
จ่ายตรงวัน เสียค่าปรับล่าช้า
15 ต.ค. 2557
เปิดซองส่องไทย : จ่ายตรงวัน เสียค่าปรับล่าช้า : โดย...ลุงแจ่ม
ผมมีเรื่องอยากร้องเรียนพฤติกรรมของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ดังนี้ครับ ผมเป็นลูกหนี้ของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดมากว่า 10 ปีแล้ว ไม่เคยมีปัญหา ไม่เคยผิดนัดชำระถึงขั้นต้องมีค่าปรับ ค่าติดตามเกิดขึ้นเลยแม้แต่บาทเดียว จนตอนนี้ผมอายุ 60 ปีแล้ว เหลือหนี้ค้างชำระอยู่ 6 หมื่นกว่าบาท 1 บัญชี จากเดิมมี 3 บัญชี แต่ประมาณ 2-3 ปีก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อของธนาคาร โทรมาขอให้ทำวงเงินใหม่ เห็นเป็นลูกหนี้ชั้นดี ผมก็ตอบปฏิเสธไปว่า อายุจะ 60 ปีแล้ว อยากจะชำระให้หมดภายในอายุ 60 ปี
และอีกอย่าง กิจการที่ทำอยู่ก็ถ่ายโอนให้เป็นชื่อภรรยาและลูกแล้ว เจ้าหน้าที่ก็แนะนำให้เอาชื่อภรรยาทำวงเงินแทน มีการติดต่อมาหลายครั้ง จนเมื่อเดือนมีนาคม 2556 ก็โทรมาคุยอีก ผมจึงตกลงทำในนามภรรยา โดยคุยกันที่ดอกเบี้ยร้อยละ 25 ต่อปี หลังจากผมจัดส่งเอกสารที่ธนาคารต้องการไปให้เรียบร้อย ธนาคารอนุมัติวงเงิน 172,000 บาท เดือนเมษายน 2556 โทรมาบอกให้ผมตรวจสอบยอดเงินในบัญชีภรรยา ยอดเงินเป็นไปตามนั้น หลังจากนั้นประมาณ 15 วัน ธนาคารส่งรายละเอียดหนังสือสัญญา วันที่ต้องชำระ ค่าผ่อนรายเดือน และแจ้งอัตราดอกเบี้ยเป็นร้อยละ 28 บาทต่อปี ชำระทุกวันที่ 18 เป็นเวลา 36 งวด ปัจจุบันผ่อนมาแล้ว 16 งวด เมื่อผมได้รับเอกสารผมก็โทรไปหาเจ้าหน้าที่ทันที สอบถามเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่คุยกันว่าร้อยละ 25 บาทต่อปี ทำไมจึงเป็นร้อยละ 28 บาทต่อปี
นั่นยังไม่เท่าไหร่ ที่รับไม่ได้คือ มีหนังสือจากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด โดยบริษัท ไทยเอ็กซ์คลูซีฟ ลิสซิ่ง ผู้รับทวงหนี้ แจ้งมาว่าภรรยาผมผิดนัดชำระ 1 งวด ค่าปรับ 834.60 ลงวันที่ 5 เมษายน 2557 ผมได้รับจดหมายหลังวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ ความจริงแล้วผมไม่เคยค้างชำระ 1 งวดตามที่แจ้งมา แต่ชำระล่าช้า คือ เดือนมกราคม 2557 ผมชำระวันที่ 24 มกราคม เดือนกุมภาพันธ์ ชำระวันที่ 22 จากที่ต้องชำระทุกวันที่ 18 เท่ากับผมผิดนัดไป 12 วัน คิดค่าปรับ 834.60 บาท ผมไม่คิดอะไรมาก ไปจ่ายวันที่ 19 เมษายน
วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ มีพนักงานธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดโทรหาภรรยาผม บอกให้รีบไปชำระค่าปรับ 214 บาท เพราะชำระล่าช้า ให้ชำระภายในวันนี้ ผมเห็นว่าเป็นวันอาทิตย์จึงไม่ไปชำระ และไปชำระเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม จำนวน 214 บาท แต่พอถึงวันที่ 30 กรกฎาคม กลับได้รับใบทวงหนี้ลงวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม ว่ามียอดค้างชำระ 1,058.40 เป็นค่าปรับที่ชำระล่าช้า ผมงงมาก จนเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม เวลา 10.30 น. ผมให้ภรรยาติดต่อฝ่ายหนี้ค้าง ได้คุยกับพนักงานท่านหนึ่ง ซึ่งคุยดีมีมารยาท แต่พูดจาเหมือนไม่อยากคุยด้วย ผมถามว่า กำหนดชำระทุกวันที่ 18 หากถึงกำหนดไม่ได้ชำระ ธนาคารจะผ่อนผันให้กี่วันจึงจะไม่เรียกค่าปรับ ไม่มีการผ่อนผัน จะคิดค่าปรับทันที ซึ่งไม่เกี่ยวกับดอกเบี้ยที่เดินอยู่ทุกวันอยู่แล้ว
เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผมชำระผ่านโลตัส เมื่อวันที่ 16 ผมรอดูว่าใบเสร็จจะออกวันไหน ปรากฏว่า ใบเสร็จออกวันที่ 22 สิงหาคม ผมสังเกตว่าหากผมชำระวันที่ 18 ธนาคารจะออกใบเสร็จวันที่ 23 ใช้เวลา 6 วัน คือ ให้ดอกเบี้ยเดินอยู่ในอัตราหนี้ค้าง ไม่ยอมตัดยอดชำระ ผมกำลังรวบรวมเอกสารส่งไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทยดูว่าทำกันแบบนี้ถูกต้องหรือไม่ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เดือนที่มี 30 วันกับ 31 วัน อัตราดอกเบี้ยยังผิดกันเห็นๆ นี่ปล่อยให้เดินอีก 3-4 วัน ลูกหนี้มีเป็นพันราย จะเอาเปรียบกันไปถึงไหน
สนุ่น
ตอบ
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า กรณีของคุณ ธนาคารขอชี้แจงรายละเอียดดังนี้
ในกรณีค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ที่ธนาคารเรียกเก็บจะเกิดจาก 2 กรณี คือ การชำระเงินไม่เป็นไปตามขั้นต่ำที่ธนาคารเรียกเก็บ หรือการชำระเงินล่าช้ากว่าวันที่ธนาคารกำหนด ที่ระบุในใบแจ้งยอดบัญชีประจำเดือน สำหรับกรณีการชำระเงินต่างธนาคาร หรือเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่ให้บริการต่างๆ จำนวนเงินและวันที่ลูกค้าชำระเงินจะเข้าบัญชีในวันทำการถัดไป โดยจะปรากฏรายละเอียดในใบแจ้งยอดบัญชีในแต่ละเดือน และการคำนวณดอกเบี้ยธนาคารจะคำนวณย้อนหลัง ณ วันที่ลูกค้าชำระเงินตามจริง
สำหรับการออกใบเสร็จ ธนาคารจะจัดส่งใบเสร็จ ณ วันครบรอบบัญชี ซึ่งจะออกเป็นเอกสารฉบับเดียวกันกับใบแจ้งยอดบัญชี โดยไม่เกี่ยวข้องกับการคิดคำนวณดอกเบี้ยแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม หากลูกค้ามีข้อสงสัย สามารถสอบถามที่แผนกบริการธนาคารทางโทรศัพท์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด โทร.1595 ตลอด 24 ชั่วโมง
ลุงแจ่ม
สามี(ตัวดี)ทิ้งกันได้ลง
ปัญหาของดิฉันก็คือว่า ได้อยู่กินกับแฟนโดยไม่ได้แต่งงานกัน เราอยู่กินด้วยกันมาประมาณ 5 ปี อยู่บ้านเดียวกัน โดยที่ดิฉันเป็นพนักงานบริษัท และแฟนก็ทำงานในบริษัทเอกชนด้วยเหมือนกัน เรามีทรัพย์สินที่หามาได้ร่วมกันหลังจากอยู่ด้วยกันคือ รถ ส่วนบ้านเป็นชื่อของแฟน คือ ดิฉันได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านแฟน แล้วได้มีการซื้อของ เฟอร์นิเจอร์หลายอย่างที่เราซื้อร่วมกันในบ้าน
แต่ก็มีปัญหาเกิดขึ้นค่ะ เพราะแฟนบอกเลิกกับดิฉัน ทำให้ดิฉันช็อก เพราะเราไม่เคยมีปัญหากันมาก่อน และไม่คิดว่าจะเกิดปัญหาเช่นนี้กับดิฉัน
อยากทราบว่า ถ้าแฟนเลิกกับดิฉันจริงๆ ดิฉันจะได้อะไรบ้าง ในทางกฎหมายสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้าง ขณะนี้ดิฉันอายุ 25 ปี ส่วนแฟนอายุ 32 ปี อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน ก็คิดว่า ท้ายที่สุดแล้วเราจะได้แต่งงานอยู่กินด้วยกันแบบถูกต้องตามกฎหมาย ไม่คิดว่า จะมาเป็นอย่างนี้
ดิฉันสามารถเรียกร้องอะไรบ้าง
แก้ว
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า การที่อยู่กินด้วยกันเหมือนเช่นสามีภรรยา แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันนั้น ในทางกฎหมายไม่ได้รับรองในเรื่องของการเป็นสามี ภรรยา หรือรองรับให้เป็นบุคคลคนเดียวกัน ดังนั้น การเรียกร้องสิทธิในด้านกฎหมายต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้นด้วย
แต่การอยู่ด้วยกันเช่นนี้ เป็นเหมือนหุ้นส่วนซึ่งกันและกัน หากต้องเลิกกัน ทรัพย์สินที่หามาได้ระหว่างที่อยู่กินด้วยกัน จะเป็นลักษณะของหุ้นส่วน คล้ายกับคนทำธุรกิจร่วมกัน ดังนั้น จึงเป็นทรัพย์สินร่วมที่ต้องแบ่งคนละครึ่ง หากตกลงกันไม่ได้ก็ต้องพิสูจน์ว่า ชิ้นไหนเป็นทรัพย์สินที่หามาได้หลังจากอยู่กินด้วยกัน กรณีนี้ หมายถึงว่า ตกลงกันไม่ได้และต้องฟ้องร้อง ซึ่งทำให้ต้องรอการพิสูจน์เรื่องทรัพย์สินด้วย
หากตกลงกันได้ ก็ตกลงกันเลยว่า ของที่มีอยู่คิดเป็นมูลค่าเท่าไหร่ หรือว่า ใครจะเอาชิ้นไหนไปก็แบ่งกันไป จะได้ไม่มีปัญหา
ส่วนเรื่องรถที่บอกว่า เป็นชื่อร่วมกัน ก็ต้องทำอย่างที่บอก คือ ถ้าตกลงกันได้ ก็แบ่งกันไปเลย หรือแบ่งกันว่า ใครควรจะได้ไป เพื่อจะได้ง่ายไม่ต้องเอาขายออกทอดตลาดเพื่อเอาเงินมาแบ่วกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณทั้งสองคนว่า จะตกลงกันได้ไหม
ลุงแจ่ม



