ไลฟ์สไตล์

ถิ่นไทยงาม : เดินตลาด ถึง...เมียนมาร์

ถิ่นไทยงาม : เดินตลาด ถึง...เมียนมาร์

14 ก.ย. 2557

ถิ่นไทยงาม : เดินตลาด ถึง...เมียนมาร์

 
                            ตอนนี้ใครๆ ก็นับถอยหลัง เข้าสู่เออีซี หรือประชาคมอาเซียน อันเป็นการเชื่อมต่อถึงกันของบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียน เป็นครอบครัวใหญ่ หลายประเทศเริ่มมีการขยับปรับตัว เพื่อรองรับการหลั่งไหลไปมาหาสู่กันของมิตรประเทศ ประเทศไทยเองก็มีการปรับโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการท่องเที่ยว โชคดีหน่อยตรงที่สถานที่ท่องเที่ยวของไทยยังติดอยู่ในลิสต์ต้นๆ ของการเลือกมาท่องเที่ยว 
 
                            แน่นอนว่า นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ตรงจริตของผู้มาเยือนแล้ว เรื่องการต้อนรับ การบริการ สถานที่พักรองรับต่างๆ ก็มีการปรับตัวให้เหมาะสม ในการไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง สิ่งหนึ่งที่มองหา คือของฝาก จะเป็นของที่ระลึก ขนมขึ้นชื่อ ข้าวของเครื่องใช้ ให้รู้ว่า เมดอินประเทศนั้นๆ ก็ทำให้ผู้รับประทับใจได้ไม่น้อย และสิ่งเหล่านี้ ให้ดีต้องลองไปเดินหาตามตลาด  
 
                            ไปถึง กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนม่าร์ เดี๋ยวนี้ใช้เวลาเดินทางนิดเดียว มีสายการบินจากไทยไปลงที่ย่างกุ้ง รวมถึงสายการบินโลว์คอส ที่ออกเดินทางแต่เช้าบรื๋อ ไปถึงย่างกุ้งทันจิบชา-กาแฟ และกินอาหารมื้อเช้าเลยทีเดียว  
 
                            ตั้งต้นเดินท่องตลาดกันที่เจดีย์สุเล เจดีย์แปดเหลี่ยมลงรักปิดทอง สวยงามโดดเด่นอยู่กลางใจเมือง จนมีคำเปรียบเทียบว่า หากชเวดากองเป็นจิตวิญญาณของชาวพม่า เจดีย์สุเลก็คือหัวใจย่างกุ้ง จากเจดีย์สุเลสามารถเดินชมเมืองไปได้หลายมุมทีเดียว ทั้งฝั่งหนึ่งที่เป็นย่านตึกรามเก่าแก่สไตล์โคโลเนียล 
 
                            ไปอีกแยกหนึ่งก็จะพลุกพล่านกับตลาดสดที่เป็นย่านจับจ่ายซื้อของมีทั้งตลาดอินเดีย นึกเทียบไปก็ไม่ต่างจากพาหุรัดบ้านเรา หรือเลยขึ้นไป เป็นตลาดจีน ซึ่งก็คล้ายๆ กับย่านเยาวราชบ้านเรา ไปนั่งจิบชาข้างทางให้หายเหนื่อยแถวนี้ก็ได้   
 
                            อีกตลาดหนึ่งที่โด่งดัง ใครๆ ก็มักต้องไปเยือนเพื่อซื้อของฝาก ก็คือ ตลาดสก็อต สร้างขึ้นในปี 1926 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นตลาดอองซาน หรือ โบโย้กอองซาน (โบโย้กเป็นภาษาพม่า แปลว่า นายพล) จัดได้ว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในย่างกุ้ง ข้าวของที่ขายไม่ใช่หมูเห็ดเป็ดไก่ อาหารสด แต่ที่นี่เป็นตลาดอัญมณี ขึ้นชื่อเรื่องทับทิม และหยก รวมทั้งที่ตลาดนี้จะมี มุกสีทอง ที่หายากด้วย เป็นมุกจากทะเลอันดามัน ว่ากันว่ามีแค่ 2 ประเทศที่มีมุกสีทอง นอกจากพม่าแล้ว อีกประเทศก็คือ ออสเตรเลีย เป็นมุกจากทะเลใต้ 
 
                            เข้าไปที่ตลากโบโย้ก นอกจากร้านที่เปิดเป็นห้องค้า เรียงรายด้านหน้าแล้ว เดินเข้าตลาดผ่านแผงขายภาพวาด สีสันสวยงามเข้าไป ด้านในเป็นแผงขายอัญมณี ทั้งทับทิม ไพลิน รวมถึงมุก แต่ที่มีมากคือ หยก ซึ่งมีหลายเกรดให้เลือกซื้อหา โดยมากถ้าเป็นหยกเกรด A จะเป็นเม็ด ส่วนเกรด B-C จะทำเป็นกำไล หยกพม่าราคาไม่แพง เพราะมีเหมืองหยกนั่นเอง และเพื่อความมั่นใจ การเลือกซื้อหยก ควรเลือกจากร้านที่มีใบรับรองจากรัฐบาล ซึ่งจะมีระบุการรับรองไว้ที่ป้ายหน้าร้านเพื่อเรียกแขกกันทีเดียว  
 
                            นอกจากนี้ ยังมีร้ายที่ขายเครื่องทองเหลืองเก่า ตุ๊กตาไม้ แป้งทานาคา หรือทานาคาที่เป็นท่อนๆ กับหินสำหรับฝน ขนมถั่วตัด ชาพม่า ล้วนเป็นของฝาก ที่หาซื้อได้ง่ายในตลาดนี้เช่นกัน จนแต่ละคนที่ไปมักจะหอบหิ้วข้าวของมากันคนละถุงสองถุงใหญ่  
 
                            แม้ปัจจุบัน เริ่มมีห้างสรรพสินค้าจากต่างชาติเข้าไปเปิดตลาดในพม่า อย่างเช่น ห้างปาร์กสัน ของสิงคโปร์ แต่ก็ใช่ว่าพม่าจะปล่อยให้ความทันสมัยเข้าไปกลบความเป็นท้องถิ่นได้หมด และตลาดดั้งเดิมก็ยังเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปช็อป ชนิดที่ว่า ถ้าไม่ได้ไปก็เหมือนไปไม่ถึงพม่าทีเดียว