
การบ่มเพาะมูลค่าเพิ่มทางศิลปวัฒนธรรม
18 ต.ค. 2557
การบ่มเพาะมูลค่าเพิ่มทางศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจด้วยแนวทางศิลปะและการออกแบบ : คอลัมน์ แต่งร้านให้ได้ล้าน โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง
ทรัพย์สินทางศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของประเทศไทย มีความหลากหลาย ละเอียดลึกซึ้ง มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน อันเป็นอัตลักษณ์ของประเทศที่ทรงคุณค่ามหาศาล
การสร้างเสริมทรัพย์สินเหล่านี้ให้มีมูลค่าเพิ่มต่อยอดจากเดิมจึงมีความสำคัญมากอันเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของการพัฒนาประเทศอย่างสร้างสรรค์ มีทิศทางส่งเสริมการเพิ่มพูนรายได้ประชาชาติของคนไทยอย่างสมดุลและมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งปัจจัยสำคัญของความสำเร็จเหล่านี้คือ กระบวนการสร้างสรรค์บ่มเพาะสิ่งที่เป็นอยู่แห่งรากฐานประเทศสู่การเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ และทรัพย์สินทางปัญญาให้มีมูลค่าสูงขึ้น
การบ่มเพาะมูลค่าเพิ่มทางศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจด้วยแนวทางศิลปะและการออกแบบ ภายใต้แนวคิด แรงบันดาลใจแห่งประเทศไทย (Thailand Inspiration) จึงเป็นอีกข้อเสนอแนะหนึ่งของการพัฒนาประเทศในอีกมิติ และมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจครับ
จุดประสงค์โครงการ
1. เพื่อต่อยอดภูมิปัญญาของชุมชนออกสู่การพัฒนาแบรนด์สินค้านานาชาติ โดยมีอัตลักษณ์ในแบบฉบับของไทย
2. ส่งเสริมให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการนำปราชญ์ความคิดของไทยสู่การพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน และให้ได้รับความนิยมในระดับนานาชาติ
3. ส่งเสริมให้เกิดการแปรรูปผลิตภัณฑ์ของไทยให้ร่วมสมัยทัดเทียมสินค้าในระดับโลก เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของไทยด้วยการออกแบบที่ดี
4. เป็นแหล่งรวมศาสตร์ต่างๆ และภูมิปัญญาของชาติ โดยคัดเลือกในหมวดเฉพาะด้านที่มีคุณประโยชน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีศักยภาพในการสร้างเสริมสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า และได้รับความนิยมระดับโลก
5. เป็นแหล่งบ่มเพาะภูมิปัญญา คนสร้างสรรค์ คนต้นแบบลิขสิทธิ์ทางปัญญาเพื่อสร้างสรรค์ทั้งบุคคลากรที่มีคุณภาพและผลงานที่มีคุณภาพไปพร้อมกัน
ขั้นตอนตัวอย่างการสร้างมูลค่าเพิ่มมีดังนี้
1. การสำรวจและคัดสรรผลิตภัณฑ์ชุมชน สาระสำคัญทางวัฒนธรรม ประเพณีของประเทศไทยเลือกเฟ้นในโครงการที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาให้ร่วมสมัยและบ่มเพาะสู่อนาคตได้ อธิเช่น ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยที่มีการพัฒนาให้มีลวดลายที่ทันสมัย การประยุกต์การนำไปใช้อย่างมีคุณภาพและได้รับความนิยมในระดับนานาชาติ โดยมีมูลค่าที่สูงขึ้นจากเดิมด้วยการบ่มเพาะจากการออกแบบ
2. มีการจัดตั้งกลุ่มนักออกแบบจากนักศึกษา เยาวชน เอกชน นักออกแบบมืออาชีพจากหลายสาขาสำหรับความร่วมมือในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ทันสมัยและร่วมสมัยมีอัตลักษณ์โดยอาจเสนอให้มีเจ้าภาพ 1 สถาบันต่อ 1 ชุมชน ต่อ 1 ผลิตภัณฑ์ในการพัฒนาแบรนด์ต้นแบบ โดยอาจจะอยู่ในแผน CSR ขององค์กรต่างๆ ทั่วถึงโครงการ
3. มีกระบวนการสร้างสรรค์และบ่มเพาะผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยวางแผนครบทุกมิติ 360 องศา มีสถานที่และศูนย์สร้างสรรค์ประจำชุมชนโดยให้มีความร่วมมือจากองค์กรต่างๆ มีการพัฒนาแบรนด์ของชุมชนให้ก้าวสู่ระดับนานชาติจาก 5,000 ชุมชนเกิดต้นแบบ 500 แบรนด์ก็ถือว่าสำเร็จแล้ว ยกตัวอย่างเช่น การออกแบบวงจรสินค้าทางการเกษตร “ยางพารา” โดยอาจมีการจัดตั้งกลุ่มสหกรณ์การแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ผลิตผลจากยาง ณ ชุมชนแห่งหนึ่ง โดยนำวัตถุดิบมาแปรรูปในทุกมิติ มีกระบวนการส่งเสริมครบถ้วนทั้งการตลาด การจัดจำหน่าย การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับชุมชน “ยางพารา” โดยเฉพาะ นี่คือ ตัวอย่างนะครับสำหรับ 1 ชุมชน ยังมีผลิตภัณฑ์การเกษตร และการพานิชย์ต่างๆ อีกนับร้อยนับพันที่มีโอกาสแปรรูปได้ทั้งหมด
โดยภารกิจรัฐที่ควรสนับสนุนมีดังนี้
1. การสนับสนุนโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และภูมิปัญญาของชาติในทุกมิติกระจายวงกว้างทั้งประเทศ
2. การสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งศูนย์สร้างสรรค์บ่มเพาะผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม
3. การสนับสนุนการมีส่วนร่วมของหน่วยงานรัฐต่อการเสริมสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้บรรลุเป้าหมาย
4. รัฐควรสนับสนุนทางการตลาด การเชื่อมสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์สู่การจัดจำหน่ายระดับนานาชาติ กิจกรรมโรดโชว์ กิจกรรมการจัดแสดงงานระดับโลก กิจกรรมการส่งเสริมการพัฒนาการค้าให้มีมูลค่าสูงแทนมูลค่าต่ำ
5. การส่งเสริมสถาบันการศึกษาที่มีหน้าที่เหล่านี้อย่างเต็มรูปแบบ เต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยมีเยาวชน นักเรียน นักศึกษา มีส่วนร่วมในการเลือกเฟ้นเสนอความคิดระดมสมองให้กับชุมชนต้นแบบต่างๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ส่งผลต่อการจับคู่นักออกแบบกับชุมชนที่ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างมีคุณภาพไปพร้อมกันทั้งคนและผลิตภัณฑ์
ทรัพย์สินทางปัญญา ทางศิลปวัฒนธรรมของชาติมีมหาศาล มีความหลากหลาย แต่การฟื้นฟูให้โครงการต่างๆ มีการพัฒนาต่อยอดทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญมาก จากการสำรวจเบื้องต้นให้เห็นว่าบางผลิตภัณฑ์ บางเรื่องราวทางศิลปวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน ขาดการเหลียวแลจนทำให้เสียโอกาสที่ดีของชาติไป แทนที่คนไทยจะได้ลืมตาอ้าปาก มีเศรษฐกิจพื้นฐานจากความสามารถตามอัตลักษณ์ของชุมชน แต่กลับต้องเผชิญความยากลำบาก จนล้มหายตายจากกันไป ขาดการสืบทอดจนบางอย่างเรื่องดีๆ ได้สูญสลายไป เป็นเรื่องน่าเสียดายถ้าเราปล่อยปละละเลยศิลปวัฒนธรรมดีๆ โดยไม่ได้รับการพัฒนานะครับ
.......................................
(หมายเหตุ การบ่มเพาะมูลค่าเพิ่มทางศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจด้วยแนวทางศิลปะและการออกแบบ : คอลัมน์ แต่งร้านให้ได้ล้าน โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง)



