ไลฟ์สไตล์

คุณภาพปวช.ตกต่ำต้องแก้ให้ตรงประเด็น

คุณภาพปวช.ตกต่ำต้องแก้ให้ตรงประเด็น

05 ก.ค. 2552

สรุปว่าปีการศึกษา 2552 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเปิดสอบคัดเลือกนักศึกษาเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีถึง 4 ครั้งว่ากันว่าครั้งแรกได้ปรับเกณฑ์การสอบ ทำให้ไม่มีนักเรียนสอบได้แม้แต่คนเดียว รุ่นพี่เรียกร้องให้มีการจัดสอบเพิ่มอีก สถาบันจึงเปิดรับรอบ 2 แต่ไม่มีผู้ส

แต่มีข้อผิดพลาดสลับกระดาษคำตอบสถาบันได้ตรวจทานกระดาษคำตอบใหม่ทั้งหมด และประกาศชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเพิ่มอีก 11 คน รวมการสอบทั้ง 4 รอบ มีผู้ผ่านการคัดเลือกทั้งสิ้น 53 คน สะท้อนคุณภาพของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี และยิ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อได้อ่านคำให้สัมภาษณ์ของ  ผศ.วิศิษฎ์ ประทุมสุวรรณ  รักษาการอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เกี่ยวกับสถิติการรีไทร์ หรือออกกลางคันเมื่อปีการศึกษา 2550 และ 2551 กว่า 200 คน คิดเป็น 47%

 ที่เป็นอย่างนั้นเพราะปรัชญาการจัดการเรียนการสอนระดับอาชีวะ 40% เน้นทฤษฎี ส่วน 60% เน้นปฏิบัติ เพราะต้องการผลิตแรงงานฝีมือเข้าสู่ตลาดงาน เป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ   ทว่าแรงงานฝีมือส่วนใหญ่กลับมุ่งหน้าเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น เพราะค่านิยมสังคมไทย ให้ค่าตอบแทนคนมีใบปริญญามากกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ ดังนั้นเมื่อพวกเขาเข้าเรียนอุดมศึกษา บางส่วนอาจจะไม่สามารถสอบผ่านเกณฑ์เข้าไปได้ หรือหากสอบเข้าไปได้ อาจจะมีปัญหาในการเรียนที่เน้นทฤษฎีที่เข้มข้นมากกว่าการเรียนในระดับประกาศนียบัตรที่พวกเขาคุ้นชิน

 ซึ่งปี 2553 สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) จะนำแบบทดสอบ Vocational National Educational Test หรือ วีเน็ต ไปทดสอบนักเรียนระดับประกาศนียบีตรวิชาชีพ (ปวช.) ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เน้นวัดการปฏิบัติทางวิชาชีพมากกว่าทฤษฎี เพื่อวัดความรู้ของนักเรียนใน 6 วิชา และนำผลสอบส่งให้โรงเรียนไปพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้ได้คุณภาพต่อไป

 ปัญหาที่เด็ก ปวช.ไม่แน่นทางด้านทฤษฎีนั้น ดร.ไชยนันท์ แสงเมฆา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ในฐานะประธานอาชีวศึกษา จ.ชลบุรี อธิบายว่าเป็นเพราะอาชีวะขาดครูบาอาจารย์ เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ มาก ซึ่งหลายๆ สถาบันอาชีวะพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เน้นทางปฏิบัติทำงานได้ ไม่ใช่รู้แต่ทฤษฎี แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้น รูปแบบการเรียนการสอนอาชีวะกับมหาวิทยาลัยจึงแตกต่างกัน จึงฝากรัฐบาล หน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยผลักดัน สนับสนุนอาชีวะทุกด้าน เชื่อว่าเด็กจบ ปวช.คุณภาพไม่ด้อยกว่าประเทศใดๆ และพร้อมต่อยอดองค์ความรู้อยู่เสมอ

 ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ คาดหวังคุณลักษณะ คุณภาพบัณฑิตที่จบปริญญาสูง แต่ความเป็นจริงองค์กรผู้ใช้พบว่า คนที่จบ ปวช.มีความใกล้เคียงกับความต้องการกำลังคนของผู้ประกอบการมากกว่า เนื่องจากผู้จบปริญญาตรีมีช่องว่างกับองค์กรผู้ใช้ค่อนข้างมาก ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ ประธานสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ บอกว่าการที่สถานศึกษาหลายแห่งพยายามยกระดับตนเองเป็นมหาวิทยาลัย เน้นปริมาณผู้เรียน แต่ไม่ได้มีใครมองว่าผลผลิตจบมานั้นตรงความต้องการของตลาดแรงงานนั้นเป็นเรื่องที่ต้องตระหนักว่าสมควรดำเนินการหรือไม่ อย่างเช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ต้องการคนจากอาชีวะ ปวช. ปวส.มากกว่า ป.ตรี แต่จำนวนคนที่เข้าเรียนอาชีวะน้อยมาก ทุกคนมุ่งหน้าเรียนต่อปริญญาตรีหมด จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยกันยกระดับความเสมอภาค และปรับแผนการพัฒนากำลังคงให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของตลาดด้วย

 เพราะภาพที่เกิดขึ้น ในตลาดงานที่แท้จริง จบ ปวช.เมื่อสู่สถานประกอบการจะทำหน้าที่เป็นช่างฝีมือ ช่างซ่อมบำรุง ช่างเทคนิค แต่คนที่จบ ป.ตรีอยู่ในออฟฟิศ แถมยังได้ค่าตอบแทนสูงกว่า ซึ่งข้อนี้ผู้ประกอบการรู้ดีว่าเป็นปัญหา และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เด็กอาชีวะต้องไปเรียน ป.ตรี ดังนั้นสถานประกอบการทุกภาคส่วนหารือร่วมกันแก้ปัญหา และพยายามผลักดันผู้ที่จบอาชีวะ ให้สู่ตำแหน่งงานที่ดีขึ้น และได้ค่าตอบแทนที่สูงขึ้นได้ จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
 
     0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0