ไลฟ์สไตล์

ลุย 'พะโต๊ะ' แหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพ

ลุย 'พะโต๊ะ' แหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพ

14 ก.ย. 2557

ท่องโลกเกษตร : ลุย 'พะโต๊ะ' แหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพ แวะท่ามะพลาดูวิธีคัด 'มังคุด' ส่งออก : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
                            ผลจากการทำงานเชิงบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐ (ที่เกี่ยวข้อง) ทำให้ผลผลิตของผลไม้ในเกือบทุกภูมิภาคในปีนี้ไม่ค่อยมีปัญหา ทั้งในเรื่องผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสำเร็จดังกล่าว ตัวเกษตรกร เจ้าของสวน ตลอดจนการรวมกลุ่มของเกษตรกรถือเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
 
                            "ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ตามรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร "นำชัย พรหมมีชัย" และคณะล่องใต้ จ.ชุมพร ประตูสู่เมืองใต้ ดูระบบการจัดการฟาร์มสวนทุเรียน (จีเอพี) ต้นแบบเพื่อการส่งออกของเกษตรกรดีเด่นสาขาทำสวน "ฉัตรกมล มุ่งพยาบาล" ในฐานะประธานศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการคุณภาพทุเรียน ที่ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ และการบริหารจัดการมังคุดคุณภาพเพื่อการส่งออกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดท่ามะพลา หรือท่ามะพลาโมเดล ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน
 
                            ทันทีที่คณะเดินทางไปถึงศูนย์ ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากคณะผู้บริหารจังหวัดชุมพร นำโดยรองผู้ว่าฯ "ปฐม สาธิตานนท์" และคณะ จากนั้นร่วมกันแถลงข่าวถึงวัตถุประสงค์ในการนำคณะสื่อมวลชนมาศึกษาดูงานครั้งนี้ โดยรองอธิบดีนำชัย พรหมมีชัย พร้อมเผยความคืบหน้าในการขับเคลื่อนนโยบายระบบโซนนิ่งของกระทรวงเกษตรฯ และการนำ "MRCF System" มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร โดยกรมส่งเสริมการเกษตรในช่วงที่ผ่านมาจนปัจจุบัน
 
                            โดยรองอธิบดีนำชัยได้แจงรายละเอียดถึงสถานการณ์ผลไม้ของภาคใต้ ปี 2557 ล่าสุด (9 ก.ย.57) พบว่า มีปริมาณผลผลิตจำนวนทั้งสิ้น 583,419 ตัน ขณะนี้เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว 523,297 ตัน ในขณะที่พื้นที่ ภาคใต้ตอนบน ปริมาณผลผลิตรวม 427,136 ตัน โดยผลผลิตออกสู่ตลาดมากช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ซึ่งขณะนี้เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว จำนวน 404,547.33 ตัน คิดเป็นร้อยละ 94,71 คงเหลือที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวคิดเป็นร้อยละ 5.29 เท่านั้น เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงปลายฤดู
 
                            นำชัยเผยอีกว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาผลผลิตส่วนเกินและราคาตกต่ำระยะสั้น ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว เรามีการบูรณาการระหว่างจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มปรับปรุงคุณภาพไม้ผล และวิสาหกิจชุมชน มีการจัดตั้งจุดสกัดเพื่อป้องกันทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาทุเรียนตกต่ำ จัดคาราวานสินค้าผลไม้ไปจำหน่ายในจังหวัดนอกแหล่งผลิต จัดเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตและการตลาดผลไม้ แล้วก็มีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรในทุกอำเภอของ จ.ชุมพร
 
                            จากนั้นฉัตรกมล มุ่งพยาบาล เกษตรกรดีเด่นรองชนะเลิศระดับประเทศ สาขาอาชีพการทำสวน ในฐานะศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการคุณภาพทุเรียน อ.พะโต๊ะ ได้พูดถึงแนวคิดในการทำงาน โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้เกิดความมั่นคงยั่งยืนในอาชีพการทำสวน คือทำอย่างไรในการผลิตพืชให้มีรายได้รายวัน รายเดือนและรายปี โดยใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
 
                            "สวนทุเรียนแปลงนี้มีพื้นที่ 31 ไร่เศษ พืชหลักคือทุเรียน รอบสวนจะลงกล้วยน้ำว้าและปาล์มน้ำมัน ริมรั้วจะปลูกไผ่ลืมแล้งและหมาก ข้างๆ บ้านก็ปลูกพืชผักสมุนไพร ทำให้ผมมีรายได้ทุกวัน จากการขายพืชผัก รายเดือนเก็บหมาก ตัดปาล์มขายเดือนละ 1-2 ครั้ง รายปีก็ได้ทุเรียน ทุเรียนสวนผมส่งออกทั้งหมด ไปจีนและยุโรป ราคาส่งปีนี้อยู่ที่ 100-120 บาท/กก." ฉัตรกมลกล่าวอย่างภูมิใจ
 
                            หลังอิ่มอร่อยกับทุเรียนคุณภาพส่งออกปลายฤดู ผลผลิตจากสวนฉัตรกมล จากนั้นเดินทางไปยังวิสาหกิจชุมชนกลุ่มมังคุดศูนย์เรียนรู้การเกษตรท่ามะพลา ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน ฟังบรรยายสรุปท่ามะพลาโมเดล จากประธานกลุ่ม "สมพงษ์ จินาบุญ" ถึงจุดเด่นของกลุ่ม ในการพัฒนาคุณภาพผลผลิตทุกแปลง จนได้รับการรับรองตามมาตรฐานจีเอพี แต่ยังประสบปัญหาเรื่องราคาจำหน่าย จึงได้ทำการผลิตมังคุดคุณภาพเพื่อการส่งออก โดยให้ตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 เกรด และเป็นมาตรฐานของกลุ่มที่ใช้ในการประมูลผลผลิตจนถึงปัจจุบัน 
 
                            "มังคุดของเรา เบอร์ 1 ต้องผิวมัน หูเขียว น้ำหนัก/ผล 80 กรัมขึ้นไป เบอร์ 2 ผิวมัน เบอร์ 3 ผิวมัน หูเขียว น้ำหนัก 56-79 กรัม เบอร์ 4 ผิวมันลาย น้ำหนัก 56 กรัมขึ้นไป เบอร์ดอก น้ำหนัก 55 กรัมลงมาและเบอร์ดำ สีคล้ำถึงดำ" สมพงศ์กล่าวถึงการคัดเกรดมังคุดเพื่อตอบสนองทางด้านการตลาดและราคา โดยเบอร์ 1 นั้นปีนี้จะได้รับการประมูลอยู่ที่ 120 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่ดีเมื่อเทียบกับทุกๆ ปีที่ผ่านมา ในขณะที่เคยทำสถิติสูงสุดอยู่ที่กิโลกรัมละ 168 บาท โดยผลผลิตมังคุดเกรด 1 นั้นจะส่งออกทั้งหมด
 
                            นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จของเกษตรกรต้นแบบและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวสวนผลไม้ใน จ.ชุมพร ที่มีการพัฒนาคุณภาพผลผลิต จนเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งมีการรวมกลุ่มเพื่อต่อรองราคาแก้ปัญหาการถูกเอาเปรียบจากพ่อค้า โดยใช้วิธีการประมูล ภายใต้ "ท่ามะพลาโมเดล" ที่เป็นต้นแบบให้แก่กลุ่มเกษตรกรชาวสวนผลไม้ทั่วประเทศ
 
 
 
 
 
 
---------------------------------
 
(ท่องโลกเกษตร : ลุย 'พะโต๊ะ' แหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพ แวะท่ามะพลาดูวิธีคัด 'มังคุด' ส่งออก : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)