ไลฟ์สไตล์

'ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต'200บริษัทกว่า1.6พันล้าน

'ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต'200บริษัทกว่า1.6พันล้าน

02 ต.ค. 2557

'ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต'200บริษัทกว่า1.6พันล้านบาท : กมลทิพย์ ใบเงินเรื่อง ประชาสัมพันธ์กพร.ภาพ

                "อาหาร สินค้าเกษตร, ยานยนต์ ชิ้นส่วน โลหะ, ท่องเที่ยว บริการ, เฟอร์นิเจอร์, สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม, ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์, ผลิตภัณฑ์สุขภาพ, ก่อสร้าง, อัญมณี เครื่องประดับ และโลจิสติกส์ 10 อุตสาหกรรมแหล่านี้ อยู่ในกลุ่มเอสเอ็มอีขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีความต้องการจะลดต้นทุนและเพิ่มผลิตภาพแรงงาน" นายนคร ศิลปอาชา อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ย้อนที่มาของ "โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานตามความต้องการสถานประกอบกิจการ"

                นายนคร ย้ำว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการแข่งขัน ทั้งตลาดแรงงานในประเทศ และตลาดแรงงานในต่างประเทศที่มีมากขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นมาก รวมถึงประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558

                "โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานตามความต้องการสถานประกอบกิจการ ใช้หลัก โลจิสติกส์ แอนด์ ซัพพลายเชน ปรับ 4 กระบวนงานสำคัญ ทั้งวางแผนการผลิต ปรับปรุงกระบวนการผลิต ลดการสูญเสียในวงจรการผลิต และจัดการคลังสินค้า เพื่อมาช่วยในการวิเคราะห์งานและแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การขจัดขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็น การรวบรวมงานที่ซ้ำซ้อนเข้าไว้ด้วยกัน การปรับลำดับขั้นตอนการทำงานเพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายน้อยที่สุด และเป็นการเคลื่อนย้ายที่มีประสิทธิภาพ และการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้ง่ายมากขึ้น

                โดยได้รับความร่วมมือจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยในภูมิภาคต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษา รวมทั้งฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของ กพร.และออกตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ กพร. ซึ่งทำงานร่วมกับนายจ้างและสถานประกอบกิจการ" นายนคร กล่าว

                ดูเหมือนว่า ในปีงบประมาณ 2557 มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานตามความต้องการสถานประกอบกิจการกว่า 2 หมื่นคน โดย กพร.ใช้งบประมาณการดำเนินงานทั้งสิ้น 75 ล้านบาท

                "ตลอดการดำเนินงานกว่า 6 เดือน มีสถานประกอบกิจการ 200 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการ สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 1,682 ล้านบาท ลดเวลาการผลิตลงได้ถึงร้อยละ 65.42 ส่งผลให้เพิ่มผลิตภาพงานได้ถึง 2 เท่า  ดังนั้นในปีงบประมาณ 2558 กพร.ได้เตรียมงบประมาณกว่า 67.5 ล้านบาท ในการขยายโครงการนี้ ผมเชื่อมั่นว่า ความสำเร็จของโครงการจะช่วยกระตุ้นให้สถานประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการอีกกว่า 200 แห่ง" นายนคร กล่าว

                ด้าน นายวีระศักดิ์ ลดาคม รองอธิบดี กพร.ย้ำว่า โครงการมีการพัฒนาบุคลากรให้มีความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการสร้างโอกาส พัฒนาอาชีพและเพิ่มคุณภาพของแรงงาน รวมถึงพัฒนาผู้ประกอบการให้มีระบบการจัดการที่ดีสามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตในการดำเนินงานได้  

                ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการ ผ่าน "นายวีรศักดิ์ เสริมประภาศิลป์" ผู้จัดการบริษัท เอสพีเอส กรุ๊ป จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ส่งออกเฟอร์นิเจอร์ ที่ยืนยันว่า ปัจจุบันมีพนักงาน 1,800 คน ผลจากการเข้าร่วมโครงการทำให้บริษัทได้ลดต้นทุนการผลิตเฉลี่ยปีละ 20% พนักงานมีความเข้าใจถึงผลที่ได้รับค่อนข้างดี สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากร ทำให้บุคลากรได้ค่าแรงงานสูงขึ้น

                "บุคลากรมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความสามารถในการแข่งขันมีมากขึ้น อย่างอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ยังมีดีมานด์ของตลาดในแถบเอเชีย เช่น จีน เกาหลี อินเดีย ก่อนหน้านี้ตลาดแถบยุโรปค่อนข้างซบเซา แต่ปัจจุบันเริ่มฟื้นตัวขึ้นบ้างแล้ว โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ดังนั้นโดยภาพรวมโครงการสามารถตอบโจทย์และมีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบกิจการได้มีระบบบริหารจัดการที่ดีขึ้น" นายวีรศักดิ์ กล่าวด้วยรอยยิ้ม

                ณ วันนี้ พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่า "โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานตามความต้องการสถานประกอบกิจการ" ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี ที่ได้แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เอาไว้ว่า "การสร้างโอกาส พัฒนาอาชีพ การมีรายได้ที่มั่นคง แก่ผู้เข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยให้ตลาดแรงงานทั้งระบบมีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานในทุกระดับอย่างมีมาตรฐาน ควบคู่เร่งพัฒนากำลังคนให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งในอุตสาหกรรมด้านการเกษตร และธุรกิจบริการ"