
หวัด2009คร่าชีวิตคนไทยเป็นรายที่7แล้ว
ไทยเสียชีวิตรายที่ 7 จากหวัด2009 เป็นหญิงวัย 37 ปีชาวราชบุรี เผย ทราบติดเชื้อหลังเสียชีวิตแล้ว สั่งกักตัวผู้ใกล้ชิด 6 คน เฝ้าดูอาการใกล้ชิด มานิต เผย แนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นช่วงวันหยุดยาว 5 วัน สั่ง รพ.ทุกแห่งเปิดช่องทางพิเศษในการรักษา จับตา รร.ที่
(4ก.ค.) นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)พร้อมด้วย ศ.พิเศษ.นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานคณะทำงานด้านยุทธ ศาสตร์และวิชาการ แถลงว่ามีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อหวัดใหญ่ฯ 2009 เพิ่มขึ้นอีก 1 ราย เป็นรายที่ 7 โดยเป็นหญิงอายุ 37 ปี เสียชีวิตที่ รพ.ศูนย์ราชบุรี เมื่อเวลา 20.00 น.คืนวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีอาการป่วยเป็นไข้ ตั้งแต่วันที่ 25-26 มิถุนายน เข้ารักษาตัว ที่ รพ.วันที่ 2 กรกฎาคม ด้วยอาการติดเชื้อที่ปอด รายนี้ไม่ใช่ 2 รายที่เฝ้าระวังใน จ.ราชบุรี ก่อนหน้านี้ ซึ่งผู้เสียชีวิตรายนี้มีการสัมผัสกับคนในครอบครัวอีก 6 คน ขณะนี้สาธารณสุขจังหวัดราชบุรีได้กักตัวคนใกล้ชิดทั้ง 6 คน มาเฝ้าระวังแล้ว สำหรับผู้ติดเชื้อหวัดที่มีอาการน่าเป็นห่วงขณะนี้มี 2 ราย อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้ป่วยที่กระทรวงฯ เฝ้าระวังพิเศษ กลับไม่เป็นอะไร แต่ผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่เพิ่งตรวจพบเป็นหวัดใหญ่ฯ 2009
นายมานิต กล่าวว่า แนวโน้มการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ฯ 2009 จะต้องเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว 5 วัน กระทรวงฯ ได้ประสานไปยังทุกโรงพยาบาลให้เปิดช่องทางพิเศษในการรักษา และให้เตรียมพร้อมรับมือกับการแพร่ระบาดของโรค ส่วนในจังหวัดที่ยังไม่พบการแพร่ระบาด ให้ติดตามเฝ้าดูโรงเรียนว่ามีนักเรียนขาดเรียนด้วยอาการหวัดมากน้อยเพียงใด
ด้าน ศ.พิเศษ.ทวี กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตรายที่ 7 นี้เพิ่งทราบว่าติดเชื้อหวัดใหญ่ 2009 เมื่อเสียชีวิตแล้ว โดยทาง รพ.สอบถามว่า การจัดพิธีศพต้องห่อศพหรือไม่ จึงฝากบอกว่า ผู้เสียชีวิตจากหวัดใหญ่ฯ 2009 เชื้อไม่สามารถแพร่ระบาดต่อผู้อื่นได้ สามารถทำพิธีรดน้ำศพเหมือนผู้เสียชีวิตทั่วไป ผู้เสียชีวิตรายที่ 7 นี้ เป็นไปตามทฤษฎีคือ ร้อยละ 70 มีโรคประจำตัว แต่ร้อยละ 30 ที่ไม่มีโรคประจำตัวก็สามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการชันสูตรศพผู้เสียชีวิตที่ผ่านมาเพื่อเป็นองค์ความรู้หรือไม่ ศ.พิเศษ.นพ.ทวี กล่าวว่า การชันสูตร ต้องได้รับความยินยอมจากญาติผู้เสียชีวิต ขณะนี้กระทรวงฯ ยังไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ประมวลจากทิศทางอาการการติดเชื้อและการรักษาโรคเท่านั้น



