
ตกแต่งสวยด้วยสไตลิสต์
นักออกแบบจำเป็นต้องไปตรวจผลงานระหว่างการตกแต่งเป็นระยะๆ โดยไม่ปล่อยให้ผู้รับเหมาทำงานไปอย่างโดดเดี่ยว หรือเพียงแค่ที่ปรึกษาโครงการ และเจ้าของ บางครั้งปัญหาหน้างานอาจจะเกิดจากการมองภาพไม่ออก
วาดแบบหรือไม่สามารถก่อสร้างได้ตามแบบอย่างครบถ้วน จึงต้องอาศัยการตรวจสถานที่ก่อสร้าง โดยนักออกแบบมัณฑนากร สถาปนิก อาจจะต้องมีการสเกตช์รายละเอียดบางอย่างหน้างาน ประสานงานกับผู้รับเหมา เพื่อจัดทำรายละเอียดที่จำเป็น เช่น ระยะที่ถูกต้อง และวัสดุที่มีคุณภาพให้ตรงกับพื้นที่ 100% (Shop Drawing) มีการจัดประชุมตามวาระที่เหมาะสม
โดยงานตกแต่งและก่อสร้างที่มีคุณภาพจะดำเนินไปด้วยความราบรื่นจะต้องประสานกันทุกฝ่าย เพราะหลายโครงการต้องใช้บุคลากรหลากหลายอาชีพ มีการจดวาระการประชุม มีการกำหนดวันเวลาแล้วเสร็จ มีการติดตามผลทุกระยะ ข้อคำนึงในการประชุมคือ การประสานงานไม่ใช่ประสานงาเป็นการดำเนินการก่อสร้างด้วยความเป็นมิตรด้วยความรักอย่างมีระบบนั่นเอง
ขั้นตอนสุดท้ายของนักออกแบบภายใน ซึ่งเป็นผู้ปิดงานทั้งหมดให้สมบูรณ์ คือการนำการตกแต่งลอยตัวเข้ามาจัดวาง และจัดประดับตกแต่งอย่างลงตัวกลมกลืนทั้งอาคาร ช่วงสุดท้ายก่อนการส่งมอบงานเป็นช่วงที่ต้องเหนื่อยเป็นพิเศษ เพราะทุกอย่างจะต้องเข้าที่ตามแบบที่วางแผนไว้ไปจนถึงของตกแต่ง เช่น ผ้าคลุมเตียง หมอน โคมไฟ พรมชิ้น การติดตั้งภาพตกแต่ง ต้นไม้ประดับ ภาชนะ เครื่องใช้ไฟฟ้า และของตกแต่งอื่นๆ มากมาย และถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพราะงานจะไม่เสร็จสมบูรณ์ ไม่สวยงามลงตัวเลยถ้าขั้นตอนนี้บกพร่องไป โดยขั้นตอนมีดังนี้
1.การจัดวางเครื่องเรือนลอยตัวตามแบบ นักออกแบบภายใน และเจ้าหน้าที่ติดตั้งจัดวางจะต้องทำงานประสานโดยใช้ผังเครื่องเรือนเป็นเอกสารควบคุมการจัดวางตามตำแหน่ง และมุมมองที่ดีที่สุด
2.การจัดวางองค์ประกอบของตกแต่งลอยตัว มีการจัดวางทุกจุดตามความเหมาะสม ความงาม รสนิยม ตามคอนเซ็ปต์งานและภาพรวมของห้อง มีการไล่เรียงองค์ประกอบเด่น รอง และส่วนเสริม บางครั้งอาจใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการจัดองค์ประกอบ ซึ่งนักออกแบบภายใน มัณฑนากรควรฝึกฝนเอาไว้ให้มีประสบการณ์มากที่สุด
3.การตกแต่งผนังด้วยรูปภาพ องค์ประกอบที่สวยงามของห้องกับบรรยากาศที่เย้ายวนน่าประทับใจ เกิดจากรสนิยมในการจัดวางและติดตั้งรูปภาพบนผนัง แนวทางในการจัดตั้งแต่แบบธรรมชาติคละเคล้าแต่ให้ความกลมกลืนสมดุล เล็กใหญ่ไม่เท่ากันหรือแบบเป็นทางการซ้ายขวาเท่ากันไปจนถึงการจัดวาง เน้นภาพเด่นขนาดใหญ่ภาพเดียวหรือทั้งผนัง มีหลากหลายชนิดทั้งการใช้กรอบรูปที่แตกต่างกันไปจนถึงลักษณะกรอบรูปเหมือนกันแต่ต่างขนาดกันหรือแบบผสมผสานกัน โดยขึ้นอยู่กับธีมของห้องและแนวความคิดในการออกแบบ
4.การเลือกโคมไฟตกแต่ง โดยทั่วไปจะแบ่งโคมไฟตกแต่งออกเป็นโคมไฟตั้งพื้น โคมไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟติดผนัง โคมไฟห้องจากเพดาน การเลือกให้เหมาะสมกับห้องขึ้นอยู่กับขนาดสัดส่วนของห้อง บรรยากาศที่ต้องการและสไตล์การตกแต่งโดยแนวทางในการจัดวางมีหลักง่ายๆ ดังนี้
1.การจัดวางโคมไฟแบบเป็นทางการ จัดวางแบบซ้ายขวาเท่ากันหรือเป็นเซ็ตเดียวกันของโคมไฟทุกประเภท
2.การจัดวางโคมไฟแบบธรรมชาติไม่เป็นทางการอาจจะใช้ลูกผสม มิกซ์ แอนด์ แมทช์ มีขนาดใหญ่เล็กตามความเหมาะสม โดยทั้ง 2 แนวทางควรเลือกจุดเด่นสุด จุดรองและแบ็กกราวด์ เพื่อไม่ให้ดูน่าเบื่อและสร้างเสน่ห์ให้กับห้องด้วย
5.การเลือกวัสดุและการตกแต่งหมวดงานผ้า พรม วัสดุประเภทอ่อนนุ่มเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ทำให้งานตกแต่งไม่แข็งกระด้าง โดยเฉพาะงานที่มีสไตล์ชัดเจน แนวทางการเลือกประกอบด้วย ความเข้าใจเรื่องสเกล ขนาดสัดส่วนของลวดลาย สีสัน เทคนิคการวาง พื้นผิวสัมผัส โดยขึ้นอยู่กับประสบการณ์และแนวทางเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในที่จะกำหนดและเลือกใช้อย่างมีรสนิยม
เส้นสายที่ไปกันได้ ทัศนธาตุ มีทิศทางสอดคล้องกันอาจจะคนละประเภทเหมือนดนตรีที่มาจากความแตกต่างแต่ประสานกลมกลืนเป็นเพลงเดียวกันที่ไพเราะนั่นเอง
รสนิยมในการเชื่อมโยงของตกแต่งเพื่อความกลมกลืนของบรรยากาศ
นักออกแบบที่มีความละเอียดลึกซึ้งในเรื่องวัสดุ สีสัน พื้นผิว และองค์ประกอบศิลป์ จะได้เปรียบเมื่อสนามการตกแต่งในขั้นตอนสุดท้าย เพราะการจบงานที่มีคุณภาพจะขึ้นอยู่กับตอนจบ เพื่อเตรียมตัวส่งมอบงาน ถ้าทุกอย่างดำเนินมาดีแต่หลุดตอนท้ายหรือตายตอนจบก็อาจสะท้อนถึงภาพรวมของงานที่ไม่ดีไปด้วย
การเลือกและจัดวางตอนสุดท้ายจึงต้องอาศัยสายตาอันเฉียบคม ในการเลือกของตกแต่งและการรู้จักเชื่อมโยงให้เข้ากันได้ เช่น การผูกเรื่องราวสีสันระหว่าง หมอนกับผ้าม่าน ผ้าบุ เครื่องเรือนกับพรม หรือกับผ้าบุเครื่องเรือนด้วยกันเอง โดยวิธีการมิได้หมายความถึงความกลมกลืนเหมือนกันเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงความแตกต่างแปลกพวกแต่เข้ากันได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคอนเซ็ปต์แนวความคิดของห้องเป็นสำคัญ ทั้งหมดเหล่านี้คือ หน้าที่ของสไตลิสต์แขนงหนึ่งของมัณฑนากรผู้สร้างฝันบ้านให้เป็นจริง
ท่านผู้อ่านท่านใดสนใจร่วมฟังบรรยายเรื่องการตกแต่งง่ายและประหยัดในงานสัมมนาพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 8 ปี รายการอยู่สบายรายการสำหรับคนรักบ้าน ในสัมมนาหัวข้อ “พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสด้วยการออกแบบ” ตอน โรงแรมและรีสอร์ทขนาดเล็กแนวใหม่ ในวันที่ 12-13 กันยายน 2552 เวลา 13.00-18.00 น. ราคาบัตร 1,888 บาท โดยจะได้รับหนังสือฉบับพิเศษนี้พร้อมรับ วีซีดี “HOTEL DESIGN” สำหรับทุกคนที่ลงทะเบียนฟังสัมมนานี้นะครับ สามารถโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2984-0091-2 มีจำนวนจำกัดนะครับ



