ไลฟ์สไตล์

เล่ามุมต่างผ่านจิตรกรรมฝาผนัง

เล่ามุมต่างผ่านจิตรกรรมฝาผนัง

11 ก.ย. 2557

ศิลปวัฒนธรรม : เล่ามุมต่างผ่านจิตรกรรมฝาผนัง

 
                   ศิลปินร่วมสมัย 7 คน จากประเทศไทยและเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนได้ตีความงานสะสมของพิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สัน ในรูปแบบของตัวเอง ผ่านนิทรรศการ "ทรานสมิชชั่น" สำรวจวิธีการส่งผ่านและแบ่งปันองค์ความรู้ทั้งระหว่างผู้คนและระหว่างกลุ่มคนที่ก้าวข้ามพื้นที่ และกาลเวลาว่าเป็นอย่างไร ซึ่งคำถามนี้ไม่อาจถูกถามขึ้นในช่วงเวลาอันประจวบเหมาะไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว เมื่อชาติต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเตรียมพร้อมรับการรวมตัวทั้งในเชิงการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมขึ้นเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปีหน้า
 
                   เมื่อมองผ่านพรมแดนชาติ ศิลปินแต่ละคนล้วนผสมผสานภูมิความรู้จากอดีต และประเพณีเดิมเข้ากับเทคนิคการสร้างงานศิลปะสมัยใหม่ ทั้งศิลปะนามธรรม ศิลปะเชิงแนวคิด และศิลปะสื่อใหม่ หรือ นิวมีเดีย เห็นได้ชัดกับผลงานชื่อ "ประวัติศาสตร์บนฝาผนัง" ของ สาครินทร์ เครืออ่อน ผู้เชี่ยวชาญทางจิตรกรรมไทยแบบประเพณี สร้างสรรค์ภาพเขียนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพจิตรกรรมฝาผนังของวัดสุทัศน์เทพวราราม ราชวรมหาวิหาร และวัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักที่สุดในกรุงเทพฯ หากแทนที่จะเล่าเรื่องราวเทพเทวดาบนสวรรค์ชั้นฟ้า สาครินทร์ กลับเลือกถ่ายทอดออกมาเป็นชีวิตประจำวันของคนธรรมดาๆ ที่มีขึ้นลง
 
                   หลังจากศึกษาภาพจิตรกรรมฝาผนังตามวัดต่างๆ ศิลปินเจ้าของผลงาน เปิดประเด็นให้ฟังว่า ภาพที่คัดเลือกมาจัดนิทรรศการเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลงานทั้งหมดที่เคยนำไปจัดแสดงที่ประเทศเยอรมัน พูดถึงบริบทของลักษณะความคิดของคนที่มีต่อสังคม ณ เวลานั้น จริงๆ แล้วภาพทั้งหมดคงไม่เรียกว่าเป็นจิตรกรรมฝาผนัง หากเป็นงานคัดเลือกลงบนแผ่นไม้ขนาดเล็ก ย่อส่วนจากที่เคยมีแล้วในฝาผนัง แต่ละอันมีเรื่องราวแตกต่างกันออกไป ทว่าสิ่งหนึ่งที่มีเหมือนกันคือไม่ได้พูดถึงเรื่องศาสนา หรือความเชื่อทางอุดมคติอะไรเลย แต่เป็นภาพวิถีชีวิตทั่วไปที่ซ่อนอยู่...
 
                   "จริงแล้วตามโบสถ์ วิหารวัดต่างๆ ที่อายุเก่าแก่ก็จะมีพระพุทธรูปประธานอยู่ตรงกลาง แล้วก็มีจิตรกรรมฝาผนังรายรอบ เราก็จะโฟกัสไปที่เรื่องราวศาสนา พุทธประวัติ หรือไตรภูมิ หรือความเชื่อตามอุดมคติที่มีต่อชีวิตเราเอง เป็นความรู้ที่ตกทอดต่อๆ กันมา เรื่องราวเหล่านี้ถ่ายทอดเป็นจิตรกรรมฝาผนังให้คนที่นับถือศาสนาเดียวกันซึมซับให้รู้ยิ่งขึ้น รวมถึงขยายความในคัมภีร์ให้กระจ่างแจ้งขึ้น เป็นผลให้สังคมมีความสงบสุข แต่ภาพต่างๆ ที่ผมคัดลอกมาเป็นภาพเล็กๆ ที่น่าสนใจคือวิถีชีวิต เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน" ศิลปินจิตรกรรมไทยประเพณี เกริ่นถึงที่มาที่ทำให้เกิดนิทรรศการครั้งนี้
 
                   ในความสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับความคิดความอ่านของจิตรกรยุคก่อน สาครินทร์ยกตัวอย่างภาพชายสองคนสูบบุหรี่และคุยกันในป้อมระหว่างเฝ้ายาม ซึ่งไม่เกี่ยวกับพุทธประวัติเลย แต่ผู้เขียนภาพพยายามสอดแทรกความเห็นส่วนตัวเข้าไป หรืออยากจะบอกเล่าในวิถีชีวิตที่ตัวเองสัมผัสมา โดนใช้แนวระนาบบนฝาผนังวัดเป็นสื่อกลาง หรือภาพสาวน้อยที่กำลังแอบมองชายหนุ่มผ่านทางช่องเล็กๆ อย่างตั้งใจ เช่นเดียวกับภาพหญิงสาวสองคนนั่งเอามือจับนมกันสื่อถึงเพศสภาพที่มีที่มาจากอดีต ทำให้เห็นว่าเรื่องราวของคนทั่วไปที่ดูไม่สำคัญแต่ศิลปินมองว่าสำคัญ เพราะอะไรที่ทำให้รู้เรื่องประวัติศาสตร์นั่นคือ "ความโรแมนติก" ชวนมองกลับไปว่าจริงๆ แล้วอะไรบางที่ไม่เป็นขนบหรือแบบแผน ทำให้ชีวิตประจำวันของคนมีความสุขขึ้น ซึ่งการหวนกลับไปดูอะไรที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง บางทีอาจทำให้เรามีตัวเลือกนอกเหนื่อไปจากเดิม
 
                   "ภาพบางภาพอาจดูไม่มีอะไร แต่ชวนคิดสำหรับผม อย่างภาพอดีตพุทธ หรือภาพพระพุทธเจ้าก่อนจะมาถึงองค์สุดท้าย ในจิตรกรรมฝาผนังภาพพระเวชสันดร จะเห็นมีธรรมเนียมการหมอบคลาน ซึ่งไม่แปลกอะไร สังคมไทยไม่ได้นั่งบนโต๊ะเก้าอี้ แต่เป็นสังคมติดพื้นมาแต่ไหนแต่ไร คนที่ให้ความเคารพอีกคนหนึ่งก็คือต้องยกย่องให้ความสำคัญ ซึ่งการยกย่องวิธีหนึ่งคือการทำตัวเองให้ต่ำลง เป็นวัฒนธรรมที่ไม่น่าตื่นเต้นอะไร หรือจิตรกรรมใน "สิม" หรือ โบสถ์ขนาดเล็กในแถบอีสาน มีการนำนิทานพื้นบ้านสอดแทรกเข้าไป โดยคนเขียนเขียนตามความเข้าใจ ความซื่อตรงไปตรงมา จึงกลายเป็นภาพจิตรกรรมที่คนชื่นชอบกันมาก เพราะมีความสด เป็นความใสซื่อที่พยายามอธิบายปรากฏการณ์ในสังคมได้อย่างไม่เสแสร้ง" เจ้าของภาพคัดลอกเล็กๆ แต่เปี่ยมเรื่องเล่าสะท้อนมุมมองส่วนตัวทิ้งท้าย
 
                   แนวคิดแตกต่างของศิลปินที่ถ่ายทอดเรื่องราวออกมา ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปิดกว้างของสังคมยุคก่อนที่แม้ตามจารีตสิ่งเหล่านี้อาจถูกกดไว้ แต่ในบริบทของศิลปะนั้นเปิดโอกาสให้สามารถสร้างสรรค์งานศิลป์ตามความคิดอ่านได้อย่างอิสระ เช่นเดียวกับศิลปินยุคนี้ที่ (แอบ) สอดแทรกมุมมองส่วนตัวไว้ในจิตรกรรมฝาผนังดังปรากฏเป็นข่าวอยู่เป็นระยะ แต่จะเพิ่มคุณค่าหรือลดราคางานศิลป์ปล่อยให้เป็นเรื่องของทัศนคติ
 
                   เอาเป็นว่า ผู้สนใจสามารถค้นคำตอบเพิ่มเติมได้ในประวัติศาสตร์บนฝาผนังไปจน 30 กันยายนนี้ ที่หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน ซอยเกษมสันต์ 2 กรุงเทพฯ