
สะพายกล้องส่องยะลา
18 ก.ย. 2557
ศิลปวัฒนธรรม : สะพายกล้อง ส่อง ยะลา
ร่วม 10 ปีแล้วที่เมื่อเอ่ยถึงสามจังหวัดชายแดนใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และบางส่วนของจังหวัดสงขลา คนเมืองหลวงหรือต่างถิ่นอาจรู้สึกเหมือนๆ กันว่าเป็นพื้นที่อันตราย มีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นรายวัน อย่าให้ถึงกับต้องย้ายถิ่นฐานไปปักหลักเลย แค่ความคิดที่จะอยากเดินทางไปท่องเที่ยวก็ยังไม่ผุดขึ้นในหัว...ความกลัวทำให้คนเราลืมเรื่องราวดีๆ ที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะ "ยะลา" จังหวัดที่ได้ชื่อว่ามีผังเมืองสวยที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งเป็นศูนย์กลางความเจริญและร่ำรวยเรื่องทรัพยากรป่าไม้ของชายแดนใต้ จึงเป็นที่มาให้กลุ่มคนรักยะลาอยากเปิดมุมมองใหม่เล่าเรื่องเมืองที่มีคำขวัญสั้นๆ ว่า "ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน" ผ่านกิจกรรมถ่ายภาพ แล้วจัดเป็นนิทรรศการสัญจร "ยล ยะลา @ ฮาลา บาลา" สะท้อนวิถีและวัฒนธรรมความเป็นยะลาให้ชาวต่างถิ่นได้รับรู้
โครงการนี้เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างเทศบาลนครยะลา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ ทีเค พาร์ค ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงวัฒนธรรมและกลุ่มสห+ภาพ เนื้อหาภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการภาพถ่ายนำเสนอวิถีชีวิตและป่าผืนสุดท้ายแห่งชายแดนใต้ รวมถึงนิทรรศการ "ทอด ภาพป่า" เปิดมุมมองธรรมชาติของผู้คนในป่าคอนกรีต ฝีมือการลั่นชัตเตอร์ของช่างภาพที่ผูกพันกับผืนป่าฮาลาบาลา อาทิ จรูญ ทองนวล, เอกรินทร์ เอกอัจฉริยะวงศ์, สุภเศรษฐ โอภิธากรณ์, สุทธิชัย คุนาการ, นครินทร์ ชินวรโกมล เป็นต้น และช่างภาพเยาวชนฝีมือดีจากยะลา ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย
ก่อนที่เรื่องราวความประทับใจในดินแดนใต้สุดสยามจะเริ่มขึ้น ระหว่างวันที่ 19-23 กันยายน ที่อุทยานการเรียนรู้ยะลา แล้วสัญจรเข้ากรุงระหว่างวันที่ 27 กันยายนถึง 2 ตุลาคมนี้ ที่อุทยานการเรียนรู้ ทีเค พาร์ค กรุงเทพฯ พงศ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เปิดวงเสาวนาในงานแถลงข่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เคยเสด็จพระราชดำเนินไปยะลาก่อนที่จะมีเหตุการณ์ความไม่สงบ พร้อมกับพระราชทานคำขวัญว่า "บ้านเมืองน่าอยู่ ประชาชนน่ารัก" จึงอยากให้มีอีกมุมมองไม่ว่าจะเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความอุดมสมบูรณ์ของป่าฮาลาบาลา ความแน่นแฟ้นของผู้คน และที่น่าสนใจคือยะลาไม่มีมาเฟียหรือเจ้าพ่อ ผู้คนอยู่กันอย่างพี่น้อง มีแต่ความอบอุ่นที่ได้จากเพื่อน จากคนข้างบ้าน กลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้คนที่ออกไปใช้ชีวิตที่อื่นแล้วอยากกลับมาอยู่บ้านเกิด
เคยเป็นโต้โผจัดนิทรรศการภาพถ่าย "ดอกไม้กลางไฟใต้" ในช่วงต้นปี มาคราวนี้ จีระนันท์ พิตรปรีชา ประธานที่ปรึกษากลุ่มสห+ภาพ แจกแจงรายละเอียดของนิทรรศการที่จะมีขึ้นอีกครั้งว่า ภาพที่สวยงามบ่งบอกความน่าสนใจอยู่แล้ว แต่จุดหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังภาพก็คือเป็นการประสานมือระหว่างเครือข่ายช่างภาพ 3 ระดับ กลุ่มแรกสห+ภาพ หรือช่างภาพส่วนกลาง ถัดมาคือชมรมกรุงชิงซึ่งสนิทสนมคุ้นเคยกันดี มาถึงระดับท้องถิ่นคือกลุ่มเดอะแก๊งโฟโต้ยะลาซึ่งมีฝีมือดีอยู่แล้ว
"เป็นเสมือนม่านหมอกบางๆ ครอบคลุมสามจังหวัดไว้ เชื่อหรือไม่ว่ากลุ่มเดอะแก๊งโฟโต้ยะลากับกลุ่มกรุงชิงแทบจะไม่รู้จักกันเลย ต้องให้กลุ่มช่างภาพส่วนกลางไปประสาน เพราะฉะนั้นเราจะทลายม่านหมอกตรงนี้ เมื่อช่างภาพต่างถิ่นมารวมตัวกันมุมมองย่อมแตกต่างกัน ช่างภาพจากส่วนกลางก็หลงใหลความงามถ่ายมุมธรรมชาติสวยๆ บางรูปเป็นแนวอาร์ตเลย ส่วนช่างภาพท้องถิ่นก็นำเสนอมุมต่าง อย่างภาพชาวสวนอยู่ในบึงบอน ปกติไม่มีใครอยากถ่ายหรอก เพราะเป็นวิถีปกติแต่สามารถถ่ายมาได้สวยมาก บางครั้งภาพถ่ายสามารถถ่ายทอดได้ดีกว่าบทกวีเสียอีก อย่างภาพตอไม้ในอ่างเก็บน้ำ ใครจะไปดู แต่พอถ่ายมาตอไม้ก็สวยได้ ต่อไปเราอยากให้มีการนำภาพถ่ายทั้งจากปัตตานีและนราธิวาสมารวมกันแล้วทำหนังสือรวมภาพ แล้วก็ทำนิทรรศการสัญจร มีองค์ความรู้และสาระบันเทิงประกอบด้วย เอาไปให้คนทุกภูมิภาคได้ชม ถือเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม" นายหญิงใหญ่กลุ่มสห+ภาพ สาธยาย
ด้านช่างภาพท้องถิ่น นครินทร์ ชินวรโกมล ประธานกลุ่มเดอะแก๊งโฟโต้ยะลา ซึ่งนำภาพ "งิ้วยะลา" มาร่วมแสดง บอกว่า ความสวยงามของยะลามีมากกว่าข่าวความรุนแรง ที่ผ่านมากลุ่มจึงพยายามนำเสนอเฉพาะภาพดีๆ ผ่านสื่อไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊กหรือยูทูบ โดยครั้งนี้นำภาพมาร่วมแสดง 48 ภาพ แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกของเดอะแก๊งโฟโตยะลานำเสนอวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยว ขณะที่อีกสองกลุ่มถ่ายทอดความเป็นป่าฮาลาบาลาล้วนๆ ซึ่งจุดเด่นคือมีฝูงกระทิงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ อีกทั้งนกเงือกหายาก อยากให้คนในส่วนกลางหรือนอกพื้นที่ได้เห็นว่ายะลาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด มีมุมสวยงาม คนในพื้นที่ไม่ได้แตกแยก ไม่ว่าคนไทย คนไทยเชื้อสายจีน หรือไทยมุสลิม ถ้ามีความขัดแย้งก็น้อยมาก อยากให้ลองไปเที่ยว ไปให้กำลังใจคนในพื้นที่แล้วจะพบมุมมองใหม่



