ไลฟ์สไตล์

ชวนเที่ยว : ไปขี่เสือ...บ้านชากแง้ว

ชวนเที่ยว : ไปขี่เสือ...บ้านชากแง้ว

12 ต.ค. 2557

ชวนเที่ยว : ไปขี่เสือ...บ้านชากแง้ว : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์

 
                              ใครๆ ก็รู้จักพัทยา แต่ไม่ยักรู้ว่า เลยพัทยาไปไม่ไกลก็มีทะเลสวยงาม อย่างชายหาดบ้านอำเภอ หรือชุมชนเก่าแก่ที่สืบทอดประเพณีจีนแบบโบราณจากรุ่นสู่รุ่น แถมมีเส้นทางเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวชายขอบพัทยาอีกด้วย  วันนี้เลยจะชวนไปเที่ยวสำรวจแถวๆ นั้นกันบ้าง
 
                              เอ่ยชื่อ ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค สวนนงนุช เขาชีจรรย์ วิหารเซียน เชื่อว่าคุ้นหูใครต่อใครหลายคน แถมเหมารวมว่าอยู่ในพัทยา ทั้งที่จริงล้วนอยู่แค่ชายขอบของพัทยาซะมากกว่า และถ้ายิ่งเอ่ยชื่อ "บ้านชากแง้ว" ด้วยแล้ว หลายคนอาจจะหน้าเหวอ 
 
                              บ้านชากแง้ว อยู่ในท้องที่เทศบาลตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นชุมชนจีนโบราณ ที่โล้สำเภามาจากจีนแผ่นดินใหญ่ มาตั้งรกรากจับจองพื้นที่ทำการเกษตรที่ห้วยใหญ่ ทั้งปลูกมันสำปะหลัง ปลูกอ้อย โดยจะปลูกเรือนแถวไม้ 2 ชั้น ชั้นล่างไว้ค้าขาย ชั้นบนไว้พักอาศัย ที่มีอายุอานามของชุนชนนี้เปลี่ยนผ่านมากว่า 100 ปี แต่ยังคงสภาพพื้นที่ของตัวเองเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ทำให้นึกถึงชุมชนตลาดเก่า 100 ปี ที่ขึ้นชื่อหลายต่อหลายแห่ง ที่วันหนึ่งสภาพเปลี่ยนไป กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวจอแจ แต่บ้านชากแง้วยังเงียบสงบ 
 
                              ฉันเอง รู้จักบ้านชากแง้ว ก็เมื่อตอนวันไหว้พระจันทร์ที่ผ่านมา เพราะเป็นหนึ่งในประเพณีที่ชุมชนแห่งนี้จัดขึ้นร่วมกันอย่างยิ่งใหญ่ นอกเหนือจากประเพณีฉลองตรุษจีน, ประเพณีฉลองวันเกิดเจ้าแม่ทับทิม ที่จะจัดหลังตรุษจีน 12-15 วันแล้วจัดอย่างยิ่งใหญ่ฉลองกัน 3 วัน 3 คืน  
 
                              และวันนี้เอง (12 ต.ค.2557) ก็มีการจัดงานประเพณีอีกหนึ่งประเพณี คือ เทศกาลงานออกผนวชของเจ้าแม่กวนอิม โดยจัดขึ้นที่ศาลเจ้าแม่ทับทิม
 
                              ชาวบ้านชากแง้ว นับถือเจ้าแม่ทับทิมมาก แม้ว่าคนชากแง้วส่วนใหญ่จะมีอาชีพเกษตรกรรม ด้วยความเชื่อว่า นอกจากพวกเรือประมงที่นับถือแล้ว เจ้าแม่ทับทิมยังเป็นเทพที่เคารพของเกษตรกรด้วย เพราะเชื่อกันว่า เจ้าแม่ทับทิมจะช่วยคุ้มครองให้ปลอดภัยในยามออกทะเล บันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ชาวจีนแห่งนี จึงจัดเทศกาลไหว้เจ้าแม่ทับทิมสืบทอดกันมาเป็นร้อยๆ ปี และยังมีอีกหนึ่งประเพณีที่จัดเป็นประจำคืองานประทับทรงเจ้าแม่ทับทิมและเทศกาลเทกระจาด แม้ว่าจะไม่มีร่างทรงเจ้าแม่ทันทิมหลังจากคนเก่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 10 กว่าปีก่อน แต่ชาวชากแง้วก็จัดงานนี้เป็นประจำทุกปี
 
                              แค่รู้ความเป็นมาคร่าวๆ ก็ได้เวลานัดหมายไปสำรวจด้วยกันเลยดีกว่า แต่จะขับรถไปเหมือนเดิมก็ดูจะธรรมดาไป เลยขออินเทรนด์กับเขาซะหน่อย ไปขี่เสือที่บ้านชากแง้ว ซะเลย 
 
                              จอดรถที่ท้ายหมู่บ้าน แล้วปั่นจักรยานเที่ยวเลาะไปชุมชน คุณทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง อพท. 3 มาช่วยให้ข้อมูลแล้วยังพาเที่ยวด้วยตัวเอง คุณทวีพงษ์บอกว่า การฟื้นสภาพของตลาดชุมชนจีนโบราณชากแง้ว ก็เพราะเห็นว่า มีวัตถุดิบและทรัพยากรที่มีคุณค่า สอดคล้องกับแนวทางพัฒนาชุมชน ให้เกิดความยั่งยืนในการดำเนินชีวิตของชุมชน จึงจัดทำแผนนโยบาย การท่องเที่ยวแบบสร้างสรรค์ คือการท่องเที่ยวที่มีจุดประสงค์สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาชุมชน กลมกลืนและสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ตลอดจนวิถีชีวิตของชุมชนที่เป็นอยู่จริง ภายใต้การร่วมกันจัดงานของชุมชนเอง
 
                              เราตั้งต้นกันที่ ศาลเจ้าแม่ทับทิม ว่ากันว่า เดิมที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมแห่งนี้ สร้างเป็นหลังเล็กๆ เมื่อราวปี 2455 หรือ 100 กว่าปีก่อน หลังคามุงจาก เพื่อคลุมจอมปลวกซึ่งพี่น้องคนจีนที่อพยพมาก่อนหน้า กราบไหว้ด้วยความเคารพ ศรัทธาเชื่อถือในความศักดิ์สิทธิ์ ต่กมามีคนขายปลาที่บ้านอำเภอนำขอนไม้โบราณจากท้องทะเลอายุกว่า 80 ปีมาตั้งไว้ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จนราวปี 2500 จึงได้นำขอนไม้ไปแกะสลักเป็นเจ้าแม่ทับทิม ถือเป็นองค์เดียวในประเทศไทยที่แกะขึ้นจากไม้  ทุกวันนี้ ใครไปไหว้ที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมก็จะได้เห็น ทั้งจอมปลวก และเจ้าแม่ทับทิมไม้  
 
                              ส่วนอาคารอีกหลังที่ตั้งในบริเวณเดียวกัน เป็นศาลเจ้าแม่กวนอิม ทำเป็น 2 ชั้น โดยชั้นบนจะประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ และจากดาดฟ้ายังสามารถมองเห็นบริเวณหมู่บ้านไปได้ไกล 
 
                              ออกจากศาลเจ้าแม่ทับทิม แวะเข้าไปตามถนนในชุมชน ผ่านโรงงิ้ว ย่านร้านค้า ใครหิว หรือชอบชิมล่ะก็ คงไม่พลาดอาหารอร่อยๆ ที่ขึ้นชื่อ ทั้ง กวยจั๊บ หอยจ๊อ เป็ดไก่พะโล้ ขนมเปี๊ยะ(ทำมือ) ก๊วยเตี๋ยวปลา ข้าวเกรียบปากหม้อ เรียกว่ามาที่นี่ไม่มีอด โดยเฉพาะในวันที่มีตลาดนัดชุมชนทุกเย็นวันอังคารและเย็นวันเสาร์ แต่ถ้าใครมาขี่เสือ ก็หมายตาไว้ก่อนได้
 
                              บ้านชากแง้ว ยังไม่พลุกพล่าน ขี่จักรยานเข้าร้านนั้น แวะร้านนี้  เรือนแถวไม้เรียงรายริมถนนบางหลังก็สร้างเป็นตึกขึ้นมาแทน แต่วิถีของคนที่นี่ก็ยังคงไม่ต่างไปจากเดิมนัก เว้นแต่มีการเปิดรับนักท่องเที่ยว ที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนที่นี่มากกว่าแต่ก่อน เพราะเป็นหนึ่งในเส้นทางจักรยานของนักปั่นเสือทั้งหลาย 
 
                              ที่นี่สมัยก่อน เรียกกันว่า หนองชะแง้ว ซึ่งมีชื่อปรากฏอยู่ในนิราศเมืองแกลง ของบรมครูสุนทรภู่ ที่เขียนไว้เมื่อปี 2349 ในสมัยรัชกาลที่ 1 แต่ปัจจุบันลำคลองที่ไหลผ่านชุมชนตื้นเขิน และรกร้างไปซะหมด 
 
                              ชากแง้วหรือชะแง้วในนิราศ สันนิษฐานชื่อนี้มาจากคำว่า ชะแง้ เพราะชุมชนชากแง้ว ตั้งอยู่ในที่ลุ่ม มีเนินเขาสูงล้อมรอบทุกทิศ ทำให้เวลามองต้องชะแง้มอง บ้างก็สันนิษฐานว่า มาจากคำว่า ชากงิ้วเพราะมีต้นงิ้วป่าอยู่มากมาย ก่อนจะเพี้ยนเสียงมากเป็นชากแง้วตามสำเนียงจีน ทุกวันนี้ชาวจีนรุ่นเก่าก่อนก็ยังคงพูดภาษาแต้จิ๋วกัน แต่เด็กรุ่นใหม่มักเข้ามาเรียนในเมือง หรือไม่ก็ไปทำงานในเมืองกันหมด ทำให้ไม่ค่อยมีใครพูดภาษาจีนได้เหมือนแต่ก่อน 
 
                              หลังจากลัดเลาะเรียกแรง ที่บ้านชากแง้ว ก็ขี่เสือออกกำลังกันอย่างจริงจังซะบ้าง ระยะทางไม่เกิน 30 กม. 
 
                              ออกจากบ้านชากแง้ว ผ่านไปทางวัดตะเคียนทอง ผ่านสวนผักไฮโดรโปรนิกส์ เลยขึ้นไปทางวิหารเซียน รถเริ่มพลุกพลาน แต่ปั่นกันเป็นกลุ่ม ก็ต้องคอยดูแลกัน และปั่นริมทาง ใครเร็วก็เกาะกลุ่มหน้า ใครช้าอยู่กลุ่มหลัง ถึงอ่างเก็บน้ำบ้านอำเภอ วนไปทาง วิหารเซียน ใครเหนื่อยก็อาจจะแวะพักเข้าไปชมวิหารเซียนเพลินๆ แล้วค่อยออกมาปั่นต่อก็ยังได้ 
 
                              จากวิหารเซียนขึ้นไป เขาชีจรรย์ ผ่านไร่องุ่นซิลเวอร์เลค ถนนเป็นลอนคลื่น พอสนุกๆ ตัดไปออกถนนสาย 331 ก่อนจะเลี้ยวแยกไปตามเส้นทางชนบท เป็นเส้นทางไปวัดญาณสังวราราม ติดชายขอบเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน สองข้างทางจึงร่มครึ้ม บางช่วงดูเป็นอุโมงค์ต้นไม้ ก่อนจะแยกขวาขึ้นเนินไปทาง พระมหามณฑปพระพุทธบาท ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาแก้ว เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทคู่ที่แกะสลักบนศิลาทึบที่มณฑปประดับด้วยโมเสกสีทองสวยงาม เลยได้โอกาศแวะพักเหนื่อยกันนิดหน่อย แล้วไปต่อที่วัดญาณสังวราราม ที่มีเจดีย์พุทธคยาจำลองที่สวยงาม ก่อนจะวกกลับเข้าเส้นทางมุ่งกลับบ้านชากแง้ว คราวนี้ได้พักกัยจริงจังที่สวนผักไฮโดรโปรนิกส์ หรือ ผักคุณหญิงไฮโดร ซึ่งเป็นการปลูกผักแบบปลอดสารพิษ แวะดื่มน้ำผักเพื่อสุขภาพ และเรียกแรง ดูผักสลัดสวยๆ ที่นี่เจ้าของเปิดให้เข้าชมฟรีๆ ด้วย
 
                              เหลืออีกไม่ไกล ก็ปั่นชิลๆ กลับไปถึงบ้านชากแง้ว พักเหนื่อยเติมพลังให้อิ่มท้อง บอกเลยว่า "ฟิน"  
 
                              ไม่แปลกใจ ทำไมเมื่อ 200 กว่าปีก่อน ท่านสุนทรภู่จึงรจนาถึงสถานที่นี้ไว้
 
                              "ถึงปากช่องหนองชะแง้วเข้าแผ้วถาง แม้นค่ำค้างอรัญวาได้อาศัย เป็นที่ลุ่มขุมขังคงคาลัย วังเวงใจรีบเดินไม่เมินเลย หนทางรื่นพื้นทรายละเอียดอ่อน ในดงดอนดอกพะยอมหอมระเหย หายละหวยด้วยพระพายมาชายเชย ชะแง้เงยแหงนทัศนา” นิราศเมืองแกลง สุนทรภู่
 
 
 
 
 
-----------------------------
 
(ชวนเที่ยว : ไปขี่เสือ...บ้านชากแง้ว : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์)