ไลฟ์สไตล์

'รัชตะ'นั่งรมว.สธ.ตำแหน่งเดียว

'รัชตะ'นั่งรมว.สธ.ตำแหน่งเดียว

08 ต.ค. 2557

'รัชตะ' ส่งสารถึงชาวมหิดล ตัดสินใจนั่ง รมว.สธ. ตำแหน่งเดียว พ้อเสียงต้านไม่ใช่หนทาง 'ปัญญาชนของแผ่นดิน' ออกสื่อใช้ถ้อยคํารุนแรง ไม่โต้ตอบ-รักษาภาพลักษณ์ของ มม.

 
                             8 ต.ค. 57  ที่มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ศาลายา มีการประชุมสภาคณบดีมหาวิทยาลัย ซึ่งมี ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) เข้าร่วมการประชุม ซึ่งในวันนี้ เป็นวันครบกำหนด 3 สัปดาห์ ที่ ศ.นพ.รัชตะ ได้ขอเวลาในการตัดสินใจ ว่าจะเลือกตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง โดย ศ.นพ.รัชตะ ไม่ได้ให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ แต่ได้มีการส่งสารถึงชาวมหิดล ใจความตอนหนึ่งว่า
 
                             " รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 41 ระบุ ให้ข้าราชการ หรือพนักงานของรัฐ ดํารงตําแหน่งข้าราชการการเมืองควบคู่กันไปด้วยได้ เจตนารมณ์ คือ ขอตัวมาช่วยปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี ในช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 1 ปี ซึ่งเป็นอายุของรัฐบาลนี้ และเป็นระยะเปลี่ยนผ่านที่สําคัญของประเทศ โดยยังสามารถปฏิบัติงานประจําควบคู่กันไปได้ด้วย ซึ่งในภาวะปกติ สถานการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้น ถึงแม้รัฐธรรมนูญจะเปิดโอกาสให้ แต่ผมได้เรียนกับชาวมหิดลว่า จะขอเวลาประเมินสถานการณ์ก่อนสักระยะ และขณะนี้ตนได้ตัดสินใจแล้วว่า จะปฏิบัติหน้าที่ รมว.สธ. เพียงตำแหน่งเดียว ทั้งนี้เพื่อจะได้รับใช้ประเทศชาติ และเพื่อความเป็นเอกภาพของมหาวิทยาลัยมหิดล สําหรับการบริหารมหาวิทยาลัยมหิดล ในระยะเปลี่ยนผ่านจะดําเนินการอย่างไรนั้น ผมจะนําเข้าปรึกษาหารือในสภามหาวิทยาลัยมหิดล ในการประชุมสภาฯ วันที่ 15 ตุลาคม 2557
 
                             ผมทราบว่า ชาวมหิดลบางกลุ่ม มีความประสงค์จะให้ผมดํารงอยู่ทั้ง 2 ตําแหน่ง แต่บางกลุ่มไม่เห็นด้วย ซึ่งความคิดเห็นที่แตกต่างนี้ เกิดขึ้นอยู่เป็นปกติ ไม่ว่าในสังคมใดก็ตาม ผมได้เตรียมการที่จะให้มีการปรึกษาหารือในเรื่องนี้ ระหว่างฝ่ายที่เห็นแตกต่าง ด้วยสันติ ด้วยสุนทรียสนทนา เป็นการภายในมหาวิทยาลัยของเรา เพื่อให้ได้มีข้อสรุปที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ซึ่งเป็นแนวทางที่เราใช้กันมาโดยตลอดภายในมหาวิทยาลัยของเรา แต่เป็นที่น่าเสียใจ ที่ชาวมหิดลบางกลุ่ม มิได้เลือกใช้วิธีที่จะบริหารความเห็นที่แตกต่างโดยสันติ แต่ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะได้เข้าไปเริ่มทํางานในกระทรวงสาธารณสุข นําประเด็นที่ควรจะปรึกษาหารือตกลงกันได้อย่าง 'ปัญญาชนของแผ่นดิน' ภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศทางสื่อมวลชน และมีการแพร่ข่าวผ่านทาง social media ต่างๆ ซึ่งเป็นข้อมูลด้านเดียวที่ให้แก่สังคม โดยใช้ถ้อยคําที่รุนแรง และทําให้ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล เสื่อมเสีย ผมมิประสงค์จะตอบโต้ เนื่องจากไม่ต้องการให้ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล เสื่อมเสียไปมากกว่านี้
 
                             ผมขอวิงวอนต่อชาวมหิดล ว่าเหตุการณ์เช่นนี้มิควรเกิดขึ้นอีกในมหาวิทยาลัยที่เป็นที่รักของเรา มหาวิทยาลัยต้องเป็นแบบอย่างด้านจริยธรรมของสังคม ขอให้ชาวมหิดลทุกคน ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักธรรมาภิบาล บริหารความคิดความเห็นที่แตกต่างโดยสันติ ด้วยสติ และปัญญา ปัญหาภายในมหาวิทยาลัยของเรา ควรแก้ไขกันเอง โดยไม่ต้องประโคมข่าวสู่สังคมภายนอก ที่จะไม่เข้าใจความเป็นมาของแต่ละปัญหาอย่างลึกซึ้ง ไม่เข้าใจบริบท และวัฒนธรรมของมหิดล เป็นการให้ข้อมูลด้านเดียวแก่สังคม และทําให้ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล เสื่อมเสีย
 
                             ผมขอให้ชาวมหิดลทุกคน ตระหนักอีกครั้งว่า ขณะนี้มิใช่เวลาที่ประเทศเป็นปกติ แต่ชาติของเรากําลังอยู่ในช่วงของการปฏิรูป ซึ่งชาวไทยทุกคน รวมทั้งชาวมหิดลด้วย จะต้องรวมพลังร่วมแรงร่วมใจ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ให้ชาติของเราก้าวหน้า และมีการพัฒนาต่อเนื่องอย่างยั่งยืน โดยผมจะนัดหมายเพื่อสรุปงานที่ผมได้ดําเนินการในฐานะอธิการบดี และเพื่อขอบคุณทุกท่าน ตามกําหนดการที่จะแจ้งให้ทราบต่อไป ในขณะนี้ ดัชนีชี้วัดทุกตัว ระบุว่า มหาวิทยาลัยของเรามีความก้าวหน้าในทุกทาง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาค และมีโครงการจํานวนมากที่ลงดําเนินการในชุมชน ที่ประชาชนไทยในชุมชนจะได้รับการพัฒนาให้มีชีวิตที่ดีขึ้น "
 
                             ด้าน ศ.นพ.วิรุณ บุญนุช ประธานสภาคณาจารย์ มม. กล่าวว่า ศ.นพ.รัชตะ ได้กล่าวต่อที่ประชุมสภาคณบดีว่า ขอเลือกตำแหน่ง รมว.สธ. ซึ่งเมื่อกล่าวจบ ทุกคนในที่ประชุมก็ยืนขึ้นปรบมือ แสดงความชื่นชมในการตัดสินใจครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นสุภาพบุรุษ รักษาสัญญา พูดคำไหนคำนั้น และเป็นสิ่งที่น่าดีใจ ที่มีผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ที่พูดและทำตามสัญญา ส่วนที่จดหมายเปิดผนึกของ ศ.นพ.รัชตะ ระบุข้อหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.​ 2557 ที่ให้ข้าราชการ หรือพนักงานของรัฐ ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองควบคู่กันไปได้นั้น แม้เป็นรัฐธรรมนูญ แต่มหาวิทยาลัยมหิดล ยังมีข้อบังคับการสรรหาอธิการบดี ข้อ 5 (2) ที่ระบุว่า อธิการบดีต้องทำงานเต็มเวลา ซึ่ง ศ.นพ.รัชตะ ต้องปฏิบัติตาม อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ ศ.นพ.รัชตะ ลาออกจากอธิการบดีแล้ว ก็ยังคงรักษาการในตำแหน่งอธิการบดี จนกว่าจะมีการสรรหาอธิการบดีคนใหม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน แต่เชื่อว่า การประชุมสภามหาวิทยาลัย วันที่ 15 ต.ค.นี้ ที่ประชุมคงต้องเร่งสรรหาอธิการบดีคนใหม่โดยเร็ว
 
                             ดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มม. กล่าวว่า ตนนั่งร่วมประชุมอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง เห็นว่าไม่มีอะไรสำคัญ เป็นการประชุมวาระปกติ และไม่มีใครสอบถาม ศ.นพ.รัชตะ ถึงเรื่องดังกล่าว จึงเดินออกจากห้องประชุมในเวลา 11.15 น. และจากนั้นไม่นาน ก็ทราบว่า ศ.นพ.รัชตะ มีแถลงการณ์ดังกล่าวถึงประชาคม มม. ซึ่งถือว่าดี เท่ากับว่า ศ.นพ.รัชตะ รักษากติกา และตัดสินใจเลือกดำรงตำแหน่งใดเพียงตำแหน่งเดียวตามที่ขอเวลาไว้กับสภา มม. ทำให้เรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดี เป็นแบบอย่างให้มหาวิทยาลัยอื่นๆ