
อบจ.ไม่ซ่อม ชาวบ้านทนลำบากต่อไป
17 ก.ย. 2557
เปิดซองส่องไทย : อบจ.ไม่ซ่อม ชาวบ้านทนลำบากต่อไป
ผมมีความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก อยากให้ทางลุงแจ่ม ช่วยเป็นกระบอกเสียงแทนชาวบ้าน ต.วังหลวง อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ด้วย คือว่าถนนเส้นบ้านวังหลวงไปบ้านกุดแคนเป็นหลุมเป็นบ่อ ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อมานานมาก ซักประมาณกว่า 20 ปีแล้ว ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้าสนใจดูแล แม้กระทั่งองค์การบริหารส่วนตำบลวังหลวง ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ก็ยังไม่ดำเนินการแก้ไขอะไรให้เลย
ชาวบ้าน ต.วังหลวง 15 หมู่บ้านนี้ ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เวลาเดินทางไปทำธุระที่อำเภอ ไปโรงพยาบาล และเด็กนักเรียนที่ต้องไปโรงเรียนไปเรียนหนังสือ ก็ต้องใช้ถนนเส้นนี้สัญจรทุกวัน อยากให้ทางอบต.วังหลวงเข้ามาตรวจสอบดูแลให้ชาวบ้านด้วย ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน แทบจะขับกันไม่ได้ เพราะตามเส้นทางเป็นหลุม ต้องคอยหลบกัน กลัวล้อรถระเบิด สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านจริงๆ ช่วยทำบุญกับชาวบ้านตาดำๆ ด้วย
อาทิตย์
ตอบ
นางมะลิวัลย์ พลราช นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) วังหลวง จ.หนองคาย ชี้แจงว่า ถนนเส้นบ้านวังหลวงไปบ้านกุดแคนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตรนั้น จริงๆ แล้วถนนสายนี้เป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคายเป็นผู้ดูแลอยู่ อบต.ไม่สามารถทำอะไรให้ได้มาก เพราะเวลาจะทำถนนให้ทีก็ต้องขออนุญาตจากอบจ.ก่อน โดยต้องทำหนังสือขออนุญาตในการที่อบต.จะซ่อมให้ก่อนถึงจะทำได้
และบางครั้งทางอบต.ขอให้มาทำให้ โดยทำเรื่องไปหลายครั้งมาก ขอแล้วขออีกก็ไม่มาซ่อมให้ ซึ่งจริงๆ แล้วถนนในอบต.ที่ดูแลและรับผิดชอบของอบต.ก็มีอยู่แล้ว อบต.ก็ลงมือทำให้ทุกครั้ง แต่เมื่อประมาณปีสองปีที่ผ่านมานี้ทางอบจ.ไม่ซ่อมเลย ทางอบต.เกิดความรู้สึกสงสารชาวบ้านในละแวกนี้ ในปี 2556 ที่ผ่านมา ทางอบต.จึงใช้งบตัวเองเกือบแสนบาท ทำการซ่อมถนนสายนี้ให้
โดยอบจ.ก็รับทราบแต่ไม่ยอมทำให้ ซึ่งอบต.ก็ไม่ทราบสาเหตุเหมือนกันว่าทำไมไม่ซ่อมให้ และอบต.เคยของบไปยังระดับส.ส.จังหวัดหนองคาย (ในอดีต) รัฐมนตรี (ในอดีต) ด้วย และส.ส.ก็เข้ามาดู และบอกว่าจะให้งบแต่จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่มีงบประมาณลงมา ถนนเส้นนี้ก็เป็นอย่างนี้ต่อไป
อบต.มีหน้าที่ดูแลถนนทั้งในสายหลัก และถนนในชุมชนก็มีหน้าที่ทำดูแลอยู่แล้ว แต่ทางอบจ.ทำเส้นทางเดียว นายอำเภอ รองผู้ว่าฯ มาทางอบต.ก็ของบเพื่อที่จะทำถนนเส้นนี้ แต่ก็ไม่มีงบให้ ทางจังหวัดก็ขอ ชาวบ้านในละแวกนี้ก็ทำใจ ทนลำบากต่อไป เพราะอบจ.ไม่ทำให้ แต่เมื่อก่อนทางอบจ.คงมีงบ ก็ซ่อมมาเรื่อยๆ เหมือนกัน ถนนเส้นนี้พังมานานก็ซ่อมมาเรื่อยๆ แต่ไม่เห็นทำอย่างถาวรซักที ก็ไม่ทราบสาเหตุของอบจ.เหมือนกันว่าทำไมไม่ทำให้ถาวร เพราะมีชาวบ้านผ่านถนนเส้นนี้ถึง 15 หมู่บ้านด้วยกัน ถ้าอบต.มีงบก็อยากทำให้ ฝากลุงแจ่มไปถึงระดับบนด้วยว่าของบมาสร้างถนนสายนี้ให้ชาวบ้านที
ลุงแจ่ม
คนอื่นไม่มีสิทธิในที่ดินของคุณ
ผมรับราชการอยู่ต่างจังหวัดจนเกษียณ แต่ก่อนหน้านั้น แม่ได้ยกที่ดินให้ 10 กว่าไร่ เป็น นส.3ก. จึงกลับภูมิลำเนา เอาเอกสารสิทธิที่พี่สาวดูแล ปรากฏว่า พี่สาวได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่อื่น ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้ติดต่อสำนักงานที่ดินเพื่อขอใบแทน โดยดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่ดิน จนกระทั่งได้ใบแทน หนังสือรับรองการทำประโยชน์
แต่ได้มีบุคคลภายนอกไปขอลายเซ็นผม โดยแจ้งว่า พี่สาวได้ขายที่ดินให้แก่เขาไปแล้ว และเขาได้เข้าไปทำลายทรัพย์เดิมของผมซึ่งเป็นสวนยางพารา และได้ปลูกขึ้นมาใหม่ เพื่อจะได้ถือสิทธิ แต่ผมไม่เซ็นเอกสารใดๆ ทั้งสิ้น อยากทราบว่า การที่พี่สาวเอาเอกสารสิทธิไปขายให้แก่บุคคลอื่น โดยที่มิได้มอบอำนาจใดๆ นั้นถูกต้องหรือไม่ ผู้รับซื้อมีสิทธิที่จะเข้าไปทำกิน และทำลายของเดิมแล้วปลูกใหม่ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างว่าได้เข้าไปทำกินมาหลายปีได้หรือเปล่า
ผมในฐานะเจ้าของที่ดิน ถ้าเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินของตัวเอง จะถือว่า เป็นการบุกรุก หรือมีความผิดไหม และถ้าขออายัดทรัพย์สินทั้งหมดในที่ดินของผม ช่วยแนะนำด้วยครับว่า ควรทำอย่างไร
นพพร
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า เอกสารสิทธิที่คุณมีเป็น นส.3 ก. เป็นเอกสารสิทธิในการรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน และมีการระบุชื่อชัดเจนว่า เป็นของคุณ สิทธินั้นจะเป็นของคุณ แม้ว่าพี่สาวจะเอาไปขายให้แก่บุคคลอื่น แต่บุคคลอื่นก็ไม่มีสิทธิในที่ดินผืนนี้ ดังนั้น การที่เขาเข้ามาครอบครองสิทธิดังกล่าว ไม่ถูกต้อง เพราะบุคคลนั้นไม่มีสิทธิในที่ดินของคุณ รวมไปถึงพี่สาวนำไปขายไม่ได้ด้วย
สิ่งที่คุณควรทำในขณะนี้ คือ หาทนายความ และ ให้ทนายทำจดหมายยื่นให้แก่ผู้ที่เข้ามาใช้สิทธิบนที่ดินของคุณในขณะนี้ทราบว่า ต้องรื้อถอนทุกอย่างและย้ายออกจากที่ดินของคุณภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งอาจจะเป็น 30 วัน หากไม่ย้ายออกก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ถ้าหลังจากนั้น ไม่มีการย้ายออก คุณก็ต้องฟ้องเพื่อขับไล่ หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการของศาล ซึ่งศาลจะพิจารณาจากหลักฐานที่มีอยู่ แล้วก็อยู่ในดุลพินิจของศาลว่า จะมีคำพิพากษาอย่างไร
เนื่องจากคุณมีชื่อเป็นเจ้าของเอกสารสิทธิ อย่างไรเสีย ที่ดินแปลงนี้ก็เป็นของคุณ
ลุงแจ่ม



