ไลฟ์สไตล์

แฉต้นทุนไอโฟน 6 แค่ 6 พันบาท

แฉต้นทุนไอโฟน 6 แค่ 6 พันบาท

28 ก.ย. 2557

แฉต้นทุนไอโฟน 6 แค่ 6 พันบาท 26 ก.ย.นี้เริ่มจำหน่ายในกลุ่มประเทศที่ 2 แอปเปิล อิงค์ ตั้งราคาขายไอโฟนรุ่นล่าสุดสูงกว่าต้นทุนการผลิตตัวเครื่องถึง 3 เท่า

 
                                บริษัทวิจัยไอเอชเอสเผยต้นทุนการผลิตไอโฟน 6 รุ่น  16 กิกะไบต์อยู่ที่ 200.10 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,000 บาท) ขณะที่ต้นทุนการผลิตไอโฟน พลัส รุ่นหน้าจอ 5.5 นิ้ว มีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอีกเพียง 15.50 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 470 บาท) ขณะที่ราคาขายของไอโฟน 6 รุ่นล่างสุดอยู่ที่ 649 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 19,470 บาท) ในสหรัฐอเมริกา และไอโฟน 6 พลัส ที่ 749 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 22,470 บาท) ทำให้แอปเปิล มีส่วนต่างระหว่างต้นทุน-กำไรที่ 69% และ 71% ตามลำดับ
 
                                ต้นทุนที่มากที่สุดสำหรับไอโฟนรุ่นล่าสุดนี้คือหน้าจอทัชสกรีน ที่มีราคา 45 ดอลลาร์สหรัฐต่อชิ้นสำหรับหน้าจอไอโฟน 6 ขนาด 4.7 นิ้ว และ 52.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อชิ้นสำหรับไอโฟน 6 พลัส ขนาด 5.5 นิ้ว นอกจากนั้นต้นทุนการผลิตส่วนหนึ่งยังมาจากระบบกล้องที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นที่มีมูลค่า 12.50 ดอลลาร์ต่อชิ้นในไอโฟน 6 พลัส และ 11 ดอลลาร์สหรัฐต่อชิ้นสำหรับไอโฟน 6 
 
                                แต่ต้นทุนการผลิตของไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ในส่วนของฮาร์ดแวร์ยังไม่ได้รวมต้นทุนการวิจัยและพัฒนา ซอฟต์แวร์ ระบบขนส่ง การตลาด ค่าใบอนุญาต และต้นทุนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม แม้จะรวมต้นทุนเหล่านี้เข้าไปแล้ว แอปเปิลก็ยังมีส่วนต่างกำไรมหาศาลจากการขายสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในแต่ละครั้ง
 
                                นอกจากนั้นการใช้กลยุทธ์ตั้งราคาขายที่ต่ำมากแต่ผู้ซื้อต้องแลกกับการติดสัญญาการใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานถึง 2 ปี ทำให้ผู้ใช้ไอโฟนในสหรัฐอเมริกาไม่ทราบและไม่สนใจต้นทุนที่แท้จริงของไอโฟนรุ่นใหม่ แต่ในบางตลาดเช่น จีนแผ่นดินใหญ่ ที่มีการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนอย่างรุนแรง แอปเปิล ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์การแลกไอโฟนเก่ากับการปลดสัญญากับเครือข่ายมือถือได้ด้วยเช่นกันและจำหน่ายให้แก่ลูกค้าในราคา 199 ดอลลาร์สหรัฐต่อเครื่อง ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชีย
 
                                ขณะที่แอปเปิล ได้เริ่มวางตลาดไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ใน อีก 20 ประเทศ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ 2 ของแอปเปิล ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยียม เดนมาร์ก ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ กาตาร์ รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี ไต้หวัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้น โดยแอปเปิลได้วางตลาดผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดในตลาดกลุ่มนี้ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนเป็นต้นไป
 
                                ส่วนยอดขายไอโฟน 6 และ 6 พลัส ในกลุ่มประเทศที่ 1 ตั้งแต่สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮ่องกง ญี่ปุ่น เปอร์โตริโก สิงคโปร์ และ สหราชอาณาจักร ทำได้มากกว่า 10 ล้านเครื่องในช่วง 3 วันแรกที่เปิดตัว