
มนุษยธรรม...ความเมตตา...อยู่ที่ไหน ?
14 ต.ค. 2557
เปิดซองส่องไทย : มนุษยธรรม...ความเมตตา...อยู่ที่ไหน ? : โดย...ลุงแจ่ม
ดิฉันชื่อ นางอัมพร คงยืน ซึ่งเป็นแม่ของน้องสองและน้องโฟกัส อยู่ที่ ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อเย็นวันที่ 22 กันยายน 2557 คนขับรถบรรทุกน้ำมันของ บริษัท วีรยาออยล์ ทรานสปอร์ต จำกัด ป้ายทะเบียนรถ 70-4453 นครราชสีมา ได้ขับรถเบียดชนกับรถจักรยานยนต์ ซึ่งบนรถจักรยานยนต์คันนั้น มีลูกสาวคนโตของดิชั้นที่ชื่อน้องสอง และได้อุ้มลูกสาวคนเล็กที่ชื่อน้องโฟกัส ซ้อนท้ายคนขี่ชื่อน้องโรส ซึ่งเป็นญาติสนิทกัน
โดยหลังจากที่น้องสอง ผู้ซึ่งรอดชีวิตคนเดียวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ น้องสองได้ถอดเครื่องช่วยหายใจและเล่าให้ดิฉันฟังว่า รถบรรทุกของบริษัท วีรยาออยล์ ทรานสปอร์ต จำกัด ได้ขับมาอย่างรวดเร็ว และเบียดรถจักรยานยนต์จนเสียหลักล้มลง แต่น้องสองยังพอมีสติอยู่จึงได้โยนน้องโฟกัสที่มีอายุเพียงขวบกว่าลงข้างทาง เพื่อที่หวังว่าน้องโฟกัสจะไม่โดนรถบรรทุกทับ แต่โชคร้ายน้องโฟกัสกระดูกสันหลังหัก อวัยวะเพศฉีกขาด ร่างกายบอบช้ำมากจนเสียชีวิต
น้องสองเองก็เสียหลักโดนรถบรรทุกทับขาทั้งสองข้าง ซึ่งแพทย์บอกว่าคาดว่าจะต้องตัดขาทิ้งทั้งสองข้าง สำหรับน้องโรส ซึ่งเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นญาติกันนั้นได้ถูกรถบรรทุกทับเสียชีวิตคาที่ หลังจากเกิดเหตุคนขับรถบรรทุกของบริษัทดังกล่าว บอกกับดิฉันว่า ได้รายงานให้บริษัททราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว แต่บริษัทวีรยาออยล์ฯ ไม่ได้ให้ความสนใจแต่อย่างใดเลย ปล่อยให้ตนซึ่งเป็นคนขับรถ รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
ดิฉันซึ่งเป็นแม่ที่สูญเสียลูกสาวคนเล็กไปด้วยหัวใจที่แหลกสลาย และลูกสาวอีกคนกำลังจะเสียขาทั้งสองข้างไป ได้ขอเพียงความเห็นใจจากบริษัทใหญ่อย่างบริษัท วีรยาออยล์ ทรานสปอร์ต จำกัด ให้เข้ามาช่วยเหลือกันบ้าง ในฐานะเพื่อนมนุษย์คนไทยด้วยกัน หรือมาร่วมงานศพบ้างก็ยังดี จนกระทั่งเผาลูกดิฉัน บริษัท วีรยาออยล์ฯ ก็ไม่มีการส่งตัวแทน หรือแม้แต่ใครซักคนมาร่วมงานเผาศพลูกสาวของดิฉัน ถึงแม้ดิฉันจะยากจน แต่ก็เลี้ยงลูกทั้งสองมาอย่างดี ลองคิดดูซิว่าถ้าเป็นลูกของเจ้าของบริษัทใหญ่โดนเหตุการณ์แบบนี้บ้าง จะเป็นอย่างไร ดิฉันว่าหัวอกของความเป็นแม่ก็คงจะโศกเศร้าเสียใจพอๆ กัน ดิฉันอยากให้บริษัทวีรยาออยล์ฯ เข้ามาช่วยเหลือดิฉันกับครอบครัวบ้าง ดิฉันสูญเสียลูกสาวไปหนึ่งคน กับลูกสาวที่ต้องพิการขาทั้งสองข้าง แล้วชีวิตดิฉันที่เหลืออยู่จะเป็นอย่างไร แล้วลูกสาวที่ต้องตัดขาทั้งสองข้าง เขาจะอยู่อย่างไร ถ้าวันหนึ่งดิฉันต้องเป็นอะไรไป ดิฉันขอความเมตตาจากลุงแจ่มช่วยหาความยุติธรรมให้แก่ดิฉันและลูกๆ ดิฉันด้วย
อัมพร/ฉะเชิงเทรา
ตอบ
พ.ต.อ.ศรีสวัสดิ์ วารีสมานคุณ ผกก.สภ.เขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา ชี้แจงว่า เรื่องรถบรรทุกน้ำมันได้ขับรถชนคนตายนั้น ตอนนี้อยู่ในระหว่างสอบสวน รวบรวมหลักฐานอยู่ โดยให้พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเข้ามาตรวจรถที่เกี่ยวข้องว่าใครมีการเฉี่ยวชนกันอย่างไร
ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้รับทราบผล ตอนนี้กำลังตามหาพยานบุคคลรายหนึ่งซึ่งเห็นเหตุการณ์ในครั้งนี้ แต่พยานบุคคลรายนี้ไม่อยู่กับที่กับทางจึงค่อนข้างตามตัวยากหน่อย ไม่ได้อยู่เป็นหลักแหล่ง ถ้าตามตัวพบก็จะเรียกมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่าเรื่องเป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรอบคอบเกี่ยวกับสำนวนในการให้ปากคำกับพยานบุคคลรายอื่นๆ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องให้ความเป็นธรรมด้วยกันทั้งสองฝ่าย
เรื่องนี้เป็นเรื่องของจิตสำนึกของบุคคล เหตุที่เกิดขึ้นนี้มันอยู่ที่มนุษยธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ในการสอบสวนแล้วดำเนินคดีในส่วนที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม ส่วนในเรื่องของความช่วยเหลือก็ต้องอยู่ที่ความมีเมตตาธรรม ก็ต้องแล้วแต่คู่กรณี ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ ว่าจะดำเนินการอย่างไร ก็เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นจิตสำนึกของแต่ละคน
ผกก.ยืนยันหนักแน่นว่า จะทำคดีนี้ให้อย่างดีที่สุด แต่ก็จะเร่งคดีไม่ได้ ซึ่งตอนนี้กำลังตามหาพยานบุคคล ซึ่งทางบริษัท วีรยาออยล์ ทรานสปอร์ต จำกัด มีขั้นตอนอะไรหรือเปล่า ก็ไม่ทราบว่าจะบังคับได้อย่างไร ส่วนรถที่เฉี่ยวชนได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพรถแล้วก็ได้ส่งคืนกลับบริษัท เพราะในรถมีน้ำมันอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะกรณีที่ใครผิดใครถูกนั้นไม่ได้เกี่ยวกับการนำรถมาเก็บไว้ อยู่ที่ตัวบุคคลที่ขับรถมากกว่าว่าขับอย่างไรถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาได้
ผกก.บอกว่า รับรองได้ว่าไม่ได้นิ่งเฉย ไม่ปล่อยให้คดีหยุดนิ่งแน่นอน ถ้ามีหลักฐานที่แน่ชัด และชัดเจน ก็จะดำเนินคดีในทันที โดยต้องเรียกผู้กระทำผิดมาลงโทษ
ด้าน นายอนันต์ นาดีด่านกลาง ผู้จัดการ บริษัท วีรยาออยล์ ทรานสปอร์ต จำกัด จ.นครราชสีมา ชี้แจงว่า เรื่องที่รถบรรทุกน้ำมันเกิดการเฉี่ยวชนนั้น ในเบื้องต้นทางบริษัทได้มอบเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปให้แล้ว ตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างดำเนินการตามระเบียบ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของเจ้าพนักงานสอบสวนของ สภ.เขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา
ถ้าอยากทราบรายละเอียดมากกว่านี้ให้ไปถามเจ้าพนักงานตำรวจท้องที่ ซึ่งได้ให้ปากคำไว้หมดแล้ว
ลุงแจ่ม
สามี(ตัวดี)ฟ้องกลับเมียน้อย
มีเรื่องร้อนใจอยากทราบค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า ดิฉันกับสามีแต่งงานอยู่กินกันมาได้ 7 ปีแล้ว ไม่มีลูกด้วยกัน เราจดทะเบียนสมรสกัน มีบ้าน รถ และทรัพย์สินที่เป็นที่ดินอีกบางส่วน ที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหา แต่ปัญหามาเกิดขึ้นหลังจากที่ดิฉันทราบว่า สามีปันใจให้หญิงอื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ดิฉันเสียใจมาก
สามีให้เหตุผลกับดิฉันว่า ไม่ได้คิดจริงจังกับผู้หญิงคนนั้น เพราะดิฉันบอกว่า ดิฉันยินดีจะหย่าให้ เพราะสามีมีลูกกับเธอ แต่สามีบอกว่า ไม่ยอมหย่า ต้องการอยู่กับดิฉัน
หลังจากนั้นได้ไม่กี่เดือน ผู้หญิงมาบอกว่า เธอท้องกับสามีของดิฉัน ซึ่งสามีเองก็ยอมรับว่าเคยมีสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนี้ และเคยส่งเสียเธอ แต่เลิกไปแล้ว จึงไม่แน่ใจว่า เด็กที่เกิดมานี้ใช่ลูกตัวเองหรือไม่
ผู้หญิงคนนั้นอ้างว่า ถ้าไม่ยอมรับเธอก็ไม่ยอมเลิกเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะเธอจะฟ้องดิฉันและสามี
อยากทราบว่า ดิฉันควรพิสูจน์ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของสามีหรือไม่ และเรื่องทรัพย์สินที่มีอยู่ดิฉันควรจะกันออกมาอย่างไร เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาภายหลัง
ช้อย
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ถ้าผู้หญิงคนนี้บรรลุนิติภาวะแล้ว ในทางกฎหมายคงยากที่จะฟ้องร้องสามีคุณ ส่วนที่จะฟ้องร้องคุณนั้น ยิ่งเป็นไปไม่ได้ มีแต่คุณที่จะฟ้องเธอ ฐานที่เป็นชู้กับสามีของคุณ
แต่หลังจากที่เด็กเกิดมาแล้ว ถ้ามีการพิสูจน์แล้วว่าเด็กเป็นลูกของสามีคุณ ผู้หญิงคนนี้ก็มีสิทธิที่จะฟ้องให้สามีคุณรับรองบุตร และรับผิดชอบเลี้ยงดู ซึ่งตรงนี้ต้องอยู่ในดุลพินิจของศาลว่าจะส่งเสียค่าเลี้ยงดูมากน้อยแค่ไหน
หลังจากสามีคุณเซ็นรับรองบุตรแล้ว เด็กคนนี้ก็จะมีสิทธิเทียบเท่ากับลูกของคุณ เพราะเป็นลูกของพ่ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงมีสิทธิในมรดกของผู้เป็นพ่อทุกอย่าง ส่วนเรื่องของทรัพย์สินของคุณนั้น ถ้าสามีเสียชีวิต หรือหย่ากับคุณ ทรัพย์สินที่มีซึ่งเป็นสินสมรส จะแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเป็นของคุณ อีกส่วนหนึ่งเป็นของสามี ซึ่งในส่วนของสามีนั้นจะกลายเป็นมรดก หากสามีคุณเสียชีวิต เด็กคนนั้นจะได้รับในฐานะที่เป็นลูก ซึ่งจะได้รับสิทธิเป็นผู้รับมรดกจากพ่อ
แต่ถ้าคุณกับสามีไม่ได้หย่าขาดจากกัน ถ้าสามีเสียชีวิตมรดกของสามีจะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ให้คุณหนึ่งส่วนในฐานะภรรยา และเด็กคนนั้น ในฐานะลูก
ลุงแจ่ม



