
ชอนไชหัวใจนักวาด-เขียน
14 ก.ย. 2557
อมหมึกเคี้ยวกระดาษ : ชอนไชหัวใจนักวาด-เขียน หนังสือยุคใหม่ที่เริ่มวาดจนได้เรื่อง : โดย...ปลวกหวาน
หนังสือน่าอ่านในปัจจุบัน นอกจากเรื่องราวสาระจากตัวอักษรที่ถูกตีพิมพ์ลงบนกระดาษแล้ว ภาพประกอบในหนังสือก็ถือเป็นสำคัญ ที่มีส่วนช่วยให้หนังสือน่าหยิบจับมาอ่านมากขึ้น ทำให้นักเขียนในปัจจุบันอาจไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นนักเขียน อย่างสองนักวาดนักเขียนสุดเก๋แห่งสำนักปลาสีส้ม แซลมอนบุ๊คส์ 2 คนนี้...
สาวสวย"ปลารี่" พัชรกันย์ พิศาลสุพงศ์ และหนุ่มหล่อเข้ม อารักษ์ อ่อนวิสัย หรือ "ต๊อด เสลดทอย" (Sahred Toy) สองศิลปินที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการวาดรูปและไปเข้าตาสำนักพิมพ์จนได้ทำหนังสือเรื่องออกมาเป็นเล่มได้ในที่สุด
“ปลารี่” นักวาดภาพประกอบลายเส้นน่ารักประกอบกับการลงสีที่สดใส เข้าคู่กับเรื่องเล่าของเธอ ทำให้หนังสือหลายเล่มได้รับการแปลออกนอกประเทศ อีกทั้งภาพวาดของปลารี่ยังได้ไปจัดแสดงที่งาน Taipei International Book Exhibition 2014 ด้วย ปัจจุบันปลารี่มีผลงานพ็อกเก็ตบุ๊คสไตล์คอมิกเอสเสออกมาทั้งหมด 5 เล่ม คือ ‘ชีวิต 18-’ ‘OFFICE SISTA’ ‘ชีวิต 175 cm’ ‘PLANT vs. PRARIEX’ และล่าสุดชื่อเรื่อง‘โสดนี้อีกนาน’ จนทำให้เธอได้รับฉายาว่า “เจ้าแม่หนังสือสไตล์คอมิกเอสเส”
ปลารี่เล่าว่า จุดเริ่มต้นก่อนจะมาเขียนหนังสือมาจากตัวเองเป็นคนชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น และเริ่มฝึกวาดตามการ์ตูนที่ชอบ และพัฒนาค่อยๆ หาลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ หลังจากนั้นก็เริ่มต้นเขียนการ์ตูนลง Blog โดยสิ่งที่วาดตอนแรกเป็นไดอารี่ตัวหนังสือและมีรูปวาดประกอบ และขยับมาเล่าเป็นแบบการ์ตูนสั้นๆ จนมีโอกาสได้ออกหนังสือเล่ม
“ปลาเริ่มจากการวาดรูปมาก่อน พอต้องมาเขียนหนังสือก็ต้องฝึกการเรียบเรียง การผูกเรื่อง ฝึกทักษะการเขียนเพิ่มเติม โดยการดูจากงานของคนอื่นๆ ศึกษาว่าเขามีวีธีเล่า วิธีลำดับเรียบเรียงยังไง และเอามาปรับใช้กับงานของตัวเอง เพราะปลาคิดว่าการออกหนังสือหนึ่งเล่ม ภาพวาดและเนื้อเรื่องมีความสำคัญทั้งสองอย่าง ตัวหนังสือที่มีภาพประกอบ หรือภาพที่มีตัวหนังสือประกอบจะช่วยทำให้เรื่องมีความสมบูรณ์และเข้าใจง่ายมากขึ้น”
เจ้าแม่คอมิกเอสเส ยังบอกอีกว่า.. ภาษาของแต่ละคนจะมีสำนวนเป็นของตัวเอง เหมือนกับการวาดภาพ ที่นักวาดต้องหาลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจนของตัวเอง และทำให้ผู้อ่านจำงานของเราได้
เช่นเดียวกันกับนักวาดนักเขียนหล่อกิ๊ก “ ต๊อด เสลดทอย” ที่เห็นว่าเอกลักษณ์ของตนเองเป็นสิ่งสำคัญ ต๊อดเป็นศิลปิน " ป๊อปอาร์ต " เจ้าของคาแรกเตอร์ดิลโก้หรือจู๋ปลอมสีชมพูสดใส ที่งานชุกตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นตัวการ์ตูนในโฆษณาถุงถูกใส่ร้าย, ลวดลายบนกล่องถุงยางอนามัย หรือที่เห็นกันง่ายที่สุดก็เป็นสติกเกอร์ที่ติดหน้าร้านบาบีคิว พลาซ่า ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานจากฝีมือหนุ่มต๊อด
“ผมก็ รู้สึกโอเคเวลามีคนเรียกต๊อดจู๋ จริงๆ สายนี้ในโลกก็มีอยู่จำนวนนึงที่เอาเรื่องของอวัยวะมาเล่าอย่าง เมกุมิ อิการาชิ ศิลปินญี่ปุ่นที่สร้างงานจากจิ๋มตัวเอง สุดมาก เรานับถือคนทำอะไรจริงจังไม่ว่าเรื่องนั้นจะไร้สาระแค่ไหนก็ตาม มันสำคัญที่เขาจริงจังและหาเอกลักษณ์ของตนเองเจอ"
เปลี่ยนบทบาทจากนักวาดกลายเป็นนักเขียน มีการเตรียมตัวยังไง ต๊อด บอกว่า ในตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะเขียนหนังสือ ซึ่งคิดว่าตัวเองเขียนหนังสือไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ได้รับโอกาสดีๆ จาก บรรณาธิการสำนักพิมพ์แซลมอน ซึ่งตอนที่เขียนเรื่อง “อินดง อินเดีย” กองบรรณาธิการช่วยปรับแก้เยอะ โดยเฉพาะเรื่องความหยาบ เพราะตนใช้ภาษาที่ดิบมากและไม่ค่อยประติดประต่อ ก็ต้องพยายามปรับปรุงในการเขียนเล่มต่อๆ ไป
"การทำหนังสือออกมาเป็นเล่ม ภาพวาดและเรื่องราวมีความสำคัญทั้งคู่ ซึ่งต้องถามตัวเองก่อนว่าอยากให้อะไรสำคัญกว่ากัน อย่างผลงานของคุณนิ้วกลมแค่ให้ความสำคัญกับตัวหนังสือก็เพียงพอ ส่วนภาพแค่เอามาเสริม แต่ในลักษณะหนังสือของผมนั้นต้องการให้ทั้งสองอย่างผสมกัน ชนิดที่เอาอาหารทุกอย่างมารวมกันแล้วกินแบบงงๆ อาจจะไม่อร่อยแต่ชีวิตทำอย่างนั้นสักครั้งมันเป็นเรื่องน่าสนุก"
แง่คิดแสนสนุกเปี่ยมสาระ จากนักวาดนักเขียนทั้งสองหนุ่มสาวคนดังแห่งยุคสมัย คงสร้างสร้างแรงบันดาลใจให้หนอนนักอ่านได้ไม่มากก็น้อย...
ฝัน ก็แค่ภาพ ถ้าเราเชื่อและมุ่งมั่น..ภาพฝันจะเป็นจริง คุณว่ามั้ยล่ะ



