ไลฟ์สไตล์

"เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์"-ฟ้าผ่า !น่ารู้

"เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์"-ฟ้าผ่า !น่ารู้

06 ก.ค. 2552

“พี่ฮัมมิ่งเบิร์ด” ขอรายงานตัวพร้อมพกพาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยตามประสาเด็กแนววัยใสใกล้เคียงกันมาฝากน้องๆ แล้วจ้า ตอนนี้บ้านเราฝนตกทุกวันเลย ไงก่อนออกจากบ้านน้องๆ อย่าลืมพกร่ม ติดเสื้อกันฝนไปด้วยนะคะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา

 พี่ล่ะเป็นห่วง เอ๋ ว่าแต่น้องๆ เคยสังเกตรึเปล่า ทำไมฝนตกทีไร ฟ้าต้องผ่าด้วยนะ พี่ฮัมมิ่งเบิร์ดล่ะสงสัย จนต้องวิ่งจู๊ดไปขอความรู้จากกูรูทางด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อนำมาบอกน้องๆ จะได้ไม่เชย ไม่ตกเทรนด์

 เด็กไทยฉลาดรอบรู้ซะหน่อย “ฟ้าผ่า” นั้นหากอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ ฟ้าผ่า เกิดจากเจ้าเมฆคิวมิวโลนิมบัสเรียงกันจนเป็นลำสูงขึ้นไปพาดระหว่างชั้นบรรยากาศที่แตกต่างกันมาก ทั้งอุณหภูมิ ความกดดันของอากาศ และจากการปะทะของแรงลมจากกระแสร้อนและเย็นที่ต่างกัน ในชั้นเหนือขึ้นไป หยดน้ำจับตัวเป็นน้ำแข็ง ในขณะที่ชั้นล่างยังเป็นหยดน้ำอยู่ หยดน้ำที่รวมตัวเข้าจนหนักขึ้นหนักขึ้น จนไหลลงด้านล่างของก้อนเมฆ เกิดมีประจุลบ และการเกิดเกล็ดน้ำแข็งในส่วนบนของก้อนเมฆ และการกระจายตัวต่างๆ กันไป เป็นปัจจัยในการแยกประจุไฟฟ้าภายในก้อนเมฆได้ จนกระทั่งเกิดฟ้าผ่า

 แต่หากน้องๆ จะจำให้ง่ายขึ้น ให้ลองนึกเปรียบเทียบการดูดของไฟฟ้าสถิตที่เกิดขึ้นกับเรา เมื่อฤดูหนาว หรือฝน ที่เมื่อเดินบนพรม พอเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู หรือเปิดประตูรถ ต้องสะดุ้ง เพราะโดนไฟดูด และนั่นเกิดจากความต่างศักย์ของตัวเรา กับสิ่งที่ไปจับนั่นเอง เพียงแต่ว่าไฟดูดจากลูกบิดประตูมีความต่างศักย์ของไฟฟ้าเพียงเล็กๆ เมื่อเทียบกับความต่างศักย์ของเมฆกับพื้นนั้น มีมากกว่าเป็นล้านๆ เท่าทีเดียว ว้าว... กว่าจะเกิดฟ้าผ่าเนี่ยผ่านหลายขั้นตอนเหมือนกันว่าไหมคะน้องๆ แต่ถึงอย่างไรเวลาเกิดฟ้าผ่า น้องๆ ก็อย่าอยู่บริเวณกระแสไฟฟ้ามากนะคะ เดี๋ยวจะดำเอานะคะ อิอิ

 น้องๆ คนไหนสนใจวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมเรื่องไหน และใคร่รู้ อยากให้พี่ฮัมมิ่งเบิร์ดสุดสวยช่วยไขข้อข้องใจ หรือมีความรู้แบบฉบับเด็กแนวขาโจ๋คอเดียวกันอยากบอกต่อเพื่อนๆ ส่งความรู้ คำถามมาแลกเปลี่ยนกันได้ ที่ [email protected]  เลยคร้าา แล้วพบกันฉบับหน้านะคะ

พี่ฮัมมิ่งเบิร์ด: [email protected]