
เปิดซองส่องไทย : โดน...ย้อมแมวขาย
23 ก.ย. 2557
เปิดซองส่องไทย : โดน...ย้อมแมวขาย : โดย...ลุงแจ่ม
คือว่าผมได้ไปใช้บริการจากบี-ควิก โลตัส บางใหญ่ ได้ทำการเปลี่ยนเพลาใหม่ราคาข้างละ 6,500 บาท ทั้งหมด 2 ข้าง ก็เป็นเงินจำนวน 13,000 บาท ค่าช่าง 300 บาท ค่าตั้งศูนย์อีก 450 บาท ผมจึงตัดสินใจทิ้งรถไว้ตั้งแต่เมื่อวาน
วันนี้บิลมาเก็บเงินมาตามที่ตกลงกันไว้ คือเพลาข้างละ 6,300 บาท หลังจากที่เปลี่ยนเพลาใหม่เสร็จแล้ว แต่ปรากฏว่าผมไม่เจออะไหล่เก่าหลังเปลี่ยน ก็เลยสอบถามจากช่างผู้เปลี่ยนอะไหล่ว่า อะไหล่เก่าของผมอยู่ที่ไหน เพราะตั้งใจว่าจะเอาไว้เป็นอะไหล่สำรองอีกชุด กลับได้รับคำตอบจากช่างว่า เคลมให้ไปแล้ว เพื่อเป็นส่วนลดในการเปลี่ยนอะไหล่
ผมเลยถามกลับไปว่า ใครให้คุณไปเคลม แล้วเคลมอะไหล่ไปทำไมไม่บอกผมสักคำ ผมเลยสั่งให้ไปตามอะไหล่เก่าของผมคืนจากร้านอะไหล่ที่นำไปเคลม สักพักช่างกลับมาก็ได้รับคำตอบว่า คือว่าเพลาที่เปลี่ยนให้ไหม่ไม่ได้เปลี่ยนทั้งหมดแต่ใช้แกนเพลาเดิม เพราะว่าไม่มีของใหม่
อ้าว แล้วมาเก็บเงินผมเท่าของใหม่ได้อย่างไรกัน เพียงแค่ใช้แกนเพลาเดิมของผมเท่านั้น กลับเรียกเก็บเงินเต็มจำนวน ผมก็เลยเรียกผู้จัดการมาคุยด้วย เพราะช่างมาเรียกเก็บเงินจากผมเป็นจำนวน 6,500 บาท ลดให้เหลือ 5,500 บาท ผมได้บอกกับผู้จัดการว่าเอาแกนเพลาเดิมของผมมาเปลี่ยน แล้วเก็บเงินผม 5,500 บาท ไปเอาคนอื่นมาคุยเลยที่สามารถตัดสินใจได้
ผู้จัดการเลยเชิญผมไปคุย ผมก็เลยถามผู้จัดการไปว่า พี่ไม่รู้หรือครับว่า supplier ของบี-ควิก ทำแบบนี้ได้อย่างไร เอาอะไหล่เก่าของลูกค้าไปซ่อมแล้วย้อมแมว กลับมาขายเป็นของใหม่ ถ้าผมไม่ถามถึงอะไหล่เก่า ผมก็คงไม่ทราบเรื่องนี้ และทางบี-ควิก ก็คงคิดที่จะไม่บอกเรื่องนี้กับผมแน่นอน ผมก็คงจะต้องเสียเงินอีก 13,000 บาท
หลังจากตกลงกันเองกับผู้จัดการบี-ควิก ผลก็คือยินดีจ่ายแค่ต้นทุนที่ไปทำมาเท่านั้น โดยผมขอดูเอกสารใบเสร็จจาก supplier ที่บี-ควิก ไปจ่ายเงินค่าทำเพลามาให้ ทั้งๆ ที่เคสนี้ผมสามารถไม่จ่ายเงินเลยก็ได้ เพราะเจตนาทางบี-ควิก เห็นเด่นชัดอยู่แล้วว่า ถ้าผมยอมก็จะปล่อยเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ อีก โดยจะไม่บอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นและบอกว่าของเป็นของใหม่ไม่ได้ย้อมแมว
สิ่งที่ได้ในเบื้องต้นกลับมาคือ ซ่อมเพลาหลัง 2 ข้างในราคา 8,000 บาท และลายมือที่อ่านไม่ออกบนนามบัตรร้านบี-ควิก ที่จะลดหย่อนค่าบริการต่างๆ ให้ผม ผมยังรู้สึกไม่ดีอยู่อย่างมากกับการย้อมแมวของบี-ควิก ในครั้งนี้ และก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับลูกค้ารายอื่นๆ อีกต่อไป
นารุต
ตอบ
นายวิทยา คุณาวิชยานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและบริการลูกค้ารายใหญ่ บริษัท บี-ควิก จำกัด ชี้แจงว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บี-ควิก สาขาโลตัส บางใหญ่ และ รถยนต์ HONDA CR-V ของคุณนารุต ตามที่ได้เขียนข้อร้องเรียนนั้น บริษัทขอชี้แจงข้อร้องเรียนเรื่องดังกล่าว โดยมีการสรุปรายละเอียดข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม และเมื่อวันที่ 6 กันยายน ผู้ร้องเรียนได้เข้ามารับเงินจำนวน 5,992 บาทถ้วน โดยเป็นเงินค่าเพลา พร้อมกันนี้จะเข้ามารับบริการล้างแอร์ในวันและเวลาที่สะดวกต่อไป โดยมีการลงชื่อไว้เป็นที่ยอมรับในเอกสารสำคัญ
ในใบบันทึกระงับข้อพิพาท เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมานั้น นายนารุต ได้นำรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ศฮ 94xx เข้ารับบริการจากศูนย์บริการบี-ควิก สาขา โลตัส บางใหญ่ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม และเกิดข้อพิพาท เนื่องจากการรับบริการ ทางนายนารุต และบริษัทบี-ควิก จำกัด ตกลงระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้น โดยบริษัท บี-ควิก จำกัด ในฐานผู้ให้บริการ ได้ทำการบันทึกระงับข้อพิพาท ดังต่อไปนี้
1.จ่ายเงินสดคืนลูกค้า 5,992 บาทถ้วน
2.จดหมายขออภัย เป็นลายลักษณ์อักษร
3.ให้บริการล้างตู้แอร์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (จะขอมาล้างในวันหลัง) ตามข้อตกลงนี้ได้เป็นที่เข้าใจกันทั้ง 2 ฝ่าย นายนารุตไม่ติดใจเรียกร้องใดๆ ทั้งทางแพ่งและทางอื่นใดต่อทางบริษัท บี-ควิก จำกัด อีกต่อไป
จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่า บริษัทได้มีการติดต่อ และแก้ไขปัญหาให้ลูกค้ามาโดยตลอด เพื่อให้เกิดความพึงพอใจมากที่สุด และน้อมรับคำแนะนำต่างๆ ไปปรับปรุง พัฒนา การบริการของบริษัทต่อไป
ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณวิทยา คุณาวิชยานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและบริการลูกค้ารายใหญ่ โดยสามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 22 กันยายน เป็นต้นไป ที่โทร.0-2620-0910 หรือ 08-5566-5655 อีเมล [email protected]
ลุงแจ่ม
สามี(ตัวดี)โดนเรียกค่าเลี้ยงดู
ดิฉันมีเรื่องร้อนใจอยากทราบค่ะ คือ ดิฉันแต่งงานอยู่กินกับสามีมา 7 ปี ค่ะ เราจดทะเบียนสมรสกัน แต่ไม่มีลูกด้วยกัน ปรากฏว่า ดิฉันเพิ่งทราบว่า สามีเคยมีลูกกับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งล่าสุดเด็กอายุ 4 ขวบแล้ว ผู้หญิงคนนั้นได้นำเด็กมาหาสามีกับดิฉัน แล้วบอกว่า อยากให้สามีรับเป็นลูก ซึ่งสามีเองก็ยอมรับกับดิฉันว่า เด็กคนนั้นเป็นลูกของเขาจริง แต่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้ส่งเสียเลี้ยงดูมาก่อน แต่แม่ของเด็กบอกว่า อยากให้สามีรับรองเป็นลูก พร้อมกับเรียกร้องค่าเลี้ยงดู ถ้าสามีไม่ปฏิบัติตาม เธอจะฟ้องศาลเพื่อให้สามีจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกเดือนละ 2.5 หมื่นบาท
ดิฉันคิดว่า นี่เป็นเรื่องที่หนักเกินไป จำนวนเงินที่เรียกร้องนั้น มากเกินไป จึงอยากทราบว่า ถ้าไม่จ่ายให้ตามจำนวนนั้น เธอมีสิทธิฟ้องศาลเพื่อให้สามีจ่ายไหมคะ แล้วถ้าสามีเซ็นรับเป็นลูก กับไม่ยอมรับ จะต่างกันอย่างไรคะ ถ้าเซ็นรับ เด็กจะมีสิทธิในทรัพย์สินหรือเปล่า
ฤทัย
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผศ.ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า เรื่องที่ผู้หญิงคนนั้นกล่าวเกี่ยวกับการฟ้องร้องเพื่อให้สามีคุณรับผิดชอบค่าเลี้ยงดูลูกนั้น ในทางกฎหมายเธอสามารถทำได้ดังที่กล่าวมา เนื่องจากเด็กคนนี้เป็นลูกของสามีคุณจริง ดังนั้น เธอจึงมีสิทธิดูแลสิทธิลูกของเธอเรียกร้องให้สามีของคุณ ซึ่งเป็นพ่อต้องส่งเสียเลี้ยงดูเด็กคนนั้น ส่วนจำนวนเงินที่เธอเรียกร้องมานั้น ถ้าเห็นว่ามากเกินไป ศาลจะพิจารณาให้ความเป็นธรรม โดยดูจากฐานะของสามีคุณด้วย ไม่ใช่ว่าเรียกร้องมาเท่าไหร่ก็จะได้ตามที่เรียกร้องมา
ในทางที่ดีแนะนำว่า ควรจะต่อรองค่าเลี้ยงดูที่เธอเรียกร้องมา ซึ่งอาจจะต่อรองกันเองเพื่อจะได้ไม่ต้องให้เรื่องบานปลายถึงการฟ้องร้องต่อศาล แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็คงต้องปล่อยให้ฟ้องร้อง
ส่วนเรื่องของการที่สามีจะต้องรับเด็กคนนั้นเป็นลูกนั้น ทางที่ดีคุณควรจะปล่อยให้สามีรับเด็กเป็นบุตร เพราะแม้ว่า ไม่รับในวันนี้ หากมีการฟ้องร้อง ท้ายสุดแล้วมีการพิสูจน์ว่าเด็กเป็นลูกของสามีคุณจริง อย่างไรเสีย ก็ต้องรับรองความเป็นพ่อให้แก่เด็กคนนั้นอยู่ดี และหลังจากรับรองแล้ว ในฐานะที่เป็นลูกเด็กก็จะมีสิทธิในทรัพย์สินส่วนของสามีคุณ
ลุงแจ่ม



