
ลัดฟ้าสู่แปลงเกษตรในแดนมังกร แหล่งผลิตผักปลอดสาร 'โซ่วกวง'
21 ก.ย. 2557
ท่องโลกเกษตร : ลัดฟ้าสู่แปลงเกษตรในแดนมังกร แหล่งผลิตผักปลอดสาร 'โซ่วกวง' : โดย...ดลมนัส กาเจ
ตะวันบ่ายคล้อยหลังอาหารมื้อเที่ยงในวันท้องฟ้าครื้มที่เมืองตงหยิง มณฑลชานตง ห่างจากมหานครปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ไปทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ราว 380 กม.ขณะที่รถไมโครบัสขนาด 16 ที่นั่ง นำคณะของเรา 13 คน มุ่งหน้าสู่โครงการโซ่วกวง ที่เมืองโซ่วกวง อาณาจักรแปลงปลูกพืชผักปลอดสารพิษในโครงเรือนขนาดใหญ่ ที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สุดอีกแห่งของจีน
"โครงการโซ่วกวง" เป็นโครงการปลูกพืชผักปลอดสารเคมี หรือพืชผักปลอดภัยที่หลากหลายชนิดที่ปลูกในโรงเรือนระบบปิด หรืออีแวป มีทั้งโรงเรือนระบบปิดทั่วไป โรงเรือนกระจก และโรงเรือนที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาควบคุมระบบไฟฟ้าภายในโครงการรวมแล้วมีทั้งหมด 6 โรงเรือนขนาดใหญ่ รวมถึงแปลงเพาะปลูกกลางแจ้งด้วย อยู่ในบริเวณเดียวกันกินพื้นที่ทั้งหมดของโครงการนี้ 833 ไร่ ถือเป็นแปลงเกษตรขนาดใหญ่สำหรับประเทศจีน ที่ดำเนินกิจการโดยบริษัทเอกชน ขณะที่เกษตรกรชาวจีนกว่า 800 ล้านคนถือสิทธิ์ในที่ดินทำกินเฉลี่ยรายละกว่า 1 มู่ หรือประมาณ 3 งานของไทยเท่านั้น
พลันที่ไปถึงเด็กสาววัยราวเบญจเพส" ซื่อ ฉี" เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์โครงการที่ทำหน้าที่บรรยายให้ผู้มาดูงานฟัง พร้อมพวกเด็กหนุ่มสาวอีกจำนวนหนึ่งยืนคอยต้อนรับ จากนั้นพาไปชมโรงเรือนแรกเป็นโรงเรือนที่ปลูกพริกหวานขนาด 4 หมื่นตารางเมตร โดยปลูกพริกหวานลงในระบบราง ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ผ่านท่อระบบน้ำหยดแทนปุ๋ยเคมี และจะไม่ใช้สารเคมีในการจำกัดโรค เนื่องจากเป็นการปลูกในโรงเรือนซึ่งแมลงเข้าไปยากอยู่แล้ว ส่วนการควบคุมระบบไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งในแต่ละปี ฉี บอกว่าจะปลูกพริกหวานได้ปีละ 3 รอบได้ผลผลิตทั้งหมดปีละราว 10 ตัน
ถัดจากโรงเรือนปลูกพริกหวานเป็นโรงเรือนเพาะต้นกล้า แบ่งเป็นโซน อาทิ แปลงเพาะกล้ามะเขือสีม่วงที่ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะต้นกล้าแรกปลูกมาจากการเพาะเนื้อเยื่อ จากนั้นพอต้นกล้าโตพอที่จะขยายได้จึงตัดลำต้นไปปักชำ แต่ละต้นจะสามารถตัดมาปักชำได้ 5 ท่อน หรือ 5 ต้น นอกจากนี้ยังมีการเพาะกล้าฟักทอง มะเขือเทศ โดยเอาต้นมะเขือม่วงที่เป็นพันธุ์พื้นเมืองเป็นต้นต่อ เนื่องจากหาอาหารเก่ง ทนทาน แล้วนำยอดกิ่งพันธุ์มะเขือเทศที่เป็นผลใหญ่ ดก รสชาติดีมาเสียบยอด โดยเฉพาะพันธุ์ "ซื่อ เถา หลี่" ส่วนการกำจัดแมลงศัตรูพืชในโรงเรือนเพาะต้นกล้า จะเน้นแผ่นกาวสีเหลืองและสีฟ้า เป็นต้น
จุดที่สามที่ฉี พาเราไปชมนั้น เป็นแปลงแตงกวาที่มีลักษณะผลยาว สามารถนำไปรับประทานเป็นผัก หรือเป็นผลไม้ก็ได้ เป็นแตงกวาที่มีรสชาติอร่อย ออกหวานนิดๆ แต่กรอบมาก โดยแปลงแห่งนี้ ฉีบอกว่า เป็นแปลงที่ควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับ 25-29 องศาเซลเซียส เนื่องจากในช่วงหน้าหนาวอากาศหนาวติดลบ 12 องศา ขณะที่หน้าร้อนบางปี 80 องศา แปลงแห่งนี้เป็นแปลงขนาดกลาง แต่สามารถสร้างรายได้จากการขายแตงกวาปีละ 1.1 หยวน หรือประมาณ 5.5 แสนบาท ออกจากโรงเรือนปลูกแตงกวาจีน นั่งรถไปยังโรงเรือนกระจกผ่านแปลงกลางแจ้งที่ปลูกหัวไชเท้าเขียว ที่บริโภคหัวสด อยู่ในแปลงขนาดติดกับโรงเรือนกระจกพอดี
สำหรับโรงเรือนกระจก ทุกส่วนของโรงเรือนจะเป็นกระจกทั้งหมด ถือเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ในวงการปลูกพืชผักที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด แปลงนี้เป็นแปลงปลูกมะเขือเทศในระบบราง เช่น ใช้ขุยมะพร้าวมาใช้แทนดิน
"แปลงนี้เราปลูกมะเขือเทศโดยไม่ใช้ดิน แต่ใช้ขุยมะพร้าวแทน การให้ปุ๋ยจะผ่านระบบน้ำ ถือเป็นระบบที่ทันสมัย ภายใน 1 โรงเรือนจะใช้เจ้าหน้าที่ดูแลเพียงคนเดียว เพราะเราควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด หากส่วนใด หรือจุดใดมีปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์จะแจ้งพิกัดให้เราทราบทันที โดยไม่ต้องไปสำรวจหาจุดที่มีปัญหาแบบสมัยก่อน อย่างแปลงนี้นอกจากที่จะใช้ขุยมะพร้าวแทนดิน ใส่ปุ่ยทางน้ำแล้ว การผสมเกสรดอกเพื่อให้ได้ผลผลิต เราใช้ตัวผึ้งที่นำเข้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นตัวประผสมเกสร ซึ่งต้นมะเขือเทศ 1 ต้น จะให้ผลผลิตต้นละ 25 กก.ปลูกครั้งเดียวใช้เวลา 3 เดือน จากนั้นจะออกผลผลิตให้เราเก็บอีก 9 เดือนจึงจะลงมือปลูกใหม่อีก" ฉี กล่าว
ด้าน "ซื่อ โวย กัว" ผู้จัดการโครงการบอกว่า พืชผักในโครงการโซ่วกวง จะให้ผลผลิตพืชผักปลอดภัยทั้งหมดปีละ 7,000 ตัน เน้นการบริโภคภายในประเทศที่เป็นตลาดหลักอยู่ 70% ส่วนอีก 30% จะเป็นการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า อาทิญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ โดยไม่มีการส่งออกมายังประเทศไทยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้วพืชผักปลอดภัยนั้น ในประเทศจีนเองยังมีความต้องการสูง เพราะคนสมัยใหม่เริ่มให้ความสนใจในสุขภาพมากขึ้น
นี่เป็นเรื่องราวบางส่วนของการที่ไปดูงานและทำข่าวด้านการเกษตรในสาธารณรัฐประชาชนจีน โอกาสหน้าจะนำเรื่องราวที่น่าสนใจมาเล่าอีก
-----------------------------
(ท่องโลกเกษตร : ลัดฟ้าสู่แปลงเกษตรในแดนมังกร แหล่งผลิตผักปลอดสาร 'โซ่วกวง' : โดย...ดลมนัส กาเจ)



