ไลฟ์สไตล์

‘ลักซ์’เชิดชู7บรมครูงานหัตถศิลป์

‘ลักซ์’เชิดชู7บรมครูงานหัตถศิลป์

25 ก.ย. 2557

ศิลปวัฒนธรรม : ‘ลักซ์’ เชิดชู 7 บรมครูงานหัตถศิลป์

 
                  ผลงานสร้างสรรค์จากครูศิลป์ของแผ่นดินและทายาท ถือเป็นงานหัตถศิลป์ชั้นสูง ที่สืบทอดมาจากบรมครูช่างไทยแต่โบราณ มีความวิจิตรบรรจงเป็นที่เลื่องลือทุกยุคสมัยและได้ถ่ายทอดสู่ทายาทเพื่อฝึกฝน เรียนรู้ต่อๆ กันมาและพัฒนาจนเต็มเปี่ยมเอกลักษณ์ ยากที่ใครจะลอกเลียนแบบผลงานเหล่านั้นจึงทรงคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์และสะสม ด้วยเหตุนี้ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. จึงเปิดโครงการ LUX by SACICT ขึ้นเพื่อนำไปเผยแพร่ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของชาวไทยและชาวโลก โดย การุณ กิตติสถาพร ประธานกรรมการบริหาร ศ.ศ.ป. พร้อมด้วย พิมพาพรรณ ชาญศิลป์ ผู้อำนวยการ ร่วมกันจัดงานเปิดตัวโครงการฯ ขึ้นที่ ห้องสุโขทัยบอลรูม โรงแรมสุโขทัย เมื่อค่ำคืนวันก่อน
 
                  หลังจากพิธีการเปิดตัวตราสัญลักษณ์ "LUX" ด้วยรูปแบบการลงรักปิดทองแบบลายรดน้ำ การุณ กิตติสถาพร เปิดเผยถึงโครงการ " LUX by SACICT" ว่านับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในแวดวงหัตถศิลป์ไทย เพราะเป็นการรวบรวมผลงานทรงคุณค่าที่รังสรรค์โดยครูศิลป์ของแผ่นดินและทายาทหัตถศิลป์ มานำเสนอภายใต้สัญลักษณ์เดียวกัน
 
                  "โครงการนี้ได้มีการกำหนดแผนการพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ เริ่มจากเครื่องทองโบราณที่กำหนดแนวคิดเป็น โกล์ด ทัช (Gold Touch) ส่งผ่านความประกายเปล่งปลั่งและจิตวิญญาณแห่งทองจากยุค "สุวรรณภูมิ" สู่ชิ้นงานวิจิตรระดับมาสเตอร์พีซจากครูศิลป์ของแผ่นดินและทายาทรวม 7 สาขา เพื่ออนุรักษ์ให้คงอยู่และส่งต่อให้คนรุ่นหลัง ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งเสริมการผลิตงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและต่อยอดสู่งานหัตถศิลป์ที่ประณีตทรงคุณค่าเป็นการสร้างรายได้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวและชุนชนอีกด้วย" ประธานกรรมการบริหาร ศ.ศ.ป. กล่าว
 
                  ด้าน พิมพาพรรณ เผยว่า โครงการนี้ เป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการฟื้นฟู อนุรักษ์ และส่งเสริมงานหัตถศิลป์ระดับพื้นบ้านให้พัฒนาต่อยอดเป็นงานหัตถศิลป์ชั้นสูง สนับสนุนและเผยแพร่จนเป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะผู้ที่รักงานศิลปะก็มีโอกาสสะสม หรือมีไว้ใช้ นำมาซึ่งความภูมิใจต่อเจ้าของผลงานและผู้ที่ได้ไว้ในครอบครอง เพราะการสนับสนุนผลงานของครูช่างจะเป็นหนึ่งกลไกที่ขับเคลื่อนขบวนการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางหัตถศิลป์ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย
 
                  ทั้งนี้ภายในงานซึ่งจัดมุมนิทรรศการและการสาธิตการสร้างสรรค์งานหัตถศิลป์โดยบรมครูช่างทั้ง 7 สาขา ได้แก่ ครูวีรธรรม ตระกูลเงินไทย ครูช่างผ้าทอไหมยกทอง หัวหน้ากลุ่ม "ผ้าทอยกทองจันทร์โสมา" จากจังหวัดสุรินทร์ ที่ใครๆ เรียกกันว่า "หมู่บ้านผ้าไหมเอเปค" เพราะทำผ้าทอยกทองลวดลายชั้นสูงแบบราชสำนักสำหรับตัดเสื้อและทำผ้าคลุมไหล่ให้กับผู้นำและคู่สมรส เมื่อครั้งไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคเมื่อปี พ.ศ. 2546 อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจจัดทำผ้าคลุมพระอังสาแด่ราชอาคันตุกะที่เสด็จมาร่วมงานพระราชพิธีมหามงคลเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชสมบัติครบ 60 ปี และล่าสุดได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเครื่องแต่งกายในโครงการ "โขนพระราชทานศาสตร์และศิลป์ของแผ่นดิน" เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
 
                  ครูธานินทร์ ชื่นใจ ครูภูมิปัญญาด้านงานสกุลช่างเมืองเพชร เจ้าของผลงานตู้พระธรรมลายรดน้ำปิดทองอันเลื่องชื่อ ที่ฝากฝีมือไว้ในผลงานจิตรกรรมฝาผนัง ตำหนักสมเด็จพระสังฆราชและอุโบสถมากมายหลายแหล่ง ครูอุไร แตงเอี่ยม ครูช่างหัวหน้าบ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีการผลิตทั้งานอนุรักษ์และงานประยุกต์ต่อยอดจากลวดลายวิถีชีวิตไทยจนมีเอกลักษณ์โดดเด่นโดยเฉพาะ "เบญจรงค์ลายน้ำทอง" ครูเมตตา เสลานนท์ ครูช่างเครื่องลงหินรุ่นที่ 6 ที่สืบทอดการทำ "ขันลงหิน" แห่งชุมชนบ้านบุ กรุงเทพฯ ซึ่งนับเป็นแหล่งสุดท้ายของหัตถศิลป์อันเป็นภูมิปัญญาที่สืบต่อจากบรรพบุรุษในสมัยกรุงศรีอยุธยา
 
                  ขณะที่ ครูนิคม นกอักษร ซึ่งนับว่าเป็นครูเครื่องถมเมืองนครเพียงไม่กี่ท่านที่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญงาน "ถมตะทอง" ซึ่งถือว่าเป็นเทคนิกชั้นสูงของานเครื่องถมที่หาดูได้ยากยิ่ง ต่อมา ครูปราโมทย์ เขาเหิน ทายาทหัตถศิลป์เครื่องทองสุโขทัย ผู้สืบทอดตำนานและองค์ความรู้ด้านเครื่องทองโบราณมาจากมารดา "ครูสมสมัย เขาเหิน แห่งบ้านทองสมสมัย ทองโบราณศรีสัชนาลัย ที่มีลวดลายอ่อนช้อยงดงามตามแบบทองโบราณทำด้วยมือ สุดท้าย ครูวัฒนา แก้วดวงใหญ่ ทายาทรุ่น 3 ผู้สืบสานตำนานช่างทำหัวโขนมาจากปรมาจารย์ด้านหัวโขน ครูชิต แก้วดวงใหญ่ และ พระเทพยนตร์ (จำรัส ยันตระปรากรณ์) ช่างหัวโขนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว