ไลฟ์สไตล์

ชวนชิม : อัล ฮัมรา พาตื่นรสโมร็อกโก

ชวนชิม : อัล ฮัมรา พาตื่นรสโมร็อกโก

28 ก.ย. 2557

ชวนชิม : อัล ฮัมรา พาตื่นรสโมร็อกโก

 
                                เวลาไปเที่ยวเมืองตากอากาศอย่าเอาแต่นั่งจัดเต็มซีฟู้ดแล้วเซลฟี่อย่างเดียว เดี๋ยวนี้หัวหินมีอะไรให้ตื่นตาตื่นลิ้นกว่านั้น โดยเฉพาะโรงแรมคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ ผุดขึ้นมาให้ขาเที่ยวเข้าไปนอนกลิ้งกายพรึบ อย่าง "มาราเกช หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา" เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มรู้จักกันบ้างแล้ว โรงแรมน้องใหม่อายุ 3 ขวบนิดๆ ไม่เพียงมีอัตลักษณ์ชัดเจนด้านสถาปัตยกรรมแบบนีโอโมร็อกโก หากกำลังเป็นแหล่งกินดื่มสำหรับใครที่ชื่นชอบจานอร่อยอารมณ์แอฟริกาตอนเหนือเคล้าเครื่องเทศให้ได้ลิ้มลอง
 
                                โมร็อกโกอยู่ในทวีปแอฟริกาตอนบนและเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ความที่พลเมืองเกินครึ่งเป็นมุสลิมและมีอาณาเขตอยู่ใกล้ยุโรปตอนใต้อย่างสเปน วัฒนธรรมการกินอยู่นอกจากจะเด่นเรื่องเครื่องเทศสารพัดแล้ว ยังมีของทะเลสดๆ อีกทั้งเนื้อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เกะ และไก่ให้สรรหามาปรุงอาหารไม่ยาก ถือเป็นความลงตัวระหว่างการนำเครื่องเทศมาปรุงกับวัตถุดิบทั้งท้องถิ่นและนำเข้าชนิดที่ใครไม่ชอบแนวแขกๆ ต้องกลับมาเปลี่ยนใจอยากลอง
 
                                ทั้งหมดที่ว่ามาไม่ต้องบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลถึงถิ่นกำเนิด ที่ห้องอาหาร "อัล ฮัมรา" อันมีความหมายว่า "เมืองสีแดง" สื่อถึงเอกลักษณ์ของมาราเกซที่เน้นสีแดงในการออกแบบตกแต่งสถานที่ได้รังสรรค์ความอร่อยแบบโมร็อกโก ไฟน์ไดนิ่ง แต่ประยุกต์ให้ถูกลิ้นคนไทยด้วยการผสมผสานเครื่องปรุงและวัตถุดิบสไตล์ฟิวชั่น กลายเป็นอาหารโมร็อกโกสมัยใหม่ที่ให้ทั้งความอร่อยและหน้าตาชวนมอง เพิ่มอรรถรสการกินดื่มจากดั้งเดิมที่อาหารชนชาตินี้มักเน้นความเรียบง่ายปรุงแต่งน้อยแบบชาวบ้าน
 
                                ซิกเนเจอร์จากแรกที่แนะนำให้รู้จักชื่อว่า "ซัน มูน สตาร์" ผสมผสานระหว่างอาหารทะเลและอาหารบก ไม่ว่าจะเป็นกุ้งย่างตัวใหญ่เนื้อแน่น เนื้อแกะอบ และสันในนำเข้าจากออสเตรเลียย่าง เพิ่มรสชาติด้วยซอสจิ้ม 3 ชนิด มีน้ำจิ้มซีฟู้ด, โทมาโทซาซ่า และน้ำจิ้มแจ่ว ซึ่งตัวน้ำจิ้มทำให้เมดิเตอร์เรเนียนจานนี้มีกลิ่นไทยๆ อย่างไม่ต้องสงสัย มาถึงรสโมร็อกโกสไตล์จริงๆ อย่าง "แซลมอนโอเอซิส" ชื่อบอกกลายๆ ว่าต้องเป็นอะไรที่อร่อยท่ามกลางความแห้งแล้ง ความที่คนโมร็อกโกนิยมปรุงอาหารลักษณะแห้งๆ เพื่อจะได้เก็บไว้ได้นานๆ แซลมอนโอเอซิสจานนี้จึงตอบโจทย์ ใช้ปลาแซลมอนจากนอร์เวย์หมักกับเครื่องเทศแล้วย่างจนหอมฉุย ส่วนที่เด็ดสุดคงต้องยกให้ผักโขมที่นำไปตุ๋นกับเครื่องเทศจนเปื่อยนุ่ม ขอบอกว่านุ่มลิ้นมากๆ รสชาติก็ดีด้วยแถมกลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ ไม่ฉุนมากช่วยให้น่ารับประทาน เสิร์ฟมาพร้อมข้าวคูคูสลักษณะร่วนๆ สีเหลือง นั่นเพราะหุงจากแป้งข้าวโพดแห้งๆ ผสมแอปริคอตลงไปด้วยรสชาติจืดๆ ก่อนลงมือแนะนำให้เพิ่มรสชาติด้วยการบีบเลม่อนใส่แซลมอนและผักโขมเล็กน้อยทานกับข้าวคูคูสอร่อยไปอีกแบบ
 
                                ชาวโมร็อกโกกินข้าวเป็นมื้อหลักเหมือนคนไทย แต่ละมื้อจึงต้องมีข้าวเคียงมาด้วยเสมอ อย่างจานเนื้อ "โมร็อกโกแลมป์ ทาจิน" หรือ สตูเนื้อแกะ ใช้เนื้อลูกแกะส่วนสันในหมักเครื่องเทศแล้วนำไปตุ๋นและเคี่ยวถึง 6 ชม.จนเหลือน้ำพอขลุกขลิก เรื่องกลิ่นสาบที่หลายคนนกังวัลตัดไปเลยเพราะเครื่องเทศได้ทำหน้าที่ขจัดออกจนแทบไม่เหลือ เช่นเดียวกับ "ข้าวอบทะเลสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน" เป็นข้าวสวยหุงใส่หญ้าซัฟฟอนและเครื่องเทศผลจำพวกยี่หร่า, ลูกผักชี, กระเทียม และพริกไทย ให้มีสีเหลืองก่อนจะนำไปอบใส่กุ้งลายเสือตัวใหญ่ เนื้อ หมึก แซลมอน หอยแมลงภู่ บอกไว้ก่อนว่ารสชาติจืดๆ ยืนพื้น ชิมให้รู้ลักษณะของอาหาร หลังจากนั้นจะขอซอสอะไรมาเพิ่มรสชาติแบบคนไทยก็สุดแต่
 
                                นอกจากไฮไลท์อาหารโมร็อกโกแล้วในเมนูยังมีรายการอื่นๆ ให้สั่งมาสมทบอีกหลายสิบอบย่าง ไม่ว่าจะเป็นจานเรียกน้ำย่อย "ดูโอทูน่า" ที่ตั้งใจปรุงให้แตกต่างระหว่างทูน่าสองแบบคือสุกกับดิบ ให้รสชาติเบาๆ เข้ากับบรรยากาศชายทะเล หรือ "กุ้งลายเสือย่าง" ทานกับผักย่างและซอส 3 รส แต่ถ้าจะกินให้อิ่มท้องเลยก็มี "ข้าวอิตาเลี่ยนรีซอตโตต้มยำทะเล" เป็นฟิวชั่นอิตาเลียนผสมกลิ่นอายความเป็นไทยขนานแท้ อย่าลืมสั่งเครื่องดื่มซาบซ่าสีสวยๆ มาตบท้ายสร้างความสดชื่อแนะนำเป็นค็อกเทลฟ้าใส "ปริ๊นซ์ ออฟ เปอร์เซีย" สักแก้ว หรือ "อาฟเตอร์นูนที" ครบสูตรแน่นอน
 
                                ภาพรวมอาหารที่นี่เน้นการผสมผสานโดยเลือกใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงอย่างลงตัว โอกาสหน้าถ้ามีโปรแกรมพักผ่อนหัวหินลองแวะเวียนไปกันได้ มาราเกชอยู่ติดถนนใหญ่หาไม่ยาก สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0-3261-6777