ไลฟ์สไตล์

'มาสก์บำรุงผิว' เพิ่มค่า 'น้ำมะพร้าว' สู่ผลิตภัณฑ์เด่น

'มาสก์บำรุงผิว' เพิ่มค่า 'น้ำมะพร้าว' สู่ผลิตภัณฑ์เด่น

07 ต.ค. 2557

ทำมาหากิน : 'มาสก์บำรุงผิว' ผลงานนักวิจัยจุฬาฯ เพิ่มค่า 'น้ำมะพร้าว' สู่ผลิตภัณฑ์เด่น : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
                           จากกระแสความนิยมของสินค้าเกาหลี โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอางในบ้านเรา จะเห็นได้ว่าคนเกาหลีชอบใช้มาสก์บำรุงผิวหน้ามาก แต่มาสก์ที่มาจากเกาหลีส่วนใหญ่ แม้ว่าจะขายกันราคาแพงแต่วัสดุของมาสก์ก็ทำจากกระดาษหรือผ้า ในขณะที่บ้านเรามีวัตถุดิบทางการเกษตรมากมายที่มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวพรรณ ราคาถูกหรือบางชนิดก็จัดเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร หากนำมาแปรรูปและผลิตอย่างมีมาตรฐาน ก็จะสามารถนำมาพัฒนาเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิตทางการเกษตรบ้านเราได้ โดยเฉพาะน้ำมะพร้าวแก่ที่ไม่เคยถูกนำมาใช้ประโยชน์ เนื่องจากมีรสชาติไม่น่ารับประทานและมักถูกทิ้งในแม่น้ำลำคลอง จนทำให้เกิดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมตามมา
 
                           ด้วยเหตุนี้ รศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้นำน้ำมะพร้าวแก่มาพัฒนาเป็น "มาสก์" สำหรับบำรุงผิว ที่เรียกว่า ไบโอเซลลูโลส มีทั้งมาสก์หน้า มาสก์รอบดวงตา มาสก์คอ หรือแม้แต่มาสก์สำหรับ Brazillian wax เพราะด้วยคุณสมบัติของน้ำมะพร้าวที่มีประโยชน์มากมาย เช่น สามารถกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวขาวโดยไม่ทำให้ระคายเคือง มีเส้นใยที่มีความละเอียดสูง ทำให้แนบสนิทกับผิวได้ดีเยี่ยม อีกทั้งยังสามารถผลักสารที่บำรุงผิว ซึ่งบรรจุอยู่ภายในเส้นใยได้นานต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง 
 
                           "ตอนนี้มีบริษัททั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจกับไบโอเซลลูโลสจากน้ำมะพร้าวมาก เนื่องจากเราเอาผลงานนี้ไปประกวดทั้งในและต่างประเทศแล้วได้รับรางวัลมากมาย ชาวต่างชาติที่เห็นผลิตภัณฑ์เลยติดต่อมาเพื่อนำไปจำหน่าย ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตมะพร้าวรายใหญ่แห่งหนึ่งของโลกและทั่วโลกก็เชื่อถือในคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรของไทย และประเทศเราก็สามารถผลิตไบโอเซลลูโลสเพื่อใช้เป็นมาสก์ได้มีคุณภาพที่สุด" 
 
                           เจ้าของผลงานวิจัยเด่น อธิบายต่อว่า มาสก์บำรุงผิวว่ามีจุดเด่นตรงที่สามารถผลิตได้บางมาก แต่ยังมีความนุ่ม เส้นใยละเอียด และยังสามารถผลิตในระดับอุตสาหกรรมผ่านกระบวนการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานไอเอสโอได้ ปัจจุบันมาสก์ที่ใช้ส่วนใหญ่มีราคาถูกมาก เพราะผลิตจากกระดาษหรือผ้า ซึ่งไม่แนบสนิทกับผิว ทำให้ไม่สามารถบำรุงได้อย่างลึกล้ำ และสารบำรุงก็ไม่ได้มีการปลดปล่อยอย่างต่อเนื่อง เวลาใช้ต้องนอนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เกิดการเลื่อนหลุดซึ่งไม่สะดวกต่อผู้บริโภค 
 
                           "มาสก์จากน้ำมะพร้าวอาจเรียกไว้ว่าเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 เพราะแนบสนิทมาก สามารถสัมผัสกับทุกริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าและส่วนต่างๆ ทำให้ทุกผิวสัมผัสได้รับการบำรุง ผู้ใช้สามารถกวาดบ้าน ถูบ้าน ออกกำลังกายได้โดยไม่เลื่อนหลุด ทำให้ระยะเวลาในการใช้ยาวนานมากขึ้น การบำรุงก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ความแนบสนิทนี้ทำให้มาสก์จากน้ำมะพร้าวสามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับมาสก์คอในผู้ที่มีปัญหาคอเหี่ยวย่นได้"
 
                           รศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ยอมรับว่า จากความนิยมในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ทำให้ขณะนี้มีการพัฒนากลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวใน จ.สมุทรสาครได้รวมกลุ่มผลิตไบโอเซลลูโลสจากน้ำมะพร้าวขึ้นเพื่อใช้ในการแปรรูปเป็นมาสก์ ซึ่งเป็นผลมาจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีของนักวิจัยทำให้ชาวบ้านสามารถนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาใช้เพิ่มมูลค่าให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมและสร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก
 
                           "ตอนนี้ ไม่เพียงแต่น้ำมันมะพร้าวเท่านั้นที่สามารถเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรไทย น้ำมะพร้าวแก่ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตมาสก์ก็สามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่ชาวสวนผู้ปลูกมะพร้าวได้ไม่น้อยเช่นเดียวกัน" รศ.ภญ.ดร.พรอนงค์กล่าวย้ำ
 
                           ด้วยคุณภาพเด่นของผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลมาจากงานวิจัยดังกล่าว จึงได้รับรางวัลเหรียญเงินจากการประกวดผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ระดับโลกในงาน Seoul Internationa lInvention Fair (SIIF) 2013 ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการประกวดผลงานนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2555 ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ  
 
                           สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิจัยและผลิตภัณฑ์ สามารถติดต่อขอข้อมูลได้ที่ 08-1358-8835 หรือ 0-2739-8941 ในวันและเวลาราชการ
 
 
 
 
 
 
-----------------------------
 
(ทำมาหากิน : 'มาสก์บำรุงผิว' ผลงานนักวิจัยจุฬาฯ เพิ่มค่า 'น้ำมะพร้าว' สู่ผลิตภัณฑ์เด่น : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)