ไลฟ์สไตล์

ซ่อมสร้างร.ร.บ้านท่าฮ่อฟื้นฟูหลังอาฟเตอร์ช็อก

ซ่อมสร้างร.ร.บ้านท่าฮ่อฟื้นฟูหลังอาฟเตอร์ช็อก

23 ต.ค. 2557

ซ่อมสร้างร.ร.บ้านท่าฮ่อฟื้นฟูหลังอาฟเตอร์ช็อก : รติพร บุญศรเรื่อง/ภาพ

             "การเรียนการสอนที่ปกติต้องใช้ทักษะการฟังกว่า 80% แต่ห้องเรียนชั่วคราวต้องใช้วิธีการใช้ผ้าเพื่อกั้นห้องเรียน ทำให้เสียงเล็ดลอดถึงกันในแต่ละห้อง รบกวนสมาธิการเรียนในแต่ละวิชานั้นๆ การเรียนการสอนในส่วนของการรับรู้ทางการฟังลดลงเหลือ 40% คือเรียนรู้ได้ครึ่งเดียว ห้องพิเศษในโรงเรียน เช่นห้องซาวนด์แล็บ ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ และห้องอื่นๆ ที่เสียหาย จะต้องหาห้องทดแทน อย่างห้องสมุดในตอนนี้จะใช้ห้อง ผอ.เป็นที่อ่านหนังสือ" บุญยืน ทูปแป้น ผู้อำนวยการชำนาญพิเศษ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนตำบลทรายขาว (บ้านท่าฮ่อ) กล่าว

             อาคารเรียนหลัก 1 หลัง คืออาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 ปี และอาคารอื่นๆ ซึ่งใช้ในส่วนของชั้นอนุบาลและห้องศิลปะ โรงเรียนบ้านท่าฮ่อ ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง กว่า 6.3 ริกเตอร์ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 ครั้งแรก สามารถซ่อมแซมได้ แต่เมื่อเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาเกือบพันครั้งกลับเป็นอาคารที่ต้องรอวันทุบทิ้ง เพราะอาคารเอียงตัวไปทางด้านหลัง ผนังแตกร้าวและปูนกะเทาะออกเป็นช่องโหว่ที่เห็นจากภายนอกได้อย่างชัดเจน ฝ้าเพดานทรุดพังลงมา และโครงสร้างภายในใช้การไม่ได้ ต้องขนอุปกรณ์การเรียนที่ยังใช้การได้ลงมาไว้ข้างล่าง นักเรียนทั้งหมด 260 คน ครูและบุคลากรรวม 20 คน ปัจจุบันต้องอาศัยอาคารเรียนชั่วคราวเป็นสถานที่ทำการเรียนการสอน

             ผอ.บุญยืน เล่าว่า ช่วงที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวเป็นช่วงปิดเทอม หลังจากนั้น 2 วัน คณะครูได้มาประชุมวางแผนว่า ต้องมีการเร่งสร้างอาคารชั่วคราว ซึ่งชาวบ้านช่วยกันสร้างให้ทางโรงเรียน การสร้างแล้วเสร็จภายใน 3 วัน ใช้สถานที่อื่นในการเรียนการสอนเช่น อาคารชั่วคราว ใต้ต้นไม้ เป็นต้น หลังจากนั้นก็มีคนมาช่วยสร้างอาคารทีละห้องสองห้อง ส่วนใหญ่ก็ยังเรียนอยู่ในอาคารชั่วคราวมุงจาก ซึ่งทำขึ้นแล้วรองรับได้แค่ช่วงหน้าหนาวและหน้าร้อน แต่หน้าฝนหากตกหนักน้ำจะท่วม เพราะเป็นพื้นที่กลางสนามฟุตบอล มีปัญหาเรื่องทาก เรื่องยุงต่างๆ เด็กนักเรียนจะต้องแช่เท้าในน้ำขณะเรียนหนังสือ

             อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลากว่า 4 เดือน สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับภาคเอกชน ได้ให้ความช่วยเหลือ จัดโครงการ "ซ้อมสร้าง บ้าน วัดและโรงเรียน ในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวใน จ.เชียงราย" โดยจะมีการสร้างโรงเรียน 9 แห่ง คือ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองพาน, โรงเรียนบ้านท่าฮ่อ, โรงเรียนธารทองวิทยา (ป่ารวก), โรงเรียนบ้านหนองบัว, โรงเรียนบ้านทุ่งฟ้าผ่า (ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหัวริน), โรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ, โรงเรียนโป่งแพร่วิทยา, โรงเรียนบานดอยช้าง, โรงเรียนบานห้วยส้านยาว บ้านพักอาศัย 9 หลัง และบูรณะซ่อมแซมวัด 2 แห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ลงเสาเข็มไปบ้างแล้วในบางแห่ง โดยมี พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี(ว.วชิรเมธี) และ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เป็นประธาน เพื่อสร้างอาคารเรียนแบบเร่งด่วน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 ปี

             พัชรกัญญ์ วันชัย หรือ น้องหมิว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านท่าฮ่อ เล่าว่า วันแรกที่มาเห็นโรงเรียนหลังจากแผ่นดินไหวรู้สึกเสียใจ เพราะปกติก็เรียนบนอาคารหลักตลอด แต่ตอนนี้ขึ้นไปเรียนไม่ได้แล้ว ซึ่งอาคารเรียนชั่วคราวเวลาเรียนก็ไม่ค่อยมีสมาธิ เพราะเสียงจากห้องข้างๆ แต่ก็พอเรียนได้ ต้องอดทน ลำบากตรงช่วงหน้าฝน ฝนตกหนักแล้วน้ำท่วมก็ต้องแช่เท้าเรียนหนังสือ ทุกคนจึงอยากได้อาคารเรียนเร็วๆ

             "วันแรกที่ได้มาเห็นโรงเรียนหลังจากแผ่นดินไหวผ่านไปแล้ว ก็รู้สึกเสียใจ เพราะอาคารพัง ปกติเรียนบนอาคารหลักตลอด แต่ตอนนี้ขึ้นไปเรียนไม่ได้แล้ว มีอาคารเรียนชั่วคราวที่ชาวบ้านช่วยกัน ทำให้เวลาเรียนก็ไม่ค่อยมีสมาธิ เพราะใช้แค่ผ้ากั้นห้องเท่านั้น จึงมีเสียงรบกวนจากห้องข้างๆ ถ้าหน้าฝน ฝนตกหนักแล้วน้ำท่วมก็ต้องแช่เท้าเรียนหนังสือ อยากให้อาคารเรียนสร้างเสร็จเร็วๆ" น้องหมิว กล่าว

             อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการสนับสนุนจากภาคเอกชนบางส่วนแล้ว แต่เนื่องจากโครงการ "ซ้อมสร้าง บ้าน วัดและโรงเรียน ในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวใน จ.เชียงราย" ทั้งหมดนี้ ต้องใช้ทุนในการก่อสร้างกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งยังขาดเงินทุนและวัสดุก่อสร้างอีกจำนวนมาก ผู้สนใจสามารถร่วมบริจาคได้ที่ บัญชี สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว จ.เชียงราย ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาศรีวรา เลขบัญชี 140-2-63196-6