ไลฟ์สไตล์

สองหน่วยงานโยนกันไปมา

สองหน่วยงานโยนกันไปมา

26 ก.ย. 2557

เปิดซองส่องไทย : สองหน่วยงานโยนกันไปมา : โดย...ลุงแจ่ม

 
                            ผมอยู่ จ.ชลบุรี บริเวณตลาดศรีราชา ที่ผ่านมาประชาชนละแวกนี้อยู่กันอย่างมีความสุข แต่ตอนนี้ความสงบสุขกำลังจะหมดไป เพราะมีการสร้างเขื่อนหน้าเทศบาลเมืองศรีราชา โครงการนี้ไม่มีการทำประชาพิจารณ์ สอบถามความเห็นจากประชาชนมาก่อน ไม่มีป้ายประมูลมา 
 
                            และบริเวณที่ทำการก่อสร้างนั้นอยู่ริมหาด ประชาชนกังวลว่า ถ้าเกิดก่อสร้างเขื่อนแล้วจะทำให้ประชาชนในชุมชนจุรินทร์และมิตรเดือดร้อน เนื่องจากจะทำให้กระแสคลื่นเปลี่ยนทิศทางซัดเข้าไปทางหมู่บ้าน อาจทำให้เกิดความเสียหายได้ ซึ่งประชาชนตั้งหลักปักฐานอยู่กันมาเป็น 100 ปีแล้ว ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ชาวชุมชนจุรินทร์และมิตร และชุมชนใกล้เคียง ได้รวมตัวยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังนายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา แต่นายกเทศมนตรีบอกว่าเป็นโครงการของโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชลบุรี ให้ไปสอบถามที่โยธาธิการจังหวัดเอาเอง 
 
                            เมื่อประชาชนสอบถามไปที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชลบุรี หน่วยงานนี้ก็บอกกลับมาว่า เป็นเรื่องที่เทศบาลเมืองศรีราชาร้องขอมา ผมเห็นว่า ตอนนี้ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อน ถ้ายังไม่มีแนวทางแก้ปัญหาอาจเกิดความเสียหายหนักมากในอนาคต แต่ทั้งสองหน่วยงานกลับโยนกันไปมา ไม่หาทางแก้ไขเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน ประชาชนจึงต้องดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง โดยการร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรีตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2557 แต่เวลาผ่านมาหลายเดือนแล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้า ไม่มีเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบ ประชาชนตาดำๆ อย่างพวกเราไม่ทราบจะทำอย่างไร จึงขอร้องเรียนผ่านลุงแจ่มช่วยเหลือประสานงานไปยังผู้เกี่ยวข้องด้วย
 
 
ประสาน
 
 
ตอบ
 
 
                            ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรี ชี้แจงว่า ได้รับการประสานจากทหารมณฑลทหารบกที่ 14 (มทบ.14) ว่า ประชาชนชุมชนจุลินทร์และมิตร อ.ศรีราชา ร้องเรียนเพราะได้รับความเดือดร้อนจากโครงการสร้างเขื่อนกันคลื่นทะเลบริเวณตลาดศรีราชา ซึ่งโครงการดังกล่าวไม่มีการทำประชาพิจารณ์ และหากเขื่อนดังกล่าวสร้างเสร็จจะส่งผลกระทบต่อชุมชนจุลินทร์และมิตรและบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากแนวคลื่นที่เปลี่ยนทิศทางพัดเข้าชุมชน จะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านซึ่งมีอาชีพประมง
 
                            ภายหลังได้รับการประสาน ศูนย์ดำรงธรรมได้รายงานเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และผู้ว่าฯ มีคำสั่งให้ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่มีอย่างเต็มที่ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประชาชน
 
                            ดังนั้น ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรี จึงประสานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ อำเภอศรีราชา กรมเจ้าท่า และโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชลบุรี ขณะนี้รอการตรวจสอบจากหน่วยงานทั้งหมดและรายงานกลับมายังศูนย์ดำรงธรรม เพื่อรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีต่อไป 
 
                            ด้าน นายวิชัย สัมพันธรัตน์ นายอำเภอศรีราชา ชี้แจงว่า ภายหลังรับทราบเรื่องประชาชนร้องเรียนกรณีได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นซอยแหลมฟาน เขตเทศบาลเมืองศรีราชา จึงลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาชลบุรี และโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา
 
                            จากการตรวจสอบพบว่า โครงการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นทะเลดังกล่าวมีระยะทางประมาณ 180 เมตร โดยก่อสร้างรุกล้ำลงไปในทะเล ซึ่งไม่ถูกต้องตามแบบที่ต้องก่อสร้างบนแนวเขื่อนตามแนวชายฝั่งที่มีอยู่เดิม นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังไม่มีการทำประชาพิจารณ์ใน­พื้นที่ ดังนั้น จึงมีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้าง และให้รื้อสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลงไปในทะเลออกทั้งหมด
 
                            ทั้งนี้ ภายหลังหารือร่วมกับหน่วยงานเจ้าของโครงการแล้ว ได้ข้อสรุปว่า จะมีการก่อสร้างเขื่อนขึ้­นใหม่ในแนวเขื่อนเดิม และต้องไม่กระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งจะมีการทำประชาพิจารณ์ในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับโครงการดังกล่าวด้วย
 
 
ลุงแจ่ม
 
 
 
กลัวไม่มีบ้านอยู่
 
 
                            ดิฉันมีเรื่องร้อนใจอยากทราบค่ะ คือว่า สามีของดิฉันมีปัญหาเรื่องบัตรเครดิต ขณะนี้มีหมายศาลจ่อคิวเพื่อให้ไปขึ้นศาล เดือนหน้าหนึ่งใบ แล้วเดือนถัดไปอีกหนึ่งใบ โดยก่อนหน้านั้น สามีเคยไปขึ้นศาลมาแล้วหนึ่งครั้ง แล้วก็ยังไม่สามารถจ่ายตามที่ตกลงกับเจ้าหนี้ได้ เนื่องจากก่อนหน้านั้น เราเคยมีกิจการของตัวเอง แต่ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ เราประสบปัญหาทางธุรกิจ ทำให้ขาดทุน แล้วมีแต่ขาดทุนอย่างเดียว ไม่เคยมีกำไรกลับมาเลย ทำให้เรามีปัญหาเรื่องหนี้สิน ขณะนี้ก็มีหนี้นอกระบบอีก เครียดมากค่ะ
 
                            ส่วนดิฉันเองก็เป็นแม่บ้าน ช่วยงานเอกสารสามีบ้าง จึงทำให้ไม่มีรายได้ จนเมื่อเกิดปัญหา สามีก็พยายามแก้ไขเรื่องธุรกิจ ส่วนดิฉันก็ออกหางานทำ แต่รายได้คนเดียว คงไม่พอเลี้ยงสามีและลูกอีก 2 คน จึงทำให้เป็นปัญหาในขณะนี้
 
                            ปัญหาก็คือว่า สามีควรจะไปตามนัดหรือเปล่า แล้วถ้าไปแล้วไม่สามารถเคลียร์เงินได้อีกจะเป็นปัญหาตามมาหรือไม่ ขณะนี้เรามีบ้าน ซึ่งเป็นทรัพย์สินอย่างเดียวที่เหลือยู่ จะโดนยึดด้วยไหมคะ หากเราไม่สามารถชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้บัตรเครดิตได้ 
 
 
พรทิพย์ 
 
 
ตอบ 
 
 
                            ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ในเรื่องของหมายศาลนั้น ทางที่ดีควรจะไปตามที่ศาลนัด เพื่อจะได้ชี้แจงต่อศาลว่า ขณะนี้ปัญหาของคุณคืออะไร แล้วคุณมีกำลังพอที่จะชำระหนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่การพิจารณาของศาล 
 
                            อีกกรณีหนึ่ง คือ การที่คุณไปตามศาลนัดจะทำให้คุณได้เปรียบมากกว่าเสียเปรียบ เพราะถ้าสามีคุณไม่ไป ศาลก็จะพิจารณาฝ่ายเดียว จะทำให้เสียเปรียบมากกว่า 
 
                            แต่ถ้าสามีคุณไปขึ้นศาล ก็จะได้พูดจาตกลงกับเจ้าหนี้ด้วย แต่ถ้าหลังจากตกลงกันแล้ว และมีคำพากษาออกมาแล้วว่าคุณยินยอมที่จะชำระเท่าไหร่ อย่างไร ก็ควรจะชำระให้ได้ตามที่ตกลงกันไว้ เพราะหลังจากมีคำพิพากษาแล้ว แล้วคุณยังไม่ทำตาม เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะบังคับคดีด้วยการยึดทรัพย์สินเอาจากคุณได้ โดยไม่ต้องฟ้องศาลอีกครั้ง 
 
                            ดังนั้น ที่คุณถามเรื่องบ้าน เจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะมาบังคับคดีเรื่องบ้านด้วย ถ้าเจ้าหนี้เห็นว่ายอดหนี้ที่มีอยู่จำนวนมาก แล้วก็คุ้มกับการที่จะมาดำเนินการดังกล่าว 
 
                            ทางที่ดีควรจะเจรจากับเจ้าหนี้ แล้วพยายามชำระหนี้ได้ให้ตามตกลงกันไว้ 
 
 
ลุงแจ่ม