ไลฟ์สไตล์

'บ้านไม่บานประยุกต์'แบบ'ย้อนยุค'ที่ไม่กลัวน้ำ (ท่วม)

'บ้านไม่บานประยุกต์'แบบ'ย้อนยุค'ที่ไม่กลัวน้ำ (ท่วม)

27 ก.ย. 2557

'บ้านไม่บานประยุกต์'แบบ “ย้อนยุค” ที่ไม่กลัวน้ำ (ท่วม) : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว

 
          สัปดาห์นี้ผมภูมิใจนำเสนอรูปแบบ “บ้านไม่บานประยุกต์” ในแบบ “ย้อนยุค” ที่ไม่กลัวน้ำ (ท่วม) ดูเผินๆ ยังมี “กลิ่นอาย” ของ “บ้านเรือนไทยโบราณ” แฝงอยู่บ้าง อาจเพราะเป็นรูปแบบบ้านมีการยกพื้นสูง และขณะเดียวกันก็มีหลังคาทรง “ปั้นหยา” และทรง “จั่ว” ซ้อนชั้นทรงสูง ซึ่งผมต้องสารภาพตามตรงว่าบางทีคนไทยในปัจจุบันก็ไม่เข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมการกินอยู่ของคนไทยในอดีต หากดูตามสภาพ ภูมิบ้าน, ภูมิเมือง และ ภูมิสังคม แล้ว คงไม่มีใครปฏิเสธหรอกครับว่า ทำเลที่ตั้งของดินแดน “ขวานทอง” แห่งนี้อยู่บนเส้น “ศูนย์สูตร” หรือ “ทรอปิกออฟแคนเซอร์” 
 
          ลองนึกภาพง่ายๆ ว่าโลกเหมือนมะนาวลูกหนึ่ง “สยามประเทศ” ของเรานั้น อยู่ตรงกลางลูกมะนาวในแนวนอนพอดี เป็นผลให้มีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้น คือ แดดแรง และฝนตกชุกเกือบทั้งปี ดังนั้น ความร้อนและความชื้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการออกแบบอาคารบ้านเรือน ผมเพิ่งจะมาเข้าใจตรรกะในการออกแบบและการก่อสร้างของ “เรือนไทย” ที่ทำไมต้องสูง โปร่ง โล่ง สบาย เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี ทั้งยังต้องไม่เก็บทั้งความร้อนและความชื้น จะต้องระบายทั้งความร้อนและความชื้นออกไปให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด 
 
          ผมขอนำเสนอ “บ้านไม่บานประยุกต์” แบบ “ย้อนยุค” ที่ทั้ง “ทันสมัย” และ “ร่วมสมัย” เป็นการอนุรักษ์สืบสานและพัฒนาต่อยอดจากของ “บ้านเรือนไทย” แบบเดิมๆ โดยคัดสรรเลือกสิ่งที่ดีมีคุณค่าอันเป็นภูมิปัญญาของบรรพชน เพื่อรองรับวิถีชีวิต “สมัยใหม่” และขณะเดียวกันสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติในเขตเส้น “ศูนย์สูตร” ที่แดดแรง ฝนตกชุก มิหนำซ้ำในบางปีก็ต้องประสบปัญหาน้ำท่วมแบบฉับพลัน ซึ่งต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับสิ่งเหล่านี้ให้ได้อย่างอ่อนน้อมถ่อมตนและให้เกียรติต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยหากพิจารณา “บ้านไม่บานประยุกต์” แบบผิวเผินอาจจะเหมือน “เรือนไทย” ทั่วไป แต่หากพิจารณาแบบลึกๆ จะเห็นว่ามี “การต่อยอด” ไปมากมายพอสมควร เพราะ “เรือนไทย” ในอดีตก็ไม่ใช่เรือนรูปแบบนี้ครับ  
 
          “บ้านไม่บานประยุกต์” หลังนี้มีลักษณะเด่นๆ ที่เห็นชัด คือ เป็นเรือน 2 ชั้น ยกใต้ถุนสูง ชั้นล่างถูกออกแบบเพื่อให้ใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ทำเป็น “บานเซี้ยม” แบบโบราณสามารถพับเก็บได้เอาไว้เผื่อฤดูน้ำท่วมก็ปล่อยให้น้ำหลากไปตามธรรมชาติ โดยเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างและตกแต่งที่ทนน้ำท่วมได้นาน 3-5 เดือนเป็นอย่างน้อย เพราะเมื่อน้ำลดก็แค่ทำความสะอาด หรือทาสีใหม่ให้ใช้งานได้อย่างเดิม สำหรับเฟอร์นิเจอร์ชั้นล่างเป็นแบบ “ลอยตัว” สามารถยกเคลื่อนย้ายได้ง่าย 
 
          นอกจากนี้ จุดเด่นที่สำคัญอีกประการคือ มี “ศาลา” ในยามปกติสามารถใช้เป็นพื้นที่รับแขก หรือที่นั่งเล่นกินลมชมสวน ส่วนในยามน้ำหลากจะใช้ “ศาลาท่าน้ำ” ขณะเดียวกัน “ศาลา” ยังช่วยทอนสัดส่วนความสูงชะลูดของ “บ้านไม่บานประยุกต์” และถัดจากศาลาจะเป็น “ชานบ้าน ชานเรือน” เชื่อมต่อ “เรือนหลังใหญ่” กับ  “เรือนนั่งเล่น”  ซึ่งใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ แม้พื้นที่จะขนาดไม่ใหญ่นัก แต่พอเชื่อมต่อกับพื้นที่ “ชานบ้าน ชานเรือน” ก็ยิ่งทำให้ดูโล่งโปร่งสบาย  
 
          ส่วน “เรือนหลังประธาน” ซึ่งเป็น “เรือนหลังใหญ่” ที่สุดในบ้าน จะใช้เป็นพื้นที่สำหรับห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องพระ ห้องสมุด และที่เตรียมอาหาร ตลอดจนห้องน้ำ ฯลฯ ก็น่าจะครบถ้วนถึงพร้อมครับ สามารถตอบโจทย์วิถีการดำรงชีวิตแบบ “ไทยใหม่” ที่  “ร่วมสมัย” ยืนหยัดอยู่ร่วมกับสภาพธรรมชาติ ถึงจะแปรปรวนไปสักแค่ไหน เพราะได้มีการเตรียมตัวรับมือวิกฤติธรรมชาติไว้อย่างรอบคอบแล้ว
 
          ขณะที่รูปทรงของตัวเรือนก็มีเสน่ห์อย่างประหลาด เพราะเป็นการผสมผสานหลังคาทรง “ปั้นหยา” บวกกับการเสริมความงามให้หลังคาลดความแข็งกระด้างให้มีรูปลักษณ์ที่อ่อนช้อยมากขึ้นด้วย “ลายไม้ฉลุ” และยังได้ผสมผสานอย่างลงตัวกับหลังคา “ทรงจั่ว” โดยออกแบบให้หลังคาลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ สามารถระบายอากาศใต้หลังคาได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ โครงหลังคาที่มีความลาดเอียงสูงก็ช่วยในการระบายน้ำฝนได้อย่างดี เป็นการลดปัญหาเรื่องรั่วซึมไปในตัว ส่วนพื้นที่ใต้หลังคายังดัดแปลงการใช้สอยเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ใช้เป็นห้อง “เก็บของ” หรือเก็บ “สัมภาระ” ตลอดจน “สัมภารก” ที่ไม่ค่อยจะได้ใช้ เรียกได้ว่า ลงตัวทุก “มิติ” ครับ 
 
          รูปแบบ “บ้านไม่บานประยุกต์” คงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายครับ แต่เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งในกระบวนการ “แลกเปลี่ยน”, “เรียนรู้” และ “แบ่งปัน” ที่น่าจะลงตัวทั้งยังถูกกาลเทศะเป็นอย่างยิ่ง สำหรับชาว “บ้านไม่บาน” ที่โหยหาความเป็นไทย และยอมรับโดยดุษณีว่าโอกาสที่บ้านของท่านจะเจอน้ำท่วมหนักๆ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ลองนำแบบ “บ้านไม่บานประยุกต์” หลังนี้ไปต่อยอดความคิดกันดูครับ
 
.......................................
(หมายเหตุ 'บ้านไม่บานประยุกต์'แบบ “ย้อนยุค” ที่ไม่กลัวน้ำ (ท่วม) : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)