
ฮาลา-บาลา ผืนไพรบริสุทธิ์ที่ยะลา
21 ก.ย. 2557
ชวนเที่ยว : ฮาลา-บาลา ผืนไพรบริสุทธิ์ที่ยะลา : เรื่อง / ภาพ ... สมศักดิ์ ล่ำพงศ์พันธุ์
เรื่องราวของธรรมชาติที่สวยงามบริสุทธิ์ของผืนป่าของภาคใต้ นอกเหนือจากป่าเขาหลวง นครศรีธรรมราชแล้ว ยังมีผืนป่าฮาลา ในพื้นที่ จ.ยะลา ก็จัดได้ว่าเป็นป่าฝนที่ยิ่งใหญ่ในด้านความมั่งคั่งของความหลากหลายทางชีววิทยา เป็นป่าที่ผลิตน้ำให้แก่อ่างเก็บน้ำเขื่อนบางลาง โดยมีลำคลองสายหลักจากผืนป่าใหญ่ คือ คลองฮาลา
ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าดงดิบชื้น หรือป่าฝนที่ยังสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้ที่ขึ้นหนาแน่น พร้อมกับเรื่องราวสรรพสัตว์น้อยใหญ่ที่ดำรงอยู่ร่วมกันเกิดเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ซึ่งทุกวันนี้ผืนป่าฮาลา ทางด้านยะลา กับผืนป่าบาลาทางด้านนราธิวาส ได้ผนวกเป็นผืนป่าเดียวกันที่เรียกขานว่า “ป่าฮาลา-บาลา” คือความอุดมสมบูรณ์ที่ยิ่งใหญ่ ชื่อเสียงของป่าแห่งนี้ใครๆ อยากได้ไปสัมผัส ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่อาจติดขัดปัญหาเรื่องความไม่สงบในบางพื้นที่บางประการ
สำหรับการเดินทางไปสัมผัสผืนป่าฮาลาครั้งนี้ ตั้งต้นจากเขื่อนบางลาง นั่งเรือแพขนาดใหญ่ เพื่อชมทิวทัศน์ในอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่พัฒนาจากการดำเนินการโดยชุมชนบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 7 และบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 9 เพื่อส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวของชุมชนขึ้นมา
การเดินทางอย่างช้าๆ จากสันเขื่อนบางลางมายังบ้านจุฬาภรณ์ 7 ใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมง สามารถพักผ่อนชมทิวทัศน์ได้ตลอดเส้นทาง เห็นทั้งสวนยางพารา และเทือกเขาที่ยังมีผืนป่าสมบูรณ์
บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 7 เป็นชุมชนบ้านมุสลิม และชาวจีนที่มาตั้งรกรากในช่วงที่กลุ่ม จคม.ได้เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย รวมถึงบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 9 ที่มีการจัดการบ้านพักแบบโฮมสเตย์ในบรรยากาศบ้านสวน รอบๆ บ้านพักจะเป็นสวนยาง สวนลองกอง ทุเรียน สะตอ กล้วย เป็นต้น ซึ่งเป็นผลผลิตที่สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านได้เป็นอย่างดี และในบริเวณบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 9 มีพิพิธภัณฑ์ของ จคม.อยู่ด้วย บรรยากาศมีกลิ่นอายชาวจีนให้เราได้สัมผัส ทั้งของเก่าแก่ และเรื่องราวชีวิตจริงที่มีตัวตน สัมผัสได้
บริเวณบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 7 และบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 9 ยังมีแหล่งท่องเที่ยว เช่น น้ำตกโต๊ะโม๊ะ น้ำตกฮาลาซะ วิวทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำ ทุ่งหญ้าริมเขื่อน สายธารจากป่าเขา ไอหมอกไอฝนที่จับอยู่ตามยอดเขาสูง รวมทั้งโอกาสได้เห็นนกเงือกรวมฝูงบินผ่าน หรือการเดินป่าขึ้นไปชมวิวผืนป่าฮาลาที่อาจได้เห็นภาพทะเลหมอกที่จุดชมวิว “ลานหินโยก” ที่ต้องเดินป่าจากบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 7 ขึ้นเขาสูงไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง
สำหรับเส้นธรรมชาติของผืนป่าฮาลาที่ใครๆ อยากเห็น อยากสัมผัสกับผืนป่าฝนใหญ่ขนาดใหญ่ ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยนกเงือก นกหว้า กระทิง และสรรพสัตว์ป่าอื่นๆ ต้องนั่งเรือหางยาวจากบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 7 ไปยังฐานปฏิบัติการ ตชด.ที่ 445 ฐานนางนวล (ฐานล่าง) และต้องนั่งเรือหางยาวทวนน้ำคลองฮาลาขึ้นไปยังฐาน ตชด.ฐานบน ทว่าช่วงเดือนที่ผ่านมาน้ำแห้งมาก เรือไม่สามารถขึ้นไปได้ เจ้าหน้าที่ ตชด.จึงได้พาเราเดินเท้าขึ้นไปยังทุ่งหญ้าแปลงใหญ่ ที่มีกระทิงลงมากินหญ้าอยู่เป็นประจำ
เส้นทางเดินป่าที่ยึดแนวริมคลองฮาลา และเลาะเลียบแนวเชิงเขา บางแห่งก็เป็นทุ่งหญ้าที่งอกระบัดขึ้นมาในหลังน้ำลด กลายเป็นแหล่งอาหารของกระทิงป่าที่เรามีโอกาสพบเห็นได้ในช่วงเช้าตรู่ และช่วงเย็นย่ำใกล้มืด และยังอาจได้เจอฝูงนกเงือกฝูงใหญ่บินผ่านป่า
สภาพป่าฮาลาที่มีสายคลองขนาดใหญ่ สายน้ำใส มองเห็นผืนป่า มีตอไม้ที่โดนน้ำท่วมยืนต้นเดินไปตลอดลำคลอง เหนือขึ้นไปยังเนินเขาก็เป็นป่าทึบ ยังได้พบกับต้นย่านดาโอ๊ะ หรือใบไม้สีทองที่ขึ้นกระจายอยู่ทั่วป่าทึบ ตลอดเส้นทางเดินเท้าจะเป็นทุ่งหญ้าที่ปรากฏรอยเท้ากระทิงย่ำไปทั่ว แสดงว่าเป็นกระทิงฝูงที่หากินในบริเวณริมคลองตลอดทั้งสาย แต่จุดที่จะพบเห็นได้ง่าย มีอยู่ไม่กี่จุด อย่างเช่น เซาะซาไก วังปลาช่อน
พงไพรป่ามรกตของผืนป่าฮาลา-บาลา ที่ใครๆ ต่างเข็ดขยาดกับทากดูดเลือด ที่ชุกชุมมากจนไม่กล้าจะย่างเท้าเข้าป่า ถ้าหากไม่มีเครื่องป้องกันที่ดียิ่งถ้าเราเข้าไปเดินป่าในบริเวณป่าต้นน้ำ ที่อยู่เหนือฐาน ตชด.ฐานบนขึ้นไป ซึ่งมีลักษณะเป็นป่าดิบชื้น เรือนยอดไม้แน่นหนา ส่วนพื้นล่างชุ่มชื้นจึงกลายเป็นแหล่งอาศัยของทาก และนั่นหมายถึงพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่ามากมาย
นอกจากกระทิงแล้ว ยังมีสัตว์อื่นๆ ที่เจอกันบ่อยเช่น กวางป่า หมูป่า รวมถึงช้างป่าที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวสวนหมู่บ้านจุฬาภรณ์ 7 และ 9 และที่โดดเด่น คือ ฝูงนกเงือกกรามช้าง และฝูงนกกก(กาฮัง) จะโบยบินอยู่เหนือป่าสูง ช่วงจังหวะรวมฝูงก็ใกล้มาถึง คาดว่าอีกไม่ถึงเดือนฝูงนกเงือกจะลงมารวมฝูงแถวป่าฮาลา
ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงยามเวลาใด แว่วเสียงก้องพงไพรจากนกหว้า ดังกู่ก้องป่ารอบด้าน แสดงว่านกหว้าไม่มีอยู่เพียงแค่ตัวเดียว มีการกระจายยึดพื้นที่ตามเนินเขาต่างๆ เพื่อสร้างลานรักเรียกหาคู่ แต่โอกาสที่จะได้เห็นสัตว์ป่าชนิดนี้ได้ค่อนข้างยาก เพราะเป็นสัตว์ป่าที่มีสัญญาณการระวังไพร และการป้องกันตัวสูงมาก
ครั้นช่วงยามเช้าตรู่ จะเห็นม่านหมอกแผ่คลุมยอดเขา ล่องไหลแซมแทรกตามเรือนยอดไม้ป่าทึบ พร้อมกับร้องโหวนหวนของหมู่ชะนี แต่น่าเสียดายที่ไม่ปรากฏฝูงนกเงือกบินผ่าน แต่ยังมีอยู่หนึ่งคู่ที่บินอวดโฉมให้ได้ถ่ายภาพกันบ้าง ทางเจ้าหน้าที่ ตชด.บอกว่า ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่มีการรวมฝูงเป็นครอบครัวใหญ่นับร้อยๆ ตัว แต่ปีนี้กลับมาล่าช้ากว่าปกติมาก
ผืนป่าดิบชื้นที่โอบขนาบสายน้ำฮาลา คือ แหล่งกำเนิดสายน้ำน้อยใหญ่ ที่หล่อหลอมรวมเป็นสายเดียวกัน ในกลางดงป่าใหญ่ยังมีเรื่องราวของสัตว์ป่าที่ยังตกหล่นจากการสำรวจ จนทำให้มีการค้นพบพืชพรรณ หรือสัตว์ป่าชนิดใหม่ขึ้นมา โดยเฉพาะทางด้านแนวเทือกเขาที่มียอดสูงประมาณ 1,480 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวนี้ ได้มีการเข้าไปสำรวจและพบกับสัตว์ป่าอยู่หลายชนิด หากว่าได้มีการสำรวจอย่างต่อเนื่อง และทำกันเป็นระบบ ก็น่าจะมีข่าวดีอยู่ไม่น้อยเลย
ในส่วนพื้นที่ทางตอนบนของคลองฮาลาในอดีตก็เคยเป็นถิ่นฐานเป็นหมู่บ้านมาก่อน มีร่องรอยบ้านเก่า เรือกสวน และยังมีกรุโบหลงเหลืออยู่ ซึ่งต้องเวลาเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณสองวัน รวมไปกลับก็ใช้เวลากันหลายวัน
ปัจจุบันนี้ ผืนป่าฮาลา ได้ประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเขื่อนบางลางขึ้นมา มีพื้นที่เชื่อมต่อกับป่าอนุรักษ์ทางเขตรักษาสัตว์ป่าฮาลาบาลา ที่อยู่ทางนราธิวาส จึงเป็นผืนป่าฝนและป่าอนุรักษ์ที่อุดมสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย
แดนดินถิ่นป่าฮาลา นับว่าเป็นผืนป่าที่มีเสน่ห์เป็นป่าฝนที่น่าเข้าไปสัมผัส และสามารถเข้าถึงได้ไม่ยาก ด้วยการรูปแบบการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ แม้ว่ากระแสเรื่องปัญหาชายแดนเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ แต่ทางด้านพื้นที่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 7 และ 9 ถือว่าไม่น่าเป็นห่วง
ชุมชนชาวบ้านทางแถบนี้มีมิตรภาพและน้ำใจงาม เชื่อว่าอีกไม่นาน การท่องเที่ยวของชุมชนน่าจะพัฒนาไปทิศทางที่ก้าวโต และแข็งแกร่งขึ้นมาได้อย่างแน่นอน
-----------------------------
หมายเหตุ.....ที่พักโฮมสเตย์บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 9 และเรือแพท่องเที่ยว สามารถติดต่อได้ที่ เจ๊หงส์ 08 6284 1889 (อาจติดต่อยาก เพราะในหมู่บ้านไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ต้องจังหวะที่เข้าเมือง จึงสามารถติดต่อได้)
-----------------------------
(ชวนเที่ยว : ฮาลา-บาลา ผืนไพรบริสุทธิ์ที่ยะลา : เรื่อง / ภาพ ... สมศักดิ์ ล่ำพงศ์พันธุ์)



