
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ครูวาดเขียน
19 ต.ค. 2557
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ครูวาดเขียน : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ยังจำบรรยากาศการเรียนศิลปะในยุคสมัยที่คนวัยผมไม่มีอะไรปลุกเร้าใจให้ฮึกเหิม โรงเรียนเล็กๆ ในชนบทห่างไกล มีแรงบันดาลใจก็เพียงภาพโปสเตอร์ภาพยนตร์
ที่เรียกว่า “โปสเตอร์” ก็คงเพราะ ภาพใบปิดหนังเขียนด้วยสีโปสเตอร์ และนาม เปี๊ยก โปสเตอร์ ก็คือแรงบันดาลใจใหญ่หลวง ในยุคนั้น เด็กๆ ที่สนใจการวาดเขียนก็ย่อมต้องรู้จัก “เปี๊ยก โปสเตอร์” และ “ชวนะ”
โรงหนังในชนบทจะมีช่างวาดเขียนโปสเตอร์หนังประจำอยู่ โดยสตูดิโอของเขาก็มักจะเป็นเพิงเล็กๆในซอกมุมใดมุมหนึ่งของโรงหนังนั้นแหละ
โรงหนัง เรียกว่า “วิก” ซึ่งมาจากคำว่า “week” โรงหนังที่ตลาดบ้านวัยเยาว์ของผม ก็คงไม่ต่างจากที่อื่นๆ คือมุงสังกะสี ฝาไม้ตีเกยกัน มีพื้นกระดานปูด้านหน้าจอ ถัดมามีแผ่นกระดานปูทำม้านั่ง แถวต่อมาเป็นเก้าอี้ยาวมีพนักพิง มีชั้นลอยอยู่ส่วนท้ายสำหรับตั้งเครื่องฉาย และสำหรับคนดูชั้นพิเศษ
ทุกสัปดาห์จะมีภาพยนตร์ใหม่มาแทนเรื่องเก่า ซึ่งมีโปสเตอร์หนังมาปิดทับแผ่นเก่า เด็กรักการวาดเขียนอย่างผมไม่พลาดโอกาสที่จะไปขอใบปิดหนังสักแผ่นสองแผ่นกลับมาเป็นแบบวาดรูปดารา
ครูวาดเขียนในโรงเรียนจะสอนวาดแต่รูปมะม่วง มังคุด และสั่งให้วาด “รูปอะไรก็ได้” โดยมีคะแนนให้แค่ 10 คะแนน และเด็กที่มีแววหน่อยก็มักจะได้ 10 เต็ม 10 เสมอ
ใบปิดหนังและช่างเขียนโปสเตอร์ที่โรงหนังนี่แหละคือครูศิลปะตัวจริง นอกจากนั้นก็เป็นหนังสือการ์ตูน ซึ่งสมัยนั้นเรียก “นิยายภาพ” ผมยังจดจำนาม “ราช เลอสวรวง” “จุก เบี้ยวสกุล” “ทวี วิษณุกร” “พ.บางพลี” “จุ๋มจิ๋ม” “วัฒนา” “จิงโจ้” นามเหล่านี้คือครูศิลปะตัวจริง ให้ความรู้และแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้า มีพลังเสียยิ่งกว่ากระทรวงศึกษาธิการ
เด็กที่รักศิลปะในยุคนั้นเติบโต เก่งกล้า มาจากการลอกรูปโปสเตอร์หนัง และภาพการ์ตูนในหนังสือ “สิงห์ดำ” “เหยี่ยวเงิน” “อัศวินสายฟ้า” “เจ้าชายผมทอง” “กระสือสาว” “เลือดกับเหล็ก” (ที่พระเอกชื่อ กรดกับกริช) รวมทั้ง “หนูจ๋า” “เบบี้” การ์ตูนแนวขำขันขายหัวเราะแบบว่าขำกลิ้ง
ยุคสมัยเปลี่ยนไป เด็กศิลป์รุ่นหลังมีโอกาสมากกว่ารุ่นผม มีครูเก่งๆ มากมายหลายคน มีค่ายกิจกรรมศิลปะ มีสนามให้แข่งขัน มีเวทีให้สำแดงเจอได้เจอตัวศิลปินตัวเป็นๆ ต่างจากยุคผมที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาคุณครูเหล่านั้นเลย แม้แต่ภาพถ่าย
ล่าสุดผมเพิ่งได้พูดคุยกับ “ราช เลอสรวง” ตัวจริง ยังมีลมหายใจ อายุท่านก็เลยหลักเจ็ดแล้ว ได้พูดคุยกับท่าน บอกท่านว่าท่านคือครูของผม ผมประทับใจ “สิงห์ดำ” มาก นิยายภาพกำลังภายในสุดยอดแห่งจินตนาการเคลื่อนไหวผ่านลายเส้นเฉียบคม ภาพวาดของท่านเหมือนมีเสียงออกมาด้วย ผมหลงใหลสิงห์ดำถึงขนาดเอากระดาษแข็งมาตัดทำโล่กลมๆ แบบในภาพ วาดลวดลานตามเหมือนเป๊ะ เอาเชือกผูกคาดโล่ไว้กลางอก แล้วก็เอาทางมะพร้าวมาเหลาทำดาบ ออกฤทธิ์ออกเดชเต็มที่ เหนือสิ่งอื่นใดผมวาดรูปสิงห์ดำรูปแล้วรูปเล่า แบบว่า ลอกตามทั้งเล่ม นั่งวาดรูปได้เป็นวันๆ
เคยคิดอยากได้พบเจอ “เปี๊ยก โปสเตอร์” สักครั้ง แต่คิดๆไปก็คงไม่เป็นไรหากไม่ได้พบ ถ้าได้พบก็อยากบอกท่านว่า คอลัมน์ “ฉายาจิตรกร” (หรือ “เงาจิตรกร”) ในนิตยสาร “สตาร์พิคส์” ของท่านคือห้องเรียนวิชาวาดภาพคนที่ไม่เพียงแต่ผม แต่รวมถึงเด็กๆ ที่รักศิลปะในยุคนั้น ถือเป็นบรมครู
ที่เขียนถึง “ครูศิลปะ” ในฉบับนี้ก็เพราะผมได้พบครูราช เลอสรวง และได้พูดคุยกับท่าน (ประมาณ 10 นาที) ที่งาน “กล้าวรรณกรรม” โครงการเพาะบ่มและต่อยอด โดย ซี.พี.ออล จัดขึ้นที่ “บ้านผู้หว่าน” สามพราน นครปฐม เมื่อต้นเดือนตุลาคม ที่ผ่านมาครับ



