ไลฟ์สไตล์

กพร.-สอศ.ร่วมมือภาคเอกชนพัฒนาครูช่างอาชีวะป้อนตลาดยานยนต์

กพร.-สอศ.ร่วมมือภาคเอกชนพัฒนาครูช่างอาชีวะป้อนตลาดยานยนต์

24 ก.ย. 2557

กพร.-สอศ.ร่วมมือภาคเอกชน พัฒนาครูช่างอาชีวะป้อนตลาดยานยนต์ : ชุลีพร อร่ามเนตรรายงาน

                “อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์” เป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อประเทศเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ประกอบกับปี 2563 ประเทศไทยมีเป้าหมายขยายการผลิตรถยนต์ได้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคัน ซึ่งมากขึ้นจากเดิม 5 ล้านคัน จึงมีความต้องการกำลังแรงงานฝีมือประมาณ 2 แสนคน แต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมดังกล่าวกำลังขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะฝีมือ สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

                กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.) กระทรวงแรงงาน ได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย จัดโครงการพัฒนาบุคลากรอาชีวศึกษากลุ่มอาชีพยานยนต์และชิ้นส่วนหลักสูตรพัฒนาบริหารระดับต้น โดยจัดประชุมสัมมนาทิศทางการพัฒนาครูในสถานศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านอาชีวศึกษาทั้งครูผู้สอน นักเรียน อันเป็นรากฐานแรงงานสำคัญในด้านนี้ 

                นคร ศิลปอาชา อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์มีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว การเรียนการสอน รวมถึงแรงงานก็ต้องพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง ต้องมีการส่งเสริมในระบบทวิภาคี ส่งนักเรียนไปเรียนรู้สถานประกอบการ ซึ่งโครงการนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา และภาคเอกชน ที่จะทำให้ครู นักเรียน ได้เรียนรู้จากสถานที่จริง ประสบการณ์จริง เครื่องมือที่ทันสมัยจริงๆ เป็นการพัฒนาแรงงานได้อย่างแท้จริง

                เบื้องต้นได้ร่วมกันฝึกอบรมนำร่องครูอาชีวศึกษาและครูฝึก จำนวน 30 คน ณ สถาบันพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ โดยหลักสูตรพัฒนานักบริหารในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย จะมีการฝึกอบรมเกี่ยวกับการพัฒนาคนสู่พลังองค์กร การเรียนรู้การทำงานแบบญี่ปุ่น, ระบบ 7 Tool QCC (ระบบควบคุมคุณภาพ), (Toyota Prodution Sysyems) และดูงานในสถานประกอบกิจการ จะใช้ระยะเวลาการฝึกอบรม 72 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมมีประสบการณ์ และทักษะการปฏิบัติงานจากสถาบันฯ ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคี หรือฝึกอบรมให้แก่ศิษย์และกำลังแรงงานทั่วไป

                ถาวร ชลัษเฐียร ประธานคลัสเตอร์ยานยนต์และชิ้นส่วน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่าโครงการดังกล่าวจึงเป็นการร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนากำลังคนให้มีเพิ่มขึ้นทั้งในเรื่องคุณภาพและปริมาณ โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนแรงงานระดับการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) เป็น 50% จากเดิมที่มีสัดส่วน 35% เพิ่มแรงงานระดับปริญญาตรีเป็น 15% จากเดิม 10% และลดแรงงานระดับล่างให้ต่ำกว่า 40%เพราะอนาคตเราไม่ได้ต้องการคนที่เป็นแรงงาน แต่เราต้องการแรงงานที่มีทักษะฝีมือ สายช่าง ที่สามารถใช้เครื่องมือเทคโนโลยีระดับสูงได้

                ขณะที่ในส่วนของภาคการศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการผลิตแรงงานสายช่าง ดร.ชาญเวช บุญประเดิม ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า โครงการนี้ เป็นการฝึกครูทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เมื่อได้ครูที่มีความรู้ความเข้าใจ และใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเป็น ก็จะไปสู่การพัฒนาเด็กต่อไป จะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน พัฒนาหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ ภาคอุตสาหกรรมโดยตรงไม่ต้องไปฝึกปฏิบัติใหม่ คาดว่าจะนำร่องในสถานศึกษา 15 แห่ง ที่ได้ส่งครูมาอบรม 30 คน 

                สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทักษะด้านอาชีวะไม่สามารถค้นหาได้ เพราะการศึกษาด้านอาชีวศึกษาต้องลงมือปฏิบัติ การศึกษาในระดับอาชีวศึกษาทั้งในทศวรรษนี้ หรือทศวรรษหน้ามีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ เพราะทำให้เกิดทักษะในการทำงานอย่างแท้จริง เป็นงานที่ก่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ แม้จะมีอุตสาหกรรมยานยนต์อินโดนีเซียมาหายใจรดต้นคอ แต่เราจะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้หากเรามีการพัฒนาแรงงานสายช่างให้มีทักษะที่ถูกต้อง

                ด้าน อัชณา ลิมป์ไพฑูรย์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย กล่าวว่าต้นทุนแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน หรือจีน อินเดีย ถูกกว่า ทางเดียวที่จะสามารถเอาชนะต้นทุนแรงงานราคาถูกได้ต้องพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานของไทยให้สามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพ ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นต้นน้ำ กลางน้ำ หรือปลายน้ำ ต้องร่วมมือกันผลิตบุคลากรสายช่างอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แรงงานไทยในอุตสาหกรรมของเราสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้

                ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการผลิตบุคลากร แรงงานที่มีทักษะฝีมือในการปฏิบัติงานในสาขาการผลิตมีความจำเป็นอย่างมาก สถาบันพัฒนาบุคลากรในสถาบันอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ยนต์ จะเดินหน้าจัดตั้งศูนย์เพิ่มอีก 6 แห่ง ในสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาคจังหวัดชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดระยอง พระนครศรีอยุธยา และฉะเชิงเทรา เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือของ 4 หน่วยงานให้ประสบความสำเร็จ และพัฒนากำลังแรงงานไทยให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ

.....................................

(หมายเหตุ : กพร.-สอศ.ร่วมมือภาคเอกชน พัฒนาครูช่างอาชีวะป้อนตลาดยานยนต์ : ชุลีพร อร่ามเนตรรายงาน)