ไลฟ์สไตล์

บทพิสูจน์เกษตรกรรมทันสมัย'ตงอิ๋ง'สะท้อนถึงปัญหาดินเค็มอีสาน

บทพิสูจน์เกษตรกรรมทันสมัย'ตงอิ๋ง'สะท้อนถึงปัญหาดินเค็มอีสาน

22 ก.ย. 2557

บทพิสูจน์เกษตรกรรมทันสมัย'ตงอิ๋ง' สะท้อนถึงปัญหาดินเค็มภาคอีสาน : ดลมนัส กาเจรายงาน

                 จากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนกับบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ที่ได้ไปลงทุนพัฒนากิจการเกษตรแนวใหม่ครบวงจรทั้งเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในจีนมายาวนานกว่า 30 ปี ภายใต้แนวนโยบายที่ยึดหลัก “3 ประโยชน์ของประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ "ธนินท์ เจียรวนนท์" ”คือเครือเจริญโภคภัณฑ์จะไปลงทุนที่ไหนก็ตาม ต้องสร้างประโยชน์แก่ประเทศที่เข้าไปลงทุน ต้องทำประโยชน์ให้ประชาชนในประเทศนั้นๆ และทำให้เครือเจริญโภคภัณฑ์อยู่ได้ด้วย ทำให้รัฐบาลจีนไว้วางใจและจับมือเพื่อพัฒนาดินเค็มบริเวณปากอ่าวแม่น้ำฮวงโหที่เมืองตงอิ๋ง หรือตงหยิง มณฑลชานตง ซึ่งเป็นที่ดินงอกตามธรรมชาติ บนพื้นที่ 33,916 ไร่ ภายใต้โครงการเกษตรกรรมทันสมัย “เครือเจริญโภคภัณฑ์-ตงอิ๋ง” ซึ่งเป็นแปลงสาธิตด้านการเกษตรที่ครบวงจรรขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกของจีน ที่จะเป็นต้นแบบการเรียนรู้และยกระดับภาคเกษตรของจีนสู่ความทันสมัยระดับโลก


                 "รัฐบาลจีนไว้ใจซีพีมาก เพราะตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ซีพีไปลงทุนในจีน เราไม่เคยเอาเปรียบ เราดำเนินกิจการด้วยความจริงใจ ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเขา และประชาชนของเขา แต่เราต้องอยู่ได้ด้วย รัฐบาลจีนจึงเลือกเรา ขนาดเกิดเหตุการณ์ประท้วงของนักศึกษาที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน หลายบริษัทต่างชาติที่ลงทุนในจีน ถอนตัวกลับ แต่ซีพีดำเนินกิจการตามปกติ ทำให้ภาพลักษณ์ของซีพีถูกมองว่ามีความจริงใจและเป็นมิตรอย่างแท้จริง เขาจึงเลือกเราลงทุนร่วมกันในโครงขนาดใหญ่เช่นนี้" ดร.สารสิน วีระพล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวระหว่างนำคณะนักวิชาการและสื่อมวลชนไปกิจการด้านการลงทุนของซีพีในจีนเมื่อเร็วๆ นี้

                 สำหรับโครงการเกษตรกรรมทันสมัย “เครือเจริญโภคภัณฑ์-ตงอิ๋ง” รัฐบาลเมืองตงอิ๋งและเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการดำเนินโครงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 กำหนดระยะเวลาในการเช่าที่ดิน 20 ปี สามารถต่อสัญญาได้อีก 10 ปี ภายในโครงการเนรมิต 5 ศูนย์กลางด้านการเกษตร ประกอบด้วย 1.ศูนย์การเพาะปลูกข้าวทันสมัยใช้พื้นที่มากที่สุดจำนวน12,500 ไร่ 2.ศูนย์กลางการผลิตและแปรรูปปศุสัตว์ทันสมัย 3.ศูนย์การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงด้านการเกษตร 4.ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงเกษตร 5.ศูนย์กลางการผลิตเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า ภายในโครงการจะมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่กินเนื้อที่กว่า 1,200 ไร่
 
                 นายหวาง จินเหวิน รองประธานกลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ในจีน กล่าวว่า การที่รัฐบาลเมืองตงอิ๋ง มณฑลชานตงของจีนได้ร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการพัฒนาโครงการนี้รัฐบาลจีนเป็นผู้ลงทุนในการสร้างระบบสาธารณูปโภคเป็นเงิน 1,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 5,200 ล้านบาท เพื่อสร้าง ถนน และระบบชลประทาน (คูคลองส่งน้ำ) ส่วนเครือเจริญโภคภัณฑ์จะเข้ามาพัฒนาด้านการเกษตรโดยใช้การบริหารจัดการและเทคโนโลยีทันสมัยที่สุดของโลก เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการเกษตรทันสมัย เป็นต้นแบบการเรียนรู้และยกระดับการเกษตรจีนสู่ความทันสมัยระดับโลก สร้างมาตรฐานด้านความปลอดภัยในอาหาร และสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อกระตุ้นการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจ สู่เป้าหมายการเป็นเมืองเกษตรกรรมเชิงนิเวศที่ทันสมัยระดับโลก

                 อย่างไรก็ตามพื้นที่ในโครงการนี้เป็นดินเค็ม ซีพีต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อเอาชนะดินเค็มได้ด้วยการเอาน้ำจมเพื่อชำระล้างดินเค็ม ทำหลายๆ ครั้งจนดินจืด จากนั้นมาบำรุงดินด้วยการใช้ปุ๋ยชีวภาพ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2556 เพียงปีเดียวสามารถปลูกข้าวรอบแรกในปี 2557 ได้ผลผลิตสูงไร่ละ 1,200 กก.จากปกติต้องใช้เวลาแก้ปัญหาดินเค็มอย่างน้อย 3-5 ปี เป้าหมายต่อไปที่จะขยายผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 1,800 กก.ต่อไร่

                 "ตอนนี้ซีพีได้ลงทุนในการปลูกข้าวไปแล้วประมาณ 40-50 ล้านหยวน หรือ 200-250 ล้านบาท และกำลังสร้างฟาร์มสุกรด้วยระบบทันสมัยโดยจะต้องใช้เงินลงทุนอีกไม่น้อยกว่า 200-300 ล้านหยวนเลี้ยงหมูพ่อแม่พันธุ์จำนวน 4,800 ตัวเพื่อรองรับการเลี้ยงสุกรขุนจำนวน 1 ล้านตัวในอนาคต เมื่อโครงการนี้ลุล่วงไปด้วยดีรัฐบาลตงอิ๋งต้องการเกิดการขยายผลและต่อยอดไปสู่เกษตรกรอีก 4 แสนไร่ ที่อาศัยรอบๆ โครงการ ถึงเวลานั้นจะทำให้เศรษฐกิจของเมืองตงอิ๋งเติบโตและก้าวหน้าอย่างมั่นคง" นายหวาง กล่าว

                 ด้าน ผศ.ดร.ธีรเกียรติ์  เกิดเจริญ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากการที่ไปดูงานในโครงการเกษตรกรรมทันสมัย “เครือเจริญโภคภัณฑ์-ตงอิ๋ง” ซึ่งเป็นการพัฒนาดินเค็มบนพื้นที่งอกใหม่ใกล้ปากแม่น้ำฮวงโหนั้นรัฐบาลจีนใช้งบประมาณจำนวนมาก ในการสร้างระบบชลประทานโดยการผันน้ำจากแม่น้ำฮวงโหเข้าสู่ในพื้นที่โครงการ จึงสามารถใช้น้ำเหล่านี้มาจมพื้นที่ดินเค็ม แล้วปล่อยน้ำออกไปเพื่อเป็นการชะล้างดินเค็มหลายๆ ครั้ง จนดินกลายเป็นดินจืด และมีการปรับสภาพดินด้วยการนำจุลินทรีย์ เพื่อให้ดินสมบูรณ์ขึ้น จึงสามารถเพาะปลูกพืชได้ ต่างจากสภาพดินเค็มในภาคอีสานของไทยที่ใต้ดินมีเกลือสินเธาว์ เมื่อน้ำเอ่อขึ้นมาทำให้นำความเค็มขึ้นมาด้วย

                 "โครงการเครือเจริญโภคภัณฑ์-ตงอิ๋ง ใช้เทคโนโลยีทันสมัยมาดำเนินการและใช้งบประมาณเยอะด้วย แต่ดินเค็มในบ้านเรารัฐบาลไม่กล้าทุ่มงบ เราจึงแก้ปัญหาแบบตามมีตามเกิด ผมว่างบประมาณจำนวนกว่า 3 แสนล้านบาทที่จะนำไปใช้สำหรับแก้ปัญหาน้ำท่วม และสร้างแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ควรมองไปยังพื้นที่แห้งแล้งในพื้นที่ดินเค็มในภาคด้วย" ผศ.ดร.ธีรเกียรติ์ กล่าว

                 นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาพื้นที่เพื่อให้เป็นแหล่งเพาะปลูกทางการเกษตร สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือวิธีการและนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้จะสามารถเอาชนะธรรมชาติได้