ไลฟ์สไตล์

สวนเกษตรควบคู่ในสวนปาล์ม เลี้ยงแพะ-แกะทำรายได้ 2 ทาง

สวนเกษตรควบคู่ในสวนปาล์ม เลี้ยงแพะ-แกะทำรายได้ 2 ทาง

19 ต.ค. 2557

ท่องโลกเกษตร : สวนเกษตรควบคู่ในสวนปาล์ม เลี้ยงแพะ-แกะทำรายได้ 2 ทาง : โดย...ดลมนัส กาเจ

 
                              ในยุคที่ราคาพืชผลทางการเกษตรมีการผันผวน ถึงเวลาที่เกษตรกรต้องปรับวิถีชีวิตให้เข้ากับกระแสปัจจุบัน โดยเฉพาะเกษตรกรที่เพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยว ต้องปรับในการทำเกษตรผสมผสาน หรือเกษตรควบคู่กับอาชีพหลักที่ทำอยู่ อย่างสวนปาล์มน้ำมันของ สิทธิพร จริยพงษ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี และรองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ คนที่ 2 หมู่ 5 ต.ไทรโสภา อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ปัจจุบันเขาและน้องชาย "สานิตย์ สิทธิพร" หันมาเลี้ยงแพะและแกะควบคู่ไปด้วย 
 
                              อย่างน้อยหากราคาผลผลิตปาล์มน้ำตกต่ำ ก็จะได้มีรายเสริมจากการเลี้ยงแพะและแกะ ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้รวมกลุ่มตั้งชมรมผู้เลี้ยงแพะและแกะ จ.สุราษฎร์ธานี โดยใช้พื้นที่สวนปาล์มน้ำมันของสิทธิพร ตั้งเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้ในการเลี้ยงแพะในสวนปาล์มน้ำมันให้เกษตรกรในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และจังหวัดใกล้เคียงได้เข้าไปเรียนรู้วิธีการและเทคนิคต่างๆ ทั้งการเลี้ยงแพะและแกะ ตามธรรมชาติ รวมไปถึงวิธีการปลูกปาล์มน้ำมัน การทำปุ๋ยหมักจากใบปาล์ม เป็นต้น
 
                              สวนปาล์มน้ำมันของสิทธิพร อยู่บนเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ภายในสวนจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งน้ำที่เป็นลำธารไหลผ่าน ทำให้ภายในสวนนอกจากจะปลูกปาล์มน้ำมับกับเลี้ยงแพะและแกะแล้ว ยังมีสระน้ำที่เลี้ยงปลา กาแฟ มีเครื่องบดใบปาล์มน้ำมันส่วนหนึ่งนำไปหมักเพื่อเก็บไว้สำหรับแพะกินในยามแล้ง และอีกส่วนหนึ่งบดเพื่อนำใบปาล์มทำเป็นปุ๋ยหมักอีกด้วย   
 
                              สิทธิพร เล่าในระหว่างที่ทีม "ท่องโลกเกษตรคมชัดลึก" เข้าเยี่ยมกิจการการเลี้ยงแพะและแกะในสวนปาล์มของเขาว่า  พื้นที่ภาคใต้เป็นแหล่งผลิตปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่ของไทย มีพื้นที่ปลูกกว่า 3 ล้านไร่ มีเกษตรกรชาวสวนปาล์มกว่า 1 แสนครอบครัว แต่สิ่งหนึ่งที่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันส่วนใหญ่ยังคงประสบปัญหา คือ ต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง ในขณะที่ราคาปาล์มน้ำมันผันผวนตลอดเวลา ทำให้เกษตรกรมีรายได้ไม่แน่นอน ประกอบกับการทำเกษตรในรูปแบบของการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ยิ่งส่งผลให้เกษตรกรมีความเสี่ยงสูงเพิ่มมากขึ้นหากราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ
 
                              ฉะนั้นทางออกของเกษตรกรต้องทำเกษตรในเชิงคู่ ทางสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี มองว่า การเลี้ยงแพะและแกะในสวนปาล์มน้ำมันก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สามารถจะสร้างรายได้ให้เกษตรได้ หรืออาจปลูกพืชอย่างอื่น สามารถปลูกกาแฟ ปลูกผักเหลียง รวมถึงโคเนื้อได้ เพราะจะทำให้เกษตรกรลดความเสี่ยงและมีรายได้เสริมนอกเหนือจากพืชหลักที่ปลูกอีกทางหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องพิจารณาถึงความต้องการของตลาดในท้องถิ่นด้วย
 
                              “ในอดีตถ้าอยากให้ได้ผลผลิตปาล์มดีๆ ก็มักจะบอกให้เกษตรกรใส่ปุ๋ย หรือใช้ยาฆ่าหญ้าหากมีหญ้าในสวนปาล์ม แต่ก็พบว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น สภาพดินเสื่อม จึงได้หาแนวทางใหม่ด้วยการทำเกษตรเชิงคู่ เลี้ยงแพะและแกะในสวนปาล์มน้ำมันแทน พร้อมๆ กับลดการใช้สารเคมีลง ปรากฏว่าได้ผลเป็นอย่างดี เพราะแพะหรือแกะที่เลี้ยงไว้ช่วยในการกำจัดหญ้าและวัชพืชในสวนปาล์ม ขณะเดียวกันมูลสัตว์ยังเป็นปุ๋ยช่วยบำรุงดิน ในแต่ละเดือนก็ยังสามารถขายเนื้อแพะเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย” สิทธิพร กล่าว
 
                              ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี บอกอีกว่า   ปัจจุบันเนื้อแพะและเนื้อแกะเป็นที่ต้องการของตลาด ราคาซื้อขายชั่งทั้งตัวอยู่ที่ กก. 120-130 บาท เมื่อพิจารณาความคุ้มค่าของการเลี้ยงแพะเบื้องต้น หากเกษตรกรมีสวนปาล์มน้ำมัน 20 ไร่ เลี้ยงแพะแม่พันธุ์ไว้ 60 ตัว ในแต่ละเดือนจะขายแพะได้ประมาณ 10 ตัว เกษตรกรจะมีรายได้เสริมไม่น้อยกว่าเดือนละ 2.6 หมื่นบาท หากมีการเปิดการค้าเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ไทยอาจจะไม่สามารถสู้มาเลเซียหรืออินโดนีเซียได้ แต่เมื่อมองถึงแนวโน้มทางด้านปศุสัตว์ หลายประเทศมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่และสภาพภูมิประเทศ ไทยค่อนข้างได้เปรียบ และจะกลายเป็นจุดแข็งของไทยที่จะแข่งขันกับต่างประเทศได้   
 
                              ด้านสานิตย์ ผู้เป็นน้องชายของสิทธิพร ผู้เลี้ยงแพะและแกะในสวนปาล์มน้ำมัน บอกว่า เริ่มเลี้ยงแพะในสวนปาล์มน้ำมันมานานแล้ว ตั้งแต่ปี 2548 ครั้งแรกมีแม่พันธุ์ 15 ตัว ใช้เงินลงทุนสร้างโรงเรือนกว่า 1 หมื่นบาท แต่ช่วงแรกปัญหาเรื่องโรคปากเปื่อย รู้สึกท้อเหมือนกัน กระทั่งได้ปรึกษากับปศุสัตว์ท่านหนึ่งที่ จ.กระบี่ จึงได้รับคำแนะนำวิธีการดูแลอาทิแนะนำให้ใช้ยาหม่องทาปาก และให้ถ่ายพยาธิ ตอนหลังจึงทราบว่าการเลื้องแพะไม่ยากอย่างที่คิด เลยขยายขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีเลี้ยงทั้งหมดกว่า 300 ตัว 
 
                              สำหรับเทคนิคสำคัญในทำสวนปาล์มน้ำมันควบคู่กับการเลี้ยงแพะนั้น เริ่มตั้งแต่เตรียมพื้นที่ปลูกปาล์ม โดยต้องปรับระยะห่างของการปลูกปาล์มให้มีระยะห่างเพิ่มมากขึ้น คือ ตั้งแต่เป็น 10X10 เมตรเป็นต้นไป หากพื้นที่ระหว่างต้นมากขึ้น จะช่วยทำให้ต้นปาล์มได้รับแสงแดดเต็มที่ เจริญเติบโต หลังจากนั้นเมื่อปาล์มอายุได้ 3-4 ปี จึงนำแพะหรือแกะเข้ามาเลี้ยง ซึ่งสัดส่วนของการเลี้ยงแพะในสวนปาล์มคือปล่อยแพะหากินในสวนปาล์มน้ำมัน 4-5 ตัวต่อไร่ โดยแพะเหล่านี้จะช่วยในการกำจัดหญ้าที่รกในสวนปาล์ม ลดการใช้สารเคมี  ส่วนมูลแพะยังเป็นปุ๋ยช่วยบำรุงดินได้ดีอีกด้วย 
 
                              ขณะที่นายกรีฑารม แมนเมือง ประธานชมรมผู้เลี้ยงแพะและแกะจังหวัดสุราษฎร์ธานี บอกว่า ที่จริงเกษตรกรชาว จ.สุราษฎร์ธานี เลี้ยงแพะมาตั้งแต่ปี 2546 แรกๆ ไม่ทราบว่าจะขายที่ไหน กระทั่งในปี 2548 มีการหารือถึงแนวทางการตลาดสรุปว่าควรที่จะมีการรวมกลุ่มและหาแนวทางในการขยายตลาด ทำให้มีเกษตรกรมีการรวมกลุ่มตั้งชมรมมีสมาชิกกว่า 50 คน มีแพะทั้งหมดราว 1,000 ตัว และชมรมมีโรงเชือดเป็นของตัวเอง ปัจจุบันปรากฏว่า ตลาดต้องการสูงมาก มีออเดอร์สั่งเข้ามาในแต่ละเดือนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 50 ตัว ตลาดหลักที่ภูเก็ต กระบี่ และปัตตานี เป็นต้น
 
                              การทำเกษตรควบคู่นับเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สามารถเพิ่มรายเสริมให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะเกิดปัญหาด้านราคา ทำให้อาชีพสำรองในพื้นที่การเกษตร อย่างเลี้ยงแพะและแกะในสวนปาล์น้ำมันจะสามารถจะเสริมรายได้อีกทางหนึ่ง
 
 
 
 
 
 
--------------------------------
 
(ท่องโลกเกษตร : สวนเกษตรควบคู่ในสวนปาล์ม เลี้ยงแพะ-แกะทำรายได้ 2 ทาง : โดย...ดลมนัส กาเจ)