คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่5ตุลาคมพ.ศ.2557
คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557 : แล่ม จันท์พิศาโล
••• งานประกวดพระ ในวันอาทิตย์หน้า (๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๗) บนชั้น ๘ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน (เต็มพื้นที่ทั้งชั้น) นับเป็นงานใหญ่อีกงานหนึ่ง เพราะผู้จัดงาน คือ สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขา กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล (นนทบุรี-ปทุมธานี-สมุทรปราการ-สมุทรสาคร-นครปฐม) โดยมี หมึก ท่าพระจันทร์ ประธานกรรมการบริหารภาค ของสมาคม เป็นประธานฝ่ายประสานงานการจัดประกวดพระครั้งนี้ จำนวนพระที่จัดประกวด ๒,๕๓๘ รายการ ครบทุกประเภท รางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยมคะแนนรวม จะได้รับ ถ้วยรางวัลเกียรติยศ จาก ท่านพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย พร้อมด้วยเหรียญท้าวเวสสุวรรณ รุ่น “นะโภคทรัพย์” เนื้อทองคำ ๑ เหรียญ + ไอโฟน 5S ๑ เครื่อง ไอแพด มินิ ๑ เครื่อง...รางวัลชนะเลิศ พระยอดเยี่ยม จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศจาก ท่านพิศาล เตชะวิภาค (ต้อย เมืองนนท์) รองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย พร้อมด้วย เหรียญท้าวเวสสุวรรณ รุ่น “นะโภคทรัพย์” เนื้อทองคำ ๑ เหรียญ + ไอโฟน 5S ๑ เครื่อง...รางวัลชนะเลิศพระทั่วไป จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ จาก ท่านอนุศักดิ์ นารถกุลพัฒน์ (อ้า สุพรรณ) รองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย พร้อมด้วย เหรียญท้าวเวสสุวรรณ รุ่น “นะโภคทรัพย์” เนื้อทองคำ ๑ เหรียญ + iPhone 5S ๑ เครื่อง...รางวัลชนะเลิศแต่ละโต๊ะ จะได้รับเหรียญท้าวเวสสุวรรณ รุ่น “นะโภคทรัพย์” เนื้อนวโลหะ ๑ เหรียญ...รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการ จะได้รับหนังสือ สุดยอดพระกริ่งยอดนิยม จัดทำโดยทีมงานนิตยสาร “พระท่าพระจันทร์” พร้อมด้วย เหรียญท้าวเวสสุวรรณ รุ่น “นะโภคทรัพย์” เนื้อทองแดง ๑ เหรียญ...ส่วนรางวัลที่ ๒-๓-๔ จะได้รับ เหรียญท้าวเวสสุวรรณ รุ่น “นะโภคทรัพย์” เนื้อทองแดง ๑ เหรียญ...พิเศษ สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรส่งพระทุกๆ ๑๐ ใบ จะได้รับเหรียญท้าวเวสสุวรรณ รุ่น “นะโภคทรัพย์” เนื้อทองแดง ๑ เหรียญ...รางวัลจัดกันเพียบอย่างนี้ นักสะสมพระเครื่องทั้งหลายต้องไปร่วมส่งพระกันมากๆ จัดใหญ่อย่างนี้หาได้ยากนัก
•• คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ยังคงเป็น ภาพพระกริ่ง จากหนังสือ สุดยอดพระกริ่งยอดนิยม จัดทำโดยทีมงานนิตยสาร พระท่าพระจันทร์ พิมพ์แจกเป็นรางวัลในงานนี้ องค์แรก คือ พระกริ่งปวเรศ ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ วัดบวรนิเวศ ทรงสร้างขึ้นประมาณไม่น่าจะเกิน ๓๐ องค์...เป็น พระกริ่งองค์แรก ที่สร้างขึ้นในเมืองไทย ก่อน พ.ศ.๒๔๑๑...ผู้ชำนาญเรื่องพระกริ่งท่านหนึ่งให้ข้อมูลว่า...การเททองหล่อพระกริ่งปวเรศ ตามตำนานวัดบวรนิเวศวิหาร บันทึกไว้ว่า มีการเททองหล่อ ๒ ครั้ง ครั้งละประมาณ ๑๐ องค์ การเททองหล่อ พระกริ่งปวเรศ ครั้งแรกหล่อพร้อมกับ ครอบน้ำมนต์ ๒ ใบ ใบหนึ่งได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๔ ซึ่งพระองค์ได้เสด็จสวรรคตเมื่อ พ.ศ.๒๔๑๑ แสดงว่า พระกริ่งปวเรศ จะต้องสร้างขึ้นก่อน พ.ศ.๒๔๑๑ อย่างแน่นอน แต่จะเป็นปีใดนั้นยังหาข้อยุติไม่ได้...พุทธลักษณะของ พระกริ่งปวเรศ เป็นการสร้างแม่พิมพ์ขึ้นมาใหม่ ตามเค้ารูปแบบมาจาก พระกริ่งใหญ่ (ของจีน) โดยเปลี่ยนแปลงพิมพ์ในบางส่วน ฯลฯ จุดสังเกตสำคัญของ พระกริ่งปวเรศ อาทิ ฐานด้านขวาต่ำกว่าด้านซ้าย, บัวหน้ามี ๗ กลีบ บัวหลังมี ๑ กลีบ กลีบบัวหลังหากมองด้านข้างจะเห็นว่ามีลักษณะเชิดขึ้นเล็กน้อย, เม็ดพระศกแต่งมาแต่เดิมในพิมพ์ ไม่ได้นำมาตอกใหม่ หลังจากเททองหล่อเป็นองค์พระแล้ว, ลักษณะการเททอง แบบกลวงใต้ฐาน เหมือนกับพระบูชา เมื่อบรรจุเม็ดกริ่งแล้วจะปิดใต้ฐานด้วยแผ่นโลหะ ซึ่งมีทั้งเนื้อทองแดง และทองฝาบาตร ลักษณะการเชื่อมปิดแผ่นทองใต้ฐานนี้ละเอียดสนิทแน่นเรียบร้อยดีมาก, องค์พระเป็นเนื้อสัมฤทธิ์ กลับดำสนิท ผิวพระงดงามมาก ปรากฏเป็นเส้นใยขึ้นจากผิวพระโดยธรรมชาติ เหมือนกับผิวแตงแคนตาลูป ในซอกหูทั้ง ๒ ข้างมีการควักขึ้นจนเห็นเหมือนกับตัวสระอา (า) ฯลฯ
•• องค์ต่อไป พระกริ่งพรหมมุนี สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนฯ ตามพระประวัติ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ทรงครองสมณศักดิ์ที่ พระกริ่งพรหมมุนี ระหว่าง พ.ศ.๒๔๕๕-๒๔๖๖ พระกริ่งที่ทรงสถาปนาในระหว่างนี้จะเรียก พระกริ่งพรหมมุนี ทั้งหมด พิมพ์ทรงแต่ละรุ่นจึงผิดแผกแตกต่างกันออกไป รวมทั้ง พระกริ่งเขมรน้อย ซึ่งทรงสร้างขึ้นในยุคแรกๆ ที่ทรงครองสมณศักดิ์ พระพรหมมุนี ก็จัดอยู่ในชุด พระกริ่งพรหมมุนี ทั้งสิ้น •• องค์ที่ ๓ พระกริ่งเสาร์ห้า เจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) วัดสุทัศนฯ ปี ๒๔๘๕ (วันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๔๘๕) จำนวนสร้าง ๒๒ องค์ วงการนักสะสมพระกริ่งสายนี้นิยมกันมาก เพราะ ท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) เป็นศิษย์เอกผู้สืบทอดตำราการสร้างพระกริ่งมาจาก สมเด็จพระสังฆราช (แพ) โดยตรง ในช่วงสมัยของท่านจึงมีการสร้าง พระกริ่ง มาโดยตลอด เป็นที่นิยมแสวงหากันทุกรุ่น โดยเฉพาะ พระกริ่งเสาร์ห้า สร้างขึ้นในวันฤกษ์ดีที่โบราณาจารย์ถือว่า พระเครื่องที่จัดสร้างในวันนี้จะมีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เป็นพิเศษ
•• เหรียญหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ที่สร้างทันสมัย พระอาจารย์ทิม ปลุกเสก ยังอยู่ในความนิยมแสวงหากันอย่างกว้างขวาง เหรียญสวยๆ ราคาไม่มีตกลงเลย โชคดีที่ เหรียญหลวงพ่อทวด มีการสร้างกันหลายรุ่น รวมๆ กันแล้วก็มีจำนวนมากพอที่จะสนองความต้องการของนักสะสมพระสายนี้ ซึ่งสามารถเช่าหาได้ตามกำลังทรัพย์ มีทุกระดับราคา...วันนี้ ขอนำเสนอ เหรียญหลวงพ่อทวด พิมพ์ ๓ ขีดใน หรือ พิมพ์กิ่งไผ่ เป็นพิมพ์ที่ตั้งชื่อตามจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ปรากฏอยู่ในเหรียญนี้ คือ ที่เหรียญด้านหน้า ตรงแถบซุ้มเหรียญด้านบน ที่มีรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดวางเรียงกัน จำนวน ๑๓ ช่อง ในแต่ละช่องจะมีเส้นเล็กๆ ๓ เส้น (หรือ ๓ ขีด) ปรากฏอยู่อย่างชัดเจน ภายในแต่ละช่องของสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดนี้ ยกเว้นช่องที่มีจุดภายใน และช่องที่ติดกันทางซ้าย เส้น เหล่านี้มีลักษณะเป็นรอย ขีด หรือเหมือนกับ กิ่งไผ่ ในแนวนอน โดยแต่ละขีดจะทำมุมเฉียงกันเล็กน้อย อันเกิดมาจากการแกะแม่พิมพ์เหรียญนี้ และเป็นที่มาของชื่อที่เรียกเหรียญพิมพ์นี้โดยเฉพาะ (เหรียญรุ่น ๓ อื่นๆ จะไม่มีขีดดังกล่าว)...เหรียญพิมพ์นี้ตามที่พบเห็นจะเป็น เนื้อทองแดงรมดำ เท่านั้น โดยแบ่งย่อยออกเป็น ๓ พิมพ์ ตามลักษณะทางกายภาพที่ปรากฏบนพื้นเหรียญ คือ พิมพ์ที่ ๑ คือ พิมพ์สมบูรณ์หรือพิมพ์ไม่มีผด พิมพ์ที่ ๒ คือ พิมพ์มีผดน้อย และพิมพ์ที่ ๓ คือ พิมพ์มีผดมาก เหรียญที่โชว์ในวันนี้เป็น เหรียญเสมา พิมพ์ ๓ ขีดใน แบบมีผด เป็นเหรียญที่มีสภาพสวยสมบูรณ์เหรียญหนึ่งของวงการพระเครื่อง สภาพแท้ดูง่าย สามารถยึดเป็น เหรียญองค์ครู ได้เลย เป็นเหรียญติดรางวัลชนะเลิศ งานประกวดใหญ่ที่รับรองโดยสมาคมพระเครื่องฯ มาแล้ว สภาพเป็นเหรียญเก่าเก็บ ไม่ผ่านการใช้มาก่อนเลย สภาพผิวรมดำเดิม แซมด้วยผิวปรอทที่สมบูรณ์ทั้งด้านหน้าและหลัง ซึ่งหาชมเหรียญสภาพอย่างนี้ได้ยากในทุกวันนี้ เหรียญนี้เป็นของ ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งท่านจะทยอยส่งภาพ พระหลวงพ่อทวด องค์แชมป์มาให้ผู้อ่านได้แลกเปลี่ยนข้อมูล ศึกษากันอีก ในฉบับต่อๆ ไป
•• องค์ต่อไป พระขุนแผน พระครูสุวัฒน์ธรรมคุณ วัดใหม่ศรีทวีป เกาะสมุย รุ่นแรก ปี ๒๕๐๘ พิมพ์พนมมือ เคลือบแชลค หลังเรียบ รุ่นนี้เท่าที่ทราบมีไม่กี่องค์ หายากมาก คนในพื้นที่เรียกรุ่นนี้ว่า “ขุนแผนทุ่มสระ” (ทุ่ม=ทิ้ง) ด้วยเหตุที่ว่า เมื่อสมัยที่ท่านพระครูได้แจกพระพิมพ์นี้ให้แก่ชายหนุ่มผู้หนึ่ง เขารับพระไปแล้วก็นำไปขูดเอาผงด้านหลังขององค์พระไปผสมกับน้ำให้ผู้หญิงกิน ทำให้ผู้หญิงคนนั้นเกิดความหลงใหลในตัวชายหนุ่มนั้นเป็นอย่างมาก ถึงขั้นสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เมื่อความนี้ทราบถึงท่านพระครู ท่านได้เมตตาแก้ไข และได้ทำลายพระขุนแผนรุ่นนี้ทิ้งลงในบ่อน้ำทั้งหมด คงเหลือเป็นบางส่วนที่ท่านแจกออกไปก่อนหน้านี้เท่านั้น องค์นี้เป็นพระของ รศ.จิรพัฒน์ เงาประเสริฐวงศ์ อาจารย์คณะวิศวะ จุฬาฯ นักแสวงหาพระเครื่องหลากหลายรูปแบบ โดยได้มาไม่ขาดระยะ
•• หลวงพ่อสอน หรือ พระครูสอน วัดมักกะสัน เป็นลูกศิษย์ของ ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม ผู้สร้าง พระกริ่งล้มลุก ที่โด่งดังในสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยมี หลวงพ่อสอน เป็นผู้ช่วย...ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ทางราชการได้ขอร้องไปยังพระเกจิอาจารย์ต่างๆ ให้ช่วยกันจัดสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคล แจกจ่ายแก่ประชาชนทั่วไป เพื่อป้องกันและเป็นกำลังใจ หลวงพ่อสอน ได้จัดสร้าง พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ ที่เน้นหนักไปทางด้านมหาอุด คงกระพัน โดยสร้างพระชุดนี้ประมาณปี ๒๔๘๐-๒๔๘๕ นอกจากยังได้สร้าง พระผงผสมว่านสบู่เลือด อีกด้วย มีทั้งพิมพ์ใหญ่เละพิมพ์เม็ดบัว รวมทั้ง พระพิมพ์ท้าวเวสสุวรรณ จำนวนหนึ่งไม่มากนัก คนรุ่นใหม่อาจจะไม่รู้จัก แต่คนรุ่นเก่าทราบดีว่า พุทธคุณนั้นเหลือรับประทานจริงๆ องค์นี้ใต้ฐานอุดผงเต็มๆ ได้รับรางวัลรองแชมป์งานประกวดพระ จัดโดยคณะนักเรียนนายร้อย จปร. เมื่อปี ๒๕๕๖ เป็นพระของ ฐกร บึงสว่าง กรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์ แอพเพิล เวลท์ (ตำแหน่งงานล่าสุด) •• ขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่ได้ติดตามอ่าน คมเลนส์ส่องพระ มาโดยตลอด รวมทั้งในเฟซบุ๊ก (ปกิณกะพระเครื่อง)...พบกันใหม่ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ต่อไป...นะมัสเต •••



