ไลฟ์สไตล์

รวยได้อย่างที่คิด คิดแบบภาววิทย์

รวยได้อย่างที่คิด คิดแบบภาววิทย์

21 ก.ย. 2557

อมหมึกเคี้ยวกระดาษ : รวยได้อย่างที่คิด.. คิดแบบภาววิทย์ : โดย...ปลวกหวาน

 
                  สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์ ผนึกกำลังกับห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานเปิดตัวหนังสือ “คิดแบบภาววิทย์” และเสวนาทางการเงิน - การลงทุน “รวยได้อย่างที่คิด คิด  แบบภาววิทย์ ! ” โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม นักคิด นักเขียน นักลงทุนคนรุ่นใหม่และที่ปรึกษาด้านการลงทุนคนดัง ณ  ห้องสมุดมารวย ชั้น 1 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดำเนินรายการโดย วรุณวรรณ วราสินธุ์
 
                  เสวนาแสนสนุก บรรยากาศสดใส แฟนคลับนักการเงินคนดังเฮฮาคับคั่งและ เมื่อ “ใครๆ ก็อยากรวย”แต่คนส่วนใหญ่มักไม่เข้าใจว่า อะไรคือปัจจัยที่ทำให้รวย แต่ชายหนุ่มนี้ ที่ปรึกษาด้านการลงทุนมือฉมัง จะมาแนะนำให้พลิกความคิดใหม่ โดยเขาชี้ให้เห็นว่า 'ความรวย' เกิดมาจากปัญญาและเวลาในการเรียนรู้สิ่งนั้นต่างหาก ที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ ยิ่งพยายามและให้เวลาก็ยิ่งทำมองเห็นช่องทางของความร่ำรวย คนเราจะรวยได้ไม่เกี่ยวว่าเกิดมาจนหรือรวย แต่เขาเชื่อว่า ทุกอย่างต้องแลกด้วยการคิด ความเข้าใจ และความอดทน
 
                  ภาววิทย์ กลิ่นประทุม เป็นนักลงทุน นักเขียน และที่ปรึกษาการลงทุนบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง โดยมีผลงานเขียนเบสเซลเลอร์ มาแล้วถึง  8  เล่ม  เคยได้รับรางวัล Thailand Blog Awards "Business Blog" ปี 2011 & 2012  และเป็นผู้จัดรายการ "แกะรอยหุ้น" ช่อง Money Channel , รายการ "แกะรอยหยักสมอง" ช่อง กรุงเทพธุรกิจทีวี , เป็นนักลงทุนต้นแบบ ประจำรายการมือใหม่ ของ Money Channel , เป็นผู้จัดรายการวิทยุ "Econ Biz"  FM 96.5 คลื่นความคิด เป็นวิทยากรรับเชิญใน "เรื่องการลงทุน" และเป็นวิทยากรหลักให้กับโครงการการเงินมั่นคงกับครอบครัวบัวหลวงของธนาคารกรุงเทพ
 
                  ภาววิทย์ บอกว่าขอเป็นอีกมุมหนึ่งที่อยากจะแชร์ให้คนรุ่นใหม่ได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว ความสำเร็จมันไม่ได้เกิดจากดวงดี หรือดวงไม่ดี แต่เกิดจากเราเข้าใจ "แนวคิด" ที่ถูกต้อง เพราะความรวย มันก็เหมือน "สมการ" ที่เป็นเหตุเป็นผล
 
                  "ผมชอบคำพูดของบิล เกตส์ อันหนึ่งมาก ที่เขาพูดว่า... มันไม่ได้ผิด ถ้าคุณจะเกิดมาเป็นคนจน แต่ถ้าคุณจนตายนั่นแหละคือความผิดของคุณ... เพราะบิลเกตส์ เชื่อว่าความมั่งคั่งสร้างได้ และสร้างได้มหาศาลในช่วงอายุคนคนหนึ่ง และในหนังสือเล่มนี้ผมยังมีเคล็ดลับดีๆ มากมายมาบอกคุณ"
 
                  นอกจากสาระน่าอ่านในหนังสือแล้ว ชายหนุ่มยังมาเปิดใจกับ10 สิ่งน่ารัก ลองมาดูกันสิว่าเขาเลิฟอะไรบ้าง...
 
                  1.คนไม่เชื่อว่า ผมชอบกินส้มตำปลาร้า
 
                  2.ผมกินข้าวแกง -ก๋วยเตี๋ยวข้างถนนบ่อยมาก จริงๆ ผมเป็นคนกินง่าย คนส่วนใหญ่จะถามทุกที ร้านนี้กินได้ไหมครับคุณแพท ก็บอกไปว่าปกติผมชายสี่บะหมี่เกี๊ยวริมถนน
 
                  3.ก่อนมาเป็นผมในปัจจุบัน ทำธุรกิจเจ๊งมาเยอะมาก ตั้งแต่ร้านอาหาร และโรงงานกระจก โชกเลือด ว่างั้น
 
                  4. ตอนอยู่มหาวิทยาลัย เคยขายตรงด้วย อยากลองแตกต่าง จึงไม่ได้ขาย Amway แบบคนอื่นๆ แต่ดันไปขายตรง Website ซึ่งมาพบภายหลังว่า จริงๆ มันเป็นแชร์ลูกโซ่ เรียกได้ว่า "เงิบ" เลย
 
                  5. ผมเคยไปสมัครขายประกันที่ AIA ด้วยตอนอยู่มหาวิทยาลัย แต่เขาไม่รับ ยัง งง อยู่ว่าทำไมเขาไม่รับผม จนได้ถูกเชิญให้ไปพูดที่ AIA ก็ไปเล่าให้เขาฟังกัน ขำขำ
 
                  6.ไกลบ้านที่ออสเตรเลีย ก่อนเปิดร้านอาหาร ผมเคยเปลี่ยนบ้านที่อยู่เป็น Home Delivery อาหารไทย แล้ว ลงทุนทำเมนู เดินแจกตามตู้ไปรษณีย์ทุกๆ บ้านในละแวกนั้น เสียเงินไปเป็นแสน สรุปขายได้ครั้งเดียว ก็เจ๊ง
 
                  7. เดิมทีผมไม่เคยคิดว่าจะเป็นนักเขียนเลย แต่การเอา Blog มาเป็นบันทึกการลงทุนของผม ทำให้คนเข้ามาติดตามและพาให้ผมเป็นนักเขียนในที่สุด
 
                  8. หนังสือเล่มแรกของผม แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน พิมพ์ครั้งแรก ยังไม่มีสำนักพิมพ์เลย ผมกับคุณปิยพันธ์  วงศ์ยะรา ตั้งสำนักพิมพ์กันภายในหนึ่งสัปดาห์ นั่นแหละ จุดกำเนิดของสำนักพิมพ์ Stock2morrow ภาววิทย์ เจอ ปิยพันธ์ ความระห่ำจึงระอุ ฮามาก
 
                  9.มีคนสงสัยว่า ชื่อหนังสือ ที่ทำให้แจ้งเกิดภาววิทย์  คือ"แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" เอาแรงบันดาลใจอะไรมาตั้งชื่อหนังสือ จริงๆ ชื่อเต็มๆ คือแกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้านแบบ Buffett แต่ตอนนั้นพิมพ์ชื่อ Warren Buffett ผิด กลายเป็นพิมพ์ว่า Buffet "บุฟเฟต์" พอขายที่ SE-ED เลยต้องตัดชื่อตรงนั้นออกไป
 
                  และลับสุดท้ายที่หนุ่มหล่อขอเปิดใจ 10.อันนี้บอกเลย ใครจะเลี้ยงข้าว ผมไม่กินเครื่องใน ไม่เอาตับครับ (555)
 
                  อ่านมาถึงตรงนี้ นอกจากจะเข้าใจเรื่องการเงินการออมมากขึ้น ยังรู้จักตัวผู้เขียนได้ดีอีกด้วย..อิอิ