ไลฟ์สไตล์

สัมผัส...ฮอกไกโด ช่วงเวลาแห่งไออุ่น

สัมผัส...ฮอกไกโด ช่วงเวลาแห่งไออุ่น

14 ก.ย. 2557

ชวนเที่ยว : สัมผัส...ฮอกไกโด ช่วงเวลาแห่งไออุ่น : เรื่อง / ภาพ ... ชาลี วาระดี

 
                            "ฮอกไกโด" เป็นเกาะที่เปี่ยมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และหลากหลาย มีทิวทัศน์ที่งดงามตระการตา ในแทบทุกฤดูกาล  แน่นอนว่าความพรั่งพร้อมด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และอาหาร  กลายเป็นแม่เหล็กยักษ์ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกให้เดินทางมาสัมผัสที่นี่กันเป็นจำนวนมาก
 
                            เที่ยวบิน TG670 ของสายการบินไทย พาคณะนักเดินทาง  รวม 12 ชีวิต เหินฟ้าออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลาประมาณเที่ยงคืน มาถึงสนามบินชิโตเซะ ในเมืองซัปโปโร เมืองหลวงและศูนย์กลางความศิวิไลซ์ของฮอกไกโด ในรุ่งอรุณของวันใหม่
 
                            ก่อนหน้านี้ การเดินทางไปฮ็อกไกโด ต้องไปต่อเครื่องบินที่สนามบินนาริตะ แต่เมื่อปี 2555 สายการบินไทยได้เปิดเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-ซัปโปโรขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อรองรับต่อปริมาณผู้โดยสารที่มีความต้องการเดินทางไปญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการเดินทางครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวฮอกไกโด มาเป็นไกด์กิตติมศักดิ์นำเที่ยว เป้าหมายแรก คือ หมู่บ้านนินจา โนโบริเบ็ทสึ
 
                            "โนโบริเบ็ทสึ ดาเตะ จิไดมุระ อยู่ที่เมืองโนโบริเบ็ทสึในฮอกไกโด เป็นหมู่บ้านที่จำลองวิถีชีวิตของชาวเอโดะ ภายในหมู่บ้าน มีกิจกรรรมย้อนยุคมากมาย เช่น โชว์นินจาที่บ้านนินจาคาสุมิ, โชว์โออิรินที่โรงละครวัฒนธรรมญี่ปุ่น แอ็กชั่นโชว์ซามูไรกลางแจ้ง นักท่องเที่ยวนิยมไปที่ร้านอุทสึโรอิคัง เพราะมีชุดขุนนาง ซามูไร นินจา และชุดเจ้าหญิงโบราณของญี่ปุ่นมากมายให้เลือกสวมใส่ พร้อมมีบริการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วย 
 
                            จุดต่อไปที่เดินทางไปเยือนคือ โนโบริเบ็ทสึ ว่ากันว่าหากมาถึงโนโบริเบ็ทสึ เมืองตากอากาศขึ้นชื่อแห่งฮอกไกโด กรุณามาสัมผัสลมหายใจของแผ่นดินที่ "จิโกกุดานิ" ให้ได้ แล้วเติมเต็มความสุขด้วยออนเซ็นกลางแจ้งที่มีแต่ในญี่ปุ่น 
 
                            "หุบผานรกจิโกกุดานิ" มีลักษณะเป็นเนินเขา เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่อุบัติขึ้นจากร่องรอยของปล่องภูเขาไฟระเบิดภายหลังการปะทุของภูเขาไฟคุตตุละ  ตามหุบเขา จะมีรูพ่นแก๊ส หรือพุแก๊สจำนวนมากด้วย ซึ่งเป็นที่มาของ "หุบผานรก" นั่นเอง
 
                            สถานีต่อไปที่เราตั้งใจไปสัมผัส คือ อุทยานธรณีวิทยา ทะเลสาบโทยะ -ภูเขาไฟอุซุ (โทยะ โค -อุซุ ซัง) เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวเยี่ยมชมภูเขาไฟด้วยกระเช้าลอยฟ้า  ภูเขาไฟที่นี่ยังไม่ดับ มีการระเบิดมาแล้วถึง 4 ครั้ง ไม่น่าเชื่อครับว่า การระเบิดของภูเขาไฟอุซุ ทำให้เกิดภูเขาย่อมๆลูกใหม่ขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1943
 
                            วันต่อมา พลพรรคนักเดินทางจับรถไฟเจอาร์ไปยังสถานีปลายทาง โอนุมา  เพื่อปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ ขอบอกว่าตัวสถานีรถไฟกับทะเลสาบอยู่ใกล้กันมากๆ จักรยานก็เช่าเอาจากร้านใกล้ๆ สถานีรถไฟนั่นแหละ แม้เป็นช่วงสั้นๆ แต่การปั่นจักรยานไปตามทะเลสาบโอนุมา ก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เพลิดเพลินกับวิวสวยๆ เกาะแก่งทะเลสาบ ต้นไม้เขียวๆ น้ำใสๆ ฟ้าเป็นฟ้า มีภูเขาโคมะกะดะเค ป็นฉากหลัง 
 
                            สำหรับผู้ที่ชมชอบแง่มุมทางประวัติศาสตร์ แนะนำให้แวะไปเยือน เมืองฮาโกะดาเตะ ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งรุ่งอรุณ" มีประวัติย้อนหลังกลับไปยาวไกลหลายร้อยปี ตั้งแต่ครั้งที่ญี่ปุ่นเริ่มเปิดประเทศเลยทีเดียว ถือเป็นเมืองแรกที่มีการติดต่อค้าขายกับต่างชาติ  มีอีกชื่อเรียกในยุคสมัยนี้อีกชื่อหนึ่งว่า "เมืองแห่งดาว 5 แฉก"
 
                            ใช่ครับ...ผมกำลังพูดถึงสถานที่สำคัญของเมืองฮาโกดาเตะ นั่นก็คือ ป้อมปราการโกเรียวคาคุ และหอชมวิวโกเรียวคาคุ ทาวเวอร์ ก่อนจะไปเยี่ยมชมป้อมปราการใหญ่ อยากให้ไปขึ้นหอโกเรียวคาคุ  เพื่อชมวิวเมืองฮาโกะดาเตะ ในแบบพานอรามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิวรูปทรงดาว 5 แฉกของโกเรียวคาคุที่โด่งดังไปทั่วโลก 
 
                            ป้อมโกเรียวคาคุ สร้างโดยโตกูกาวะบาคุฟุ เมื่อปี ค.ศ.1857 ใช้เป็นปราการป้องกันการรุกรานจากต่างชาติ หลังจากสหรัฐอเมริกานำเรือรบมาบังคับให้ญี่ปุ่นยกเลิกนโยบายปิดประเทศ และขอทำสัญญาทางการค้ากับญี่ปุ่นในปี ค.ศ.1854  มีลักษณะเด่นและแตกต่างไปจากป้อมปราการอื่นๆ ในญี่ปุ่น เนื่องจากผู้ออกแบบปราสาทได้จำลองมาจากปราสาทของยุโรป  
 
                            หากไปเยือนฮอกไกโดแล้ว ไม่ได้ไปสัมผัสตลาดปลาสดยามเช้า Hakodate Morning Fish Market  ที่ฮอกไกโดแล้ว ถือว่า "พลาดพลั้ง" ครั้งใหญ่  เพราะอาหารทะเลที่นี่  "ถูก สด อร่อย"  มีให้เลือกซื้อทั้ง  ปลา หอย กุ้ง ปูปลาหมึก ไข่หอยเม่น สาหร่าย ไข่ปลาคาเวียร์  และสาหร่ายทะเล ฯลฯ รวมไปถึงผลไม้และผัดสด มีร้านถึงกว่า 450 แห่งให้เลือกเดินซื้อของตามความพอใจ
 
                            ออกจากตลาดปลาสด  คณะเดินทางก็มุ่งหน้าต่อไปยัง เมืองยากุโม  เมืองชนบทเล็กๆ ที่น่ารักของฮอกไกโดตอนใต้ แม้จะเป็นเมืองที่เพิ่งเกิดใหม่ อาคารบ้านเรือนดูทันสมัยในสไตล์ตะวันตก แต่ก็เต็มไปด้วยสีสันและสีสันด้วยมีคนรุ่นใหม่ที่เข้าไปอยู่อาศัย  ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม และเขียวสดชื่นในช่วงฤดูร้อน
 
                            ใครมาเยือนฮอกไกโด ก็ต้องปรารถนาอยากจะชิมผลไม้และผัดสด จากฟาร์มและไร่จำนวนมากที่มีผลิตผลออกป้อนตลาดในแต่ละฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ แอปเปิ้ล แคนตาลูป แตงโม ท้อ องุ่น สาลี่ ส้ม ลูกพลับ สตรอเบอร์รี่ ฯลฯ เมื่อนำมารวมเข้ากับผลิตภัณฑ์จากฟาร์มโคนมเช่น เนื้อ นม เนย และอาหารทะเลแล้ว ฮอกไกโด ก็กลายเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
                            ต่อจากนั้นก็ไปกันที่ ฟาร์มโคนมนิเซโกะ (Niseko Milk Farm)  เพื่อทำไอศครีมกัน  ทางฟาร์มถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่นำเสนอให้กับลูกค้าเป็นหมู่คณะตั้งแต่ 2-3 คนขึ้นไป งานนี้คุณลุงเจ้าของฟาร์มมาแนะเคล็ดวิชาทำไอศกรีมกันเลยทีเดียว 
 
                            หลังจากตระเวนไปตามแหล่งท่องเที่ยวของภาคใต้ฮอกไกโด  วันที่ 4 ของการเดินทางก็ดูจะผ่อนคลายลง เป้าหมายปลายทางอยู่ที่ศาลเจ้าฮอกไกโด เป็นวัดในศาสนาชินโต ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะมารุยามะ ในเมืองซัปโปโร
 
                            ระหว่างทางไปเมืองซัปโปโร เราแวะเยี่ยมร้านออนเซ็นแช่เท้าในเมืองโจซังเก  ชื่อ โคโคโระโนะ ซาโตะ โจซัง  หรือ hometown of the heart (วิมานใจ ) ร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ สวนขนาดเล็กน่ารัก มีเก้าอี้ไม้เก่าๆ แต่ดูดีมีสไตล์น่าหย่อนก้นลงไปนั่งยิ่งนัก ส่วนอีกโซนเป็นออนเซ็นแช่เท้าอยู่ด้านหลัง มีต้นเมเปิ้ลขึ้นแผ่กิ่งก้านปกคลุม ใบรูปแฉกเป็นสีส้ม กำลังอยู่ในขั้นตอนของการเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงทีเดียว บรรยากาศดูธรรมชาติมากๆ ที่นี่เปิดต้อนรับทั้งคนในเมืองและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นเหมาะสำหรับคนที่ชอบหรือแสวงหาความสงบ จะนั่งแช่เท้า นั่งเล่น นั่งอ่านหนังสือ  ค่าบริการก็ถูกแสนถูกมากเพียง 1,000 เยนต่อวัน
 
                            อากาศสบายๆ ในฤดูร้อนที่เมืองโจซังไก  ได้นั่งเอาเท้าแช่ออนเซ็น กินคุกกี้ชาเขียวอร่อย ตบตูดด้วยชาเปปเปอร์มิ้นต์เย็นๆ ดูใบเมเปิ้ลสีส้มอมแดง ฟังเสียงน้ำตกเล็กๆ ไหลระริกซอกซอนไปตามโขดหิน ไพเราะเหมือนดนตรีธรรมชาติ ...ช่างผ่อนคลาย ช่างบางเบารู้สึกสบายกายสบายใจจริงๆ
 
                            ไม่น่าเชื่อว่า ฮอกไกโดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดต้อนรับแขกผู้มาเยือนได้ทั้ง 4 ฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูร้อน ถือเป็นโชคดีของผมที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงฮอกไกโด ท่ามกลางสภาพอากาศที่สดใส สายลมที่สดชื่น แสงแดดที่ลูบไล้ผิวกายจนอบอุ่น
 
 
 
 
 
---------------------------------
 
(ชวนเที่ยว : สัมผัส...ฮอกไกโด ช่วงเวลาแห่งไออุ่น : เรื่อง / ภาพ ... ชาลี วาระดี)