
ย้ายแอร์ยามวิกาลไม่เกรงใจเพื่อนบ้าน
03 ต.ค. 2557
เปิดซองส่องไทย : ย้ายแอร์ยามวิกาลไม่เกรงใจเพื่อนบ้าน : โดย...ลุงแจ่ม
เนื่องจากดิฉันพักอาศัยในซอยสุขุมวิท 39 ใกล้อาคารซิตี้รีสอร์ท ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2557 เวลา 12.30 น. และวันที่ 24 กันยายน 2557 เวลาประมาณ 20.00-23.00 น. ที่อาคารซิตี้รีสอร์ทมีการย้ายแอร์บริเวณพื้นที่เช่าชั้น 2 และชั้น 3
โดยช่างได้ทำงานทั้งเจาะและตัดเพื่อนำแอร์ตัวเก่าออก ก่อนติดตั้งแอร์ตัวใหม่ รวมถึงขนย้ายสิ่งของต่างๆ มากมาย จึงทำให้เกิดเสียงดังจากการตัดโลหะ โดยไม่มีความเกรงใจผู้พักอาศัยที่อยู่ใกล้เคียงเลย ทั้งที่เป็นเวลากลางคืน ซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนนอนหลับ ทำให้รู้สึกได้ว่าผู้รับเหมาและผู้บริหารอาคารไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้อาศัยอาคารอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง ผู้พักอาศัยอาคารเหล่านี้ต้องการพักผ่อนและความสงบในเวลากลางคืนทั้งสิ้น อยากให้หน่วยงานราชการเข้ามาควบคุมดูแลให้มากกว่านี้
ชนัญญา
ตอบ
ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขตวัฒนา ชี้แจงว่า อาคารซิตี้รีสอร์ทเป็นอาคารที่พักอาศัยลักษณะเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ผู้พักอาศัยส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่น สำหรับในซอยสุขุมวิท 39 มีอาคารซิตี้รีสอร์ททั้งหมด 3 แห่งด้วยกัน ซึ่งใช้ชื่อซิตี้รีสอร์ทเป็นชื่อเดียวกันและมีเจ้าของคนเดียวกันทั้ง 3 แห่ง
กรณีร้องเรียนนี้ ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขตวัฒนา ได้ตรวจสอบกับสำนักงานนิติบุคคลของซิตี้รีสอร์ทแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นอาคารซิตี้รีสอร์ท 14 ชั้น มีซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ด้านล่างของอาคาร โดยเจ้าหน้าที่ของซิตี้รีสอร์ทให้ข้อมูลว่า ในวันดังกล่าวมีการปรับปรุงซูเปอร์มาร์เก็ต และมีการถอดแอร์และติดตั้งแอร์ตัวใหม่ จึงมีเสียงดังรบกวนผู้พักอาศัยบริเวณใกล้เคียง โดยในช่วงวันและเวลาดังกล่าวผู้รับเหมาต้องการทำงานให้เสร็จโดยเร็ว จึงมีการทำงานล่วงเลยถึงเวลากลางคืน ขณะนี้งานปรับปรุงดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่มีการทำงานส่งเสียงดังรบกวนอีก
ทั้งนี้ ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขตวัฒนา ได้กำชับนิติบุคคลเจ้าของอาคารให้ระมัดระวังและเข้มงวดกับผู้จ้างในการทำงานเกี่ยวกับอาคารใดๆ ก็ตามในอนาคต ทั้งในเรื่องของเสียงและระยะเวลาในการทำงานห้ามเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้พักอาศัยโดยรอบ
ลุงแจ่ม
ต้องใช้หนี้อย่างเดียว
ผมมีเรื่องปรึกษาครับ คือ ได้ค้ำประกันให้เพื่อนครับ เพื่อนซื้อรถจึงต้องการให้คนค้ำประกันให้ ผมก็อดสงสารไม่ได้เวลาเพื่อนมาอ้อนวอนก็เลยค้ำประกันให้ แต่หลังจากส่งไปได้สักหนึ่งปีก็เริ่มมีปัญหา ซึ่งช่วงแรกผมก็ไม่ทราบว่าเพื่อนมีปัญหาครับ จนกระทั่งไฟแนนซ์โทรมาตามที่ผม ตกใจมาก แล้วก็พยายามตามหาเพื่อนครับ ปรากฏว่า เพื่อนได้ย้ายออกจากงานไปแล้ว แล้วก็ได้ข่าวว่ามีแฟนเลยย้ายไปอยู่ที่อื่นกับแฟน โทรไปก็ไม่รับ โทรไปบ่อยเข้าก็ปิดเครื่องไปเลยครับ
อยากทราบว่า กรณีอย่างนี้ ผมควรจะทำอย่างไรดี เพราะตอนนี้มีภาระที่ต้องรับผิดชอบครอบครัวหลายอย่าง ถ้าต้องรับผิดชอบเรื่องของเพื่อนด้วย สงสัยจะแย่แน่เลยครับ อยากทราบว่า ผมจะทำอย่างไรได้บ้างครับ เพราะผมเองก็จะไม่ไหวเหมือนกัน นี่ก็ยังไม่ทราบว่าจะไปตามเพื่อนได้ที่ไหนครับ
นพดล
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผศ.ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า เรื่องหนี้ค้ำประกันเป็นเรื่องที่ปัดความผิดชอบได้ยากมาก เพราะในทางกฎหมายนั้น การที่คุณไปรับประกันให้ใครหมายถึงคุณมีความมั่นใจในบุคคลคนนั้น ทำให้เกิดภาระหนี้ผูกพัน ดังนั้นคุณเป็นลูกหนี้คนที่สอง รองจากเพื่อนของคุณ ซึ่งเป็นลูกหนี้คนที่หนึ่ง
ในกรณีของคุณนั้น ในเบื้องต้นอยากให้พยายามตามตัวเพื่อนให้เจอ เพื่อจะได้มาช่วยกันใช้หนี้ เพราะในทางกฎหมายแล้ว คุณและเพื่อนไม่สามาถปัดความรับผิดชอบเรื่องนี้ได้ ถ้าตามเพื่อนไม่เจอ คุณก็ต้องรับผิดชอบหนี้นี้คนเดียว และเจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะมาตามกับคุณด้วย ถ้าตามเพื่อนคุณไม่เจอ ดังนั้น การช่วยตามหาเพื่อนอีกแรงหนึ่งจะช่วยให้เจ้าหนี้ไปทวงหนี้กับเพื่อนคุณได้ง่ายขึ้น
แต่ถ้าตามไม่เจอจริงๆ คุณก็คงต้องคุยกับเจ้าหนี้โดยตรง แล้วก็เจรจากันดูว่า จะสามารถรถผ่อนชำระได้มากน้อยแค่ไหน หรืออาจจะขอผ่อนชำระขั้นต่ำสุด เนื่องจากคุณเองก็มีภาระที่ต้องรับผิดชอบถ้าผ่อนมากกว่านี้ก็อาจจะไม่ไหว ก็คงต้องเจรจากับเจ้าหนี้ดู แต่เจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะยอมรับ หรือปฏิเสธก็ได้
หากเจ้าหนี้ปฏิเสธ แล้วคุณก็ผ่อนชำระอย่างที่เจ้าหนี้ต้องการไม่ไหว ก็คงต้องปล่อยให้มีการฟ้องเกิดขึ้น หลังจากนั้นก็ต้องให้ศาลพิจารณา แต่หนี้ที่เกิดขึ้นอย่างไรเสียคุณก็ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ คงต้องจ่ายแทนเพื่อน แต่จะมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับคำพิจารณาของศาล
ลุงแจ่ม



