ไลฟ์สไตล์

การบริหารจัดการความโลภ(๘)ความโลภไม่เคยตาย

การบริหารจัดการความโลภ(๘)ความโลภไม่เคยตาย

06 ก.ค. 2552

องคุลิมาล นั้น เป็นนักเรียนอัจฉริยะ พอได้ยินพระพุทธเจ้าเสนอตรรกที่ขัดแย้งกันอย่างนี้ปุ๊บ ตะโกนถามเลย ท่านกำลังเดินอยู่แล้ว ทำไมท่านจึงบอกว่า "หยุด" เราซิหยุดยืนหอบแฮกๆ ท่านยังบอกว่าเราไม่หยุด

 พระพุทธเจ้าหันกลับมาบอกว่า องคุลิมาล เราตถาคตหยุดแล้ว จากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ดังนั้น ถึงแม้จะเดินอยู่ก็ชื่อว่าหยุด เธอซิหยุดอยู่ แต่ยังฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ถึงหยุดก็ได้ชื่อว่าเดิน

 พอได้ยินพุทธดำรัสแค่นี้ องคุลิมาลเข่าทรุดเลย ก่อนจะมาเรียนหนังสือ เขาประพิมประพายในความทรงจำว่า พระพุทธองค์เสด็จอุบัติแล้ว เขาไม่รู้ว่าประทับอยู่ที่ไหน นาทีนั้น ในใจขององคุลิมาลคิดว่า สงสัยคนที่อยู่ข้างหน้าคงใช่พระพุทธเจ้าแน่ๆ จึงย้อนถามว่า ใช่พระผู้มีพระภาคเจ้าหรือหาไม่

 พระพุทธองค์บอกว่า องคุลิมาลเราตถาคต

 องคุลิมาลน้ำตารื้นเลย ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า นานเหลือเกินหนอที่พระพุทธองค์เสด็จมาโปรดลูก ทำไมไม่มาก่อนหน้านี้

 พระพุทธองค์ก็บอกว่า แต่เราก็มา พอรู้ว่าเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องคุลิมาลก็โยนดาบทิ้ง คุยกันสอง-สามคำ องคุลิมาลบรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน

 พระพุทธองค์พากลับวัด ไปบวช บวชเสร็จแล้วกองทัพพระเจ้าปเสนทิโกศลก็เข้ามาวัด พระเจ้าปเสนทิโกศลก้มกราบพระพุทธองค์ บอกว่าข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า  หม่อมฉันมาครั้งนี้จะมากราบถวายบังคมทูลลาไปปราบองคุลิมาล

 พระพุทธองค์บอกว่า มหาบพิตร ถ้าเกิดสมมติองคุลิมาลเข้ามาบวชแล้วน่ะ พระองค์จะว่าอย่างไร 

 โอ๊ย มหาโจรขนาดนั้น ใครเอามาบวชได้ไม่ใช่มนุษย์แล้ว  แต่ถ้าเราตถาคตทำได้ พระองค์จะว่าอย่างไร พระเจ้าปเสนทิโกศลทูลว่า โยมนี่แหละจะเป็นโยมอุปัฏฐากเอง จะดูแลท่านอย่างดีเลย

 พูดเสร็จ พระพุทธองค์ก็บอก นี่ไง องคุลิมาล เท่านั้นเองวงแตก เตรียมลุกหนีเลย พระเจ้าปเสนทิโกศล พระพุทธองค์บอกว่า มหาบพิตรไม่ต้องปราบ เราปราบเรียบร้อยแล้ว

 พระเจ้าปเสนทิโกศลดีพระทัยมาก ถึงกับทรงรำพึงออกมาเป็นกวีนิพนธ์ บอกว่า พระพุทธองค์นั้น ปราบคนที่ใครๆ ก็ปราบไม่ได้ และในการปราบนั้น ไม่ใช้ศัสตราวุธแม้แต่อย่างเดียว

 ต่อมากวีนิพนธ์ก็เอามาเขียนว่า พระพุทธองค์นั้น ทรงดับร้อนได้แล้ว จึงสอนให้ผู้อื่นดับร้อน ทรงเย็นสนิทแล้วจึงสอนให้คนอื่นเย็น ทรงข้ามทางกันดารแห่งกิเลสได้แล้ว จึงจูงแขนคนอื่นข้าม ทรงฝึกผู้ที่ใครๆ ฝึกไม่ได้แล้ว ก็จึงเดินสายฝึกคนไปทุกหนทุกแห่ง

 กรณีขององคุลิมาล นั้น สะท้อนให้เห็นธรรมชาติของความโลภประการหนึ่ง ก็คือ ความโลภจะทำให้คนที่ตกเป็นทาสแล้วมองไม่เห็นอะไรรอบๆ ด้าน ไม่เห็นอรรถ ไม่เห็นธรรม ไม่เห็นพ่อ ไม่เห็นแม่ ไม่เห็นสังคม ไม่เห็นสิ่งแวดล้อม ไม่เห็นกฎหมายบ้านเมือง

 สิ่งที่เขาเห็นมีสิ่งเดียว คือ เป้าหมายที่เขาต้องการจะครอบครอง รุนแรงขนาดที่องคุลิมาลมองไม่เห็นแม่ เห็นแต่นิ้วเท่านั้นเอง

 คุณโยมดูซิ ดูธรรมชาติของความโลภสามประการ  ธรรมชาติของความโลภเป็นอย่างนี้ ทั้งสามประการนี้ ถ้าจะสรุปให้สั้นที่สุด ให้เหลือประการเดียวก็คือ

 “ความโลภไร้ขีดจำกัด”

 ถ้าเรารู้ทันธรรมชาติของความโลภว่า ไร้ขีดจำกัดแล้ว  และยังพ่วงอันตรายมาด้วย จะทำอย่างไร ท่าทีต่อความโลภก็คืออะไร ท่าทีต่อความโลภมีหลายวิธี