
สพฐ.รับโบนัสกว่า2พันล้านขรก.-ลูกจ้างเฮได้เงินเดือนก.ค.นี้
สพฐ.ได้รับโบนัส 2,027 ล้านบาท ร่อนหนังสือถึงเขตพื้นที่แจงข้าราชการ-ลูกจ้างกว่า 4.7 แสนคนได้รับเงินโบนัสภายในเดือนก.ค.นี้ ผลสำรวจการทำงานพบนักเรียน-ผู้ปกครองปลื้มดูแลกลุ่มนักเรียนพิเศษได้ดี จี้พัฒนาระบบสุขาภิบาล อาคาร สถานที่ ในสถานศึกษา
นายพิธาน พื้นทอง หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า สพฐ.ได้ทำหนังสือแจ้งไปสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เพื่อแจ้งเรื่องเงินรางวัลประจำปี 2551 หรือโบนัส ของข้าราชการและลูกจ้างสังกัด สพฐ. รวมจำนวน 470,669 คน โดยในปีนี้สพฐ.ได้รับโบนัสเป็นเงิน 2,027 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้วประมาณ 8.9 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สพฐ.จะจัดสรรเงินโดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 เงิน 60% หรือจำนวน 1,216 ล้านบาท จ่ายให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างทุกคนเท่ากันทั่วประเทศเฉลี่ยคนละ 2,584 บาท
ส่วนที่ 2 เงิน 40% หรือจำนวน 810 ล้านบาท ในจำนวนนี้ สพฐ.ตัดเงิน 10 ล้านบาทเพื่อมอบให้ สพท.ในภาคใต้ 10 เขต เพื่อใช้ในการพัฒนาและจัดสรรให้บุคลากรในเขตพื้นที่ ซึ่งจะได้เฉลี่ยคนละ 469 บาท ส่วนที่เหลืออีก 800 ล้านบาทนั้น สพฐ.จะประเมินผลจากการปฏิบัติงานของแต่ละ สพท. จากนั้นจึงจะจัดสรรเงินลงไป โดยผลการประเมิน 5 อันดับแรกที่มีผลการปฏิบัติงานดี ได้แก่ อันดับ 1 สพท.นนทบุรี เขต 2 รองลงมา สพท.อุตรดิตถ์ เขต 1 สพท.นครปฐม เขต 1 จันทบุรี เขต 1 และ สพท.ตราด อย่างไรก็ตาม ในแต่ละ สพท.จะได้จำนวนเงินเป็นก้อนเท่ากันแต่การจัดสรรอาจจะไม่เท่ากันเพราะขึ้นอยู่กับจำนวนบุคลากรในแต่ละเขตด้วย คาดว่าทุกคนจะได้รับเงินภายในเดือนกรกฎาคมนี้
“ก่อนหน้านี้สำนักงานสถิติแห่งชาติได้สุ่มสำรวจความพึงพอใจของนักเรียน และผู้ปกครองทั่วประเทศที่มีต่อการทำงานของ สพท. ในฐานะที่เราเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ในการบริหารงานการศึกษา เพราะฉะนั้น จึงต้องมีการประเมินผู้รับบริการว่ามีความพึงพอใจมากเพียงไร หากไม่พอใจจุดใดจะได้มีข้อมูลในการปรับปรุงซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นตัวชี้วัดผลการทำงานเพื่อให้โบนัส อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจภาพรวมมีความพึงพอใจในการทำงานโดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนพิเศษ เช่น นักเรียนพิการ เด็กที่มีความสามารถพิเศษ เด็กด้อยโอกาส ผู้ปกครองจะมีความพึงพอใจการทำงานของ สพท. มากกว่าเด็กปกติ หรือในเรื่องของครู ก็มีความพึงพอใจในเรื่องการเอาใจใส่ดูแล ความรู้ความสามารถ หรือระบบดูแลนักเรียน สำหรับจุดที่อยากให้ปรับปรุง เช่น เรื่องสุขาภิบาล น้ำดื่มไม่เพียงพอ ความสะอาดในโรงเรียน โรงอาหาร จำนวนคอมพิวเตอร์ที่ไม่เพียงพอต่อการเรียนการสอน อาคารเรียนเก่า หรือชำรุด” นายพิธาน กล่าว



