ไลฟ์สไตล์

ชวนชิม : กิน 'ผัก' พัก 'กระเพาะ'

ชวนชิม : กิน 'ผัก' พัก 'กระเพาะ'

21 ก.ย. 2557

ชวนชิม : กิน 'ผัก' พัก 'กระเพาะ'

 
                         และแล้วก็ถึงวาระของ "เทศกาลกินเจ" อีกครั้ง คราวนี้ก็ใคร่จะขออิงบรรยากาศ "ถือศีลกินผัก" เป็นการพักกระเพาะไปในตัว กับ "อาหารเจ...สไตล์จีน" เลิศรสให้ชิมมากกว่า 30 เมนู ที่ "ห้องอาหารไชน่า" ของโรงแรมเซ็นทรา เซ็นทรัล สเตชั่น กรุงเทพฯ ซะหน่อย...
 
                         บริเวณชั้น 12 หรือชั้นดาดฟ้าของโรงแรม "ห้องอาหารไชน่า" ได้รับการตกแต่งให้มีบรรยากาศแบบจีนสมัยใหม่แต่ยังคงลักษณะโดดเด่นด้วยสีสัน เส้นสายและลวดลายที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมดินแดนหลังม่านไม้ไผ่ ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย โดยสามารถรองรับผู้ไปใช้บริการได้ถึง 140 ที่ รวมถึงห้องวีไอพี 2 ห้องรองรับได้ห้องละ 15 คน ในระหว่างที่บริกรลำเลียงจานอร่อยมาให้บริการนั้น นักชิมก็สามารถเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพและทิวทัศน์ของเมืองกรุงไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน
 
                         แรกเริ่มเดิมที่ "ห้องอาหารไชน่า" ให้บริการอาหารคาว-หวานต้นตำรับกวางตุ้งขนานแท้ แต่พอมาเข้าสู่เทศกาล "ถือศีลกินผัก" เชฟหนุ่มประจำการ วิราช เหมุทัย ก็ไม่ลืมเอาใจแฟนคลับที่ตั้งใจร่วมสืบสานประเพณีอันดีงาม ด้วยการเปิดครัวปรุงอาหารเจซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบ อาหารเรียกน้ำย่อย 5 จาน ซุป 5 ถ้วย จานหลักอีกกว่า 10 จาน ตามด้วยข้าวและก๋วยเตี๋ยวให้เลือก 5 จาน ก่อนจะปิดท้ายกับขนมหวานตามสเต็ปแบบเบาๆ อีก 30 รายการ
 
                         อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าในวัฒนธรรมจีน เพื่อให้สุขภาพดีนอกจากวัตถุดิบต้องมีคุณภาพแล้ว ชื่ออาหารก็ควรมีนามเป็นมงคลด้วย เหตุนี้จึงมีจานเรียกน้ำย่อยเป็น "ถุงเงิน ถุงทอง" แผ่นแป้งห่อสารพัดผักแล้วนำไปทอดจนเหลืองกรอบนอกนุ่มในไม่ต้องอาศัยน้ำจิ้มก็ฟินได้ หรือจะหันมาคีบ "หมูแดงเจ" เข้าปากก็ได้ความหวานหอมกำซ่านเต็มคำ จานนี้อย่าว่าแค่มองผ่านๆ เลย ถึงขนาดเคี้ยวก็แล้ว กลืนลงคอก็แล้ว ถ้าไม่บอกว่า ประยุกต์มาจากหัวบุกปรุงแต่งล่ะก็ เป็นเชื่อสนิทใจว่าใช้ เนื้อหมู..อู๊ดๆ จริงๆ
 
                         ผ่านมาถึง "ซุป" เชฟหนุ่มแนะนำว่าพระเอกของมื้อนี้มี "ซุปมรกตรังนกเจ" มาชวนให้ทดลองตักซด ถึงจะมีผักปวยเล้งเป็นวัตถุดิบล้วนๆ แต่เมื่อผ่านขบวนการต้มลวกไล่ความเหม็นเขียวก่อนจะนำไปเคี่ยวจนได้ที่แล้วค่อยตักเสิร์ฟคู่กับเห็ดหูหนูขาว ภาพซุปเขียวอี๋อาจทำให้รู้สึกขยาดแต่พอตักเข้าปากแล้วเชื่อขนมกินได้เลยว่าต้องมีเบิ้ลช้อนสองช้อนสามตามมาแน่ๆ ส่วน "ซุปข้าวโพด-หน่อไม้ฝรั่ง" เชฟรายเดิมเล่าให้ฟังว่าเป็นการนำเอาจุดเด่นของวัตถุดิบทั้งสองชนิดมาผสมผสานกัน ใครที่ชอบรสหวานนิดๆ เค็มหน่อยๆ ไม่ควรพลาดถ้วยนี้...พูดเลย
 
                         คราวนี้เป็นหน้าที่ของ "จานหลัก" เปิดตัวด้วย "กุ้งเจผัดพริกเสฉวน" มีกุ้งเจจากแป้งหัวบุก และเต้าหู้โฮมเมดเป็นตัวชูโรงผสมผสานกับพริกเสฉวน เกลือ ได้รสชาติเผ็ดนิดเค็มหน่อยช่วยตัดความเลี่ยนมันของจานผัดได้ดีนักล่ะ นอกจากนี้ยังมีแปะก๊วยช่วยบำรุงสมอง สายตา จะเรียกว่า จานสุขภาพก็ย่อมได้...ว่ากันว่า หูฉลามคือ ราชาแห่งอาหารจีน ส่วนเป๋าฮื้อก็คือ ราชินีแห่งอาหารจีน ด้วยเหตุนี้จึงมี "เป๋าฮื้อเจยอดผักน้ำแดง" มาร่วมแจมอีกหนึ่งและถึง "เป๋าฮื้อเจ" จะดัดแปลงมาจากแป้งหัวบุกคุณสมบัติอาจไม่ใช่แต่ก็ต้องยอมรับว่าได้อารมณ์ประหนึ่งว่ากำลังเคี้ยวเป๋าฮื้อเหนียวหนึบ เหนียวหนึบ และก่อนจะพาสไปที่ข้าวและของหวาน ยังมีอีกจานมาแนะนำ "เต้าหู้กิเลนน้ำแดง" รสชาติอาจจืดไปสักหน่อยสำหรับลิ้นของคนไทย แต่มีความพิเศษตรงที่เป็นอาหารโบราณของชาวจีนหาทานได้ยาก มีส่วนผสมหลากหลายทั้ง เต้าหู้นิ่ม, ขิงแก่, แครอท, เห็ดหอม และหน่อไม้ ผ่านกรรมวิธีนึ่งแล้วราดด้วยน้ำซอสเจ..เฮลท์ตี้สุดๆ เซฟวิราช เขาว่างั้น
 
                         หันมาชิม "ข้าวห่อใบบัวเจ" กันบ้าง ดูเพียงแค่ส่วนผสมมีทั้ง ไก่เจ, กุ้งเจ. หอยเชลส์เจ, เม็ดบัว, คะน้า, บล็อกโคลี่, เห็ดหอม และข้าวหอมมะลิ เฉพาะในแง่ของคุณค่าทางอาหาร คงมิต้องเสียเวลาสาธยายว่ามากมายขนาดไหน ส่วนอีกจาน "ข้าวราดหน้าฮกเกี้ยนเจ" ถูกต้องตามตำราฉบับอาหารฮกเกี้ยนขนานแท้ ไม่เพียงแค่รสไม่จัดแต่ยังเป็นอาหารรสอ่อนซะด้วยซ้ำ ทั้งยังได้ชื่อว่ามีความพิถีพิถันในการรักษาคุณค่าทางอาหารเอาไว้มากที่สุดท้ายที่สุดต่อให้ถูกปากกับอาหารหลักมากแค่ไหน แนะว่าอยากให้เผื่อกระเพาะไว้สำหรับตบหวานสักจานเล็กๆ อาทิ สาคูเผือกร้อน, แปะก๊วยตุ๋นมะพร้าวอ่อน หรือจะเป็น มะม่วงพุดดิ้ง ก็ตามที
 
                         ห้องอาหารไชน่า เปิดให้บริการ 2 ช่วงเวลา มื้อกลางวันตั้งแต่ 11.30-14.30 น. และมื้อค่ำตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น. สำหรับเมนูเจมีให้สั่งทานได้ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนไปจนถึง 15 ตุลาคม สอบถามหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 0-2344-1699 ต่อ 2705-6