
โดนตัดสัญญาณไม่บอกล่วงหน้า
02 ต.ค. 2557
เปิดซองส่องไทย : โดนตัดสัญญาณไม่บอกล่วงหน้า : โดย...ลุงแจ่ม
ข้าพเจ้านายคำนวนได้เป็นสมาชิกของบริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) หมายเลขสมาชิก 140130223917xxxxxx โดยสมัครสมาชิกแพ็กเก็จดู 3 ปี จ่ายเหมา 2 ปี และได้จ่ายเงินไปแล้วเต็มจำนวนเงินคือ 23,086.32 บาท โดยจ่ายผ่านบัตรเครดิตธนาคาร ซึ่งธนาคารได้บันทึกรายการนี้เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2556 ต่อมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2557 บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ได้ส่งข้อความเอสเอ็มเอส แจ้งว่าข้าพเจ้ามียอดค้างชำระเป็นจำนวนเงิน 22,500.00 บาท ให้ติดต่อกลับเพื่อสอบถามไปยังเบอร์โทร.0-2328-xxxx ภายในวันที่ 18 กันยายน 2557
ผมได้ติดต่อตามเบอร์ที่ให้มาแต่ไม่มีผู้ใดรับสาย จนถึงวันเสาร์ที่ 13 กันยายน 2557 จึงได้ติดต่อไปยังคอลเซ็นเตอร์เบอร์ 1619 เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ข้าพเจ้าแฟกซ์เอกสารไปให้ดูรายละเอียด ข้าพเจ้าจึงได้ส่งแฟกซ์เอกสารของธนาคาร ที่ได้ชำระเงินส่งไปให้ในวันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2557 พอส่งแฟกซ์เอกสารเสร็จแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้โทรกลับไปยังคอลเซ็นเตอร์ 1619 อีกครั้ง เพื่อสอบถามว่าได้รับเอกสารที่แฟกซ์ที่ส่งไปให้หรือยัง
เจ้าหน้าที่แจ้งว่าได้รับแล้วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะทำเรื่องแจ้งส่วนที่เกี่ยวข้องให้ พร้อมกับแจ้งว่าจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่ส่งข้อความเอสเอ็มเอส โทรมาขอโทษข้าพเจ้า ต่อมาเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2557 บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ได้ตัดสัญญาณทำให้ข้าพเจ้าไม่สามารถรับชมรายการทีวีได้ ซึ่งข้าพเจ้าก็โทรแจ้ง 1619 อีกครั้งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ที่ใช้ชื่อคุณกอบกุลรับเรื่องและจะประสานงานให้ แต่วันนี้ก็ยังไม่สามารถชมรายการทีวีได้ ข้าพเจ้าอยากร้องเรียนว่า
1.ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่ข้าพเจ้าไม่ได้รับชมรายการทีวี บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) จะรับผิดชอบอย่างไร
2.บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทมหาชน แต่เมื่อลูกค้ามีปัญหาไม่สามารถแก้ไขให้ได้ทันที
3.ถือว่าเป็นการฉ้อโกงลูกค้าหรือเปล่า ที่รับเงินไปแล้วล่วงหน้าแต่มาตัดสัญญาณทำให้ลูกค้าไม่สามารถรับชมรายการทีวีได้
และ 4.อยากขอให้ทางผู้บริหารของ บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ช่วยชี้แจงด้วยว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นนี้เกิดได้อย่างไร?
คำนวน
ตอบ
ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า ลูกค้าได้ถูกระงับสัญญาณเป็นเวลา 1 วัน พอลูกค้าติดต่อมาที่ฝ่ายคอลเซ็นเตอร์เรื่องรับร้องเรียน เพื่อแจ้งว่าโดนระงับสัญญาณ พอคอลเซ็นเตอร์เช็คแล้วพบหลักฐานว่าได้ชำระเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คอลเซ็นเตอร์จึงได้ทำการเปิดสัญญาณให้เลย
ระยะเวลาดำเนินการในการเปิดสัญญาณไม่เกิน 24 ชั่วโมง เพราะวันที่ถูกปิดสัญญาณนั้นคือวันที่ 18 กันยายน 2557 ได้คาบเกี่ยววันที่ 19 กันยายน 2557 เป็นเวลา 1 วัน ทาง บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) จึงได้ให้เจ้าหน้าที่เทคนิคโทรหาลูกค้า ทราบว่าลูกค้าสามารถดูได้ตามปกติ และไม่ได้มีการร้องเรียนอะไรเพิ่มเติม
ลุงแจ่ม
สามี(ตัวดี)กลัวไม่มีบ้านอยู่
ดิฉันมีปัญหาอยากทราบค่ะ ดิฉันแต่งงานอยู่กินกับสามีมา 10 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คน เรามีบ้าน มีรถ เป็นชื่อของเราสองคน แต่ก่อนที่จะมาอยู่กินกับดิฉัน สามีเคยทำธุรกิจ และมีเครดิตดี จึงมีเครดิตกับธนาคาร ช่วงนั้นก็มีหนี้บัตรเครดิตหลายใบ ก็เลยทำให้เขาเป็นหนี้มาก่อน
แต่พอมาแต่งงานอยู่กินกับดิฉัน เราก็ช่วยกันทำกินค่ะ เงินก็หมุนเวียนใช้ไป แล้วธุรกิจก็เกิดปัญหา จากที่เคยเป็นเจ้าของเอง ก็ต้องมาเป็นลูกจ้างเขา และที่แย่ยิ่งกว่านั้น คือ สามีเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ขาพิการ เลยต้องออกจากงาน ทำให้เรามีปัญหาเรื่องบัตรของสามีมากขึ้นไปอีก เนื่องจากดิฉันมีรายได้คนเดียวค่าใช้จ่ายในบ้านก็ต้องรับผิดชอบเองทุกอย่าง จึงไม่มีเงินเหลือพอมาใช้หนี้ให้แก่หนี้ของสามี
เรื่องราวก็เลยปล่อยยืดยาวมาให้เป็นปัญหาที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน เพราะขณะนี้บัตรเครดิตของสามีส่งผลกระทบมาถึงเรื่องบ้าน เพราะมีหมายศาลมา แต่สามีไม่ได้ไป เพราะเพิ่งเกิดอุบัติเหตุ ทำให้มาถึงขณะนี้มีหมายมาจะยึดบ้านเพื่อเอามาใช้หนี้
ดิฉันอยากทราบว่า ดิฉันจะโดนยึดบ้านไหมคะ แล้วทำอย่างไรได้บ้าง เพราะไม่อยากสูญเสียบ้านหลังนี้ไป ถ้าเสียบ้านไปอีกชีวิตเราก็คงจะต้องแย่มากกว่านี้อีกหลายเท่า
น้ำทิพย์
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผศ.ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า เรื่องนี้มีทางเดียวคือ ต้องเจรจาขอความเห็นใจจากเจ้าหนี้ เพราะหนี้คดีแพ่ง อย่างไรก็ยังสามารถขอเจรจากับเจ้าหนี้ได้ ทางที่ดีคือ โทรหาเจ้าหนี้เพื่อคุยให้เขารู้ว่า คุณและครอบครัวมีปัญหาอะไร แม้จะเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นถึงเรื่องหนี้สินที่เกิดขึ้น เพราะเป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้ แต่ถ้าไม่เจรจาเลย แล้วบ้านมีมูลค่ามากกว่ามาก หากมีการยึดบ้าน ก็จะทำให้เกิดความเสียหายแก่คุณได้
ซึ่งเรื่องนี้คุณก็ต้องไปดูว่า มูลค่าบ้านอยู่ที่เท่าไหร่ แล้วมูลค่าหนี้ที่สามีมีอยู่นั้นเท่าไหร่ แต่คาดว่า บ้านมีมูลค่ามากกว่าหนี้อยู่แล้ว ดังนั้น การเจรจากับเจ้าหนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุด แล้วก็ดูว่า ถ้ายอดหนี้ไม่มากเกินไป คุณพอจะหาเงินมาชำระหนี้ได้หรือไม่ หรือเจ้าหนี้จะผ่อนผันให้คุณชำระหนี้อย่างไรได้บ้าง เรื่องนี้ต้องลองเจรจาดู เชื่อว่า ถ้าคุณพร้อมที่จะใช้หนี้ และมีข้อเสนอที่ดี เจ้าหนี้อาจจะรับฟังเงื่อนไขที่คุณเสนอไป
ลุงแจ่ม



