต่เป็นพลังส่งเสริมพัฒนาการอ่านทั้งนั้น
 
                    ความหมายของการอ่านมีมิติกว้าง ยาว ลึก หมายถึงความคิดอ่านวิจารณญาณของผู้คน ของสังคม เป็นภูมิปัญญา ภูมิคุ้มกันภยันตรายทั้งหลายทั้งปวง ครอบคลุมทุกด้านทุกมิติ ในฐานะคนเคยเป็นครูระดับมัธยมศึกษามา 15 ปี ผมฝันเห็นการรวมตัวรวมใจ รวมความคิด รวมเงิน รวมทุน ขับเคลื่อนกิจกรรมการอ่านการเขียนในจังหวัดของตน ในเขตการศึกษาของตน สร้างนักอ่าน ปั้นนักเขียนระดับสถานศึกษา ระดับจังหวัด ระดับเขตฯ ปูพื้น ปูพรม คัดเลือก เจียระไน ชื่นชม เชิดชู นำพานักเรียนออกจากห้องเรียน เรียนรู้ชีวิตนอกรั้วโรงเรียน นอกกรอบ อ่านชีวิต เขียนชีวิต จัดกิจกรรมเล็ก กลาง ใหญ่ มหกรรมระดับจังหวัด เรียนรู้ แลกเปลี่ยน แบ่งปัน เกื้อกูลกัน ช่วยกันทำให้การอ่านของเราไปไกลกว่าขอบเขตของหนังสือ “นอกเวลา” ส่งเสริมการเขียนให้ไปสู่ถนนสายอื่นๆ
 
                    นอกจากประกวดกลอนวันแม่ วันสุนทรภู่ โลกหนังสือกว้างใหญ่ไพศาล ช่วยกันขยายโลกการอ่าน โลกการเขียน ภาครัฐ เอกชน เทศบาลฯ ทุกระดับ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทุกระดับ หน่วยงาน องค์กร ทุกภาคส่วนที่มีอำนาจ มีทุน มีงบ ควรต้องสำนึก สำเหนียก ตระหนัก ช่วยกันส่งเสริมพัฒนาการอ่านการเขียนให้เข้าถึงชีวิต จิตวิญญาณของผู้คนจนถึงขั้นเป็นวัฒนธรรม
 
                    ส่วนเล็กที่สุดคือสถาบันครอบครัว ส่งเสริมการอ่านการเขียนในครอบครัวเรา รวมกลุ่มกัน ชวนกันจัดกิจกรรมการอ่าน โดยบูรณาการกับศิลปะ ดนตรี
 
                    ร่ายไปยืดยาว  ส่งเสริมการอ่านให้ตนเองสำเร็จหรือเปล่าหรือยัง