ไลฟ์สไตล์

'ปารีส' ที่ฉันเผลอรัก

'ปารีส' ที่ฉันเผลอรัก

07 ก.ย. 2557

เที่ยวนี้ขอเล่า : 'ปารีส' ที่ฉันเผลอรัก : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected]

 
                             ปารีสไม่เคยทำให้ใครหม่นเศร้า ลองได้พาสองเท้าไปจุ่มมหานครอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ คุณก็จะรู้ว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ  
 
                             เป็นอีกเที่ยวของการเดินทางที่มุ่งหน้าสู่ มหานครปารีส อันยิ่งใหญ่ สายการบินยูเครน อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลน์ (0-2652-6089) มีเที่ยวบินเข้าปารีส และอีกหลายเมืองในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ซูริค มิวนิค เบอร์ลิน แฟรงก์เฟิร์ต ลอนดอน บรัสเซลส์ โรม และอัมสเตอร์ดัม ใครที่กำลังมองหาตั๋วเข้าไปตะลุยยุโรป บอกเลยว่า ราคานอกจากราคาไม่ทำร้ายจิตใจแล้ว ที่นั่งและบริการก็สะดวกสบายด้วย   
 
                             ส่วนใครที่บินเข้าหัวเมืองอื่นในยุโรป ไม่ว่าจะมาจากอัมสเตอร์ดัม บรัสเซลส์ หรือลอนดอน ก็สามารถเดินทางมาหาปารีสได้ด้วยรถไฟยุโรป (www.raileurope.co.th) ยิ่งใครที่ซื้อตั๋วประเภทยูเรล โกลบอล พาสที่ใช้ได้ 24 ประเทศในยุโรปมาด้วย จะมาจากมุมไหนของยุโรปก็มาหาปารีสได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งตั๋วแบบนี้มีสิทธิประโยชน์มากมาย มีทั้งส่วนลดโรงแรม พิพิธภัณฑ์ และการเดินทางภายในประเทศ 
 
                             ปารีสเที่ยวก่อนพักแถวโอเปร่า เที่ยวนี้อยากเปลี่ยนบรรยากาศไปพักแถวย่านมงมาร์ตบ้าง หลังจากคลิกเข้าไปค้นในเว็บไซต์จองที่พักเจ้าประจำอย่างอโกดา (www.agoda.com) รายชื่อเรือนพักก็โผล่มาให้คัดตัวแน่นไปหมด แต่ชีวิตมาลงเอยที่โรงแรม Le Chat Noir Design Hotel (www.hotel-chatnoir-paris.com) เรือนพักสี่ดาวตกแต่งด้วยดีไซน์สุดเท่ที่อยู่ในทำเลเยี่ยมมาก นอกจากใกล้สถานีรถไฟใต้ดินแล้ว เดินแค่ไม่กี่อึดใจก็ถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในย่านนั้น ทั้งโบสถ์และแหล่งบันเทิงชื่อดังอย่างมูแรงรูจ อะไรไม่เริ่ดเท่านอนเอกเขนกจากเตียงนอนมองเห็นหอไอเฟิลได้สบายๆ 
 
                             ปากบอกไม่คิดถึงปารีส แต่พอสำรวจมงมาร์ตเสร็จ ฉันก็นั่งรถไฟใต้ดินพุ่งไปทำความเคารพสถานที่อันเป็นที่รักอย่างลูฟร์ก่อนสิ่งอื่นใด 
 
                             แล้ว พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ก็พิสูจน์ให้ฉันประจักษ์แก่ตาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นวันอาทิตย์แรกของเดือนที่เปิดให้เข้าฟรี หรือเป็นวันธรรมดา ลูฟร์ก็ไม่เคยอัตคัดแขกเหรื่อ ในอดีตลูฟร์คือพระราชวังใหญ่ที่สุดในยุโรป แต่ต่อมากลายเป็นพิพิธภัณฑ์ใหญ่ที่สุดในโลก เดิมทีไม่มีพีระมิดแก้วข้างหน้า แต่มาสร้างเมื่อปี 1989 นี้เอง สำหรับนักท่องพิพิธภัณฑ์ บอกเลยว่า แค่วันเดียวอาจไม่พอที่จะขลุกอยู่ในพิพิธภัณฑ์อันยิ่งใหญ่และเลอค่าแห่งนี้  
 
                             จะกี่เที่ยวๆ ฉันก็พบว่า ลูฟร์ออกจะใหญ่โต แต่จะมีอยู่ไม่กี่มุมที่คนไปยืนออกันแน่น นั่นคือมุมภาพวาดโมนาลิซา ซึ่งเป็นผลงานของจิตกรเอกของโลกอย่าง ลีโอ นาโด ดาวินชี่ อีกมุมคือรูปปั้นวีนัสในสมัยกรีก ที่จริงด้านในยังมีอีกหลายมุมที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นวิงวิคทอรี และห้องแสดงภาพเรื่องราวของนโปเลียน ซึ่งงานศิลปะมูลค่ามหาศาลเหล่านี้ ได้รับบริจาคมาจากพระราชวงศ์ฝรั่งเศส 
 
                             ย้ำอีกทีว่า ใครที่กะว่าจะมาตั้งใจเดินอ้อยอิ่งชมของทุกชิ้นอย่างรื่นรมย์ ต้องเดินเรื่อยเปื่อยในลูฟร์สักอาทิตย์หนึ่งถึงจะเต็มอิ่ม ส่วนฉันถึงจะดูงานศิลปะแบบซ้ำไปซ้ำมา แต่บอกได้คำเดียวว่ายังหลงรักลูฟร์ไม่เคยคลาย
 
                             ละจากลูฟร์ ฉันพาตัวเองไปเดินเล่นริมแม่น้ำเซน ให้ลมฤดูร้อนคลอเคลียอย่างไม่ถือสาหาความ ซัมเมอร์แบบนี้ใครๆ ก็พากันออกมายิ้มให้กับแสงแดด ไม่มีใครหม่นเศร้าใส่ปารีส  
 
                             เดินเพลินๆ รื่นรมย์ชมสวนและแม่น้ำ ประเดี๋ยวเดียวก็ถึงถนนที่ผู้มาปารีสทุกคนต้องพากันมารายงานตัว นั่นคือ ถนนชองป์เซลีเซ่
 
                             นักท่องตลาดอย่างฉัน หัวใจแทบไม่กระเพื่อมเมื่อย่างสองเท้าลงย่ำถนนชองป์เซลีเซ่ แต่ก็นั่นแหละนะ ถ้ามาปารีสแล้วไม่แวะไปหา ก็เกรงใจว่าถนนชองป์เซลีเซ่จะเขม่นใส่ จะอยู่ปารีสสั้นหรือยาว ยังไงก็ต้องแวะมาหาเสมอ
 
                             สำหรับใครที่อยากรู้ว่าปารีสเนื้อหอมแค่ไหน ต้องพาเท้าไปเดินเล่นบนถนนสายนี้ จากหัวถนนยันท้ายถนนคุณจะรู้แล้วว่า ปารีสฮอตล้ำหน้าทุกเมืองในยุโรป
 
                             ถ้าเป็นสมัยก่อนที่ถูกเรียกว่าถนนสายวัฒนธรรมของชาวปารีส ฉันคงเห็นด้วย แต่ถ้าเป็นยุคนี้ เรียกว่า ถนนสายช็อปปิ้งน่าจะเหมาะสุด หรือถนนสายแฟชั่นก็เหมาะเหมือนกัน เพราะมองไปทางไหนมีแต่คนแต่งตัวด้วยอาภรณ์ทันสมัยมาเดินกรีดกรายช็อปปิ้งในร้านค้าแบรนด์เนม 
 
                             ช็อปของหลุยส์วิตตองยังเป็นดาวเด่นประจำถนน ที่ด้านนอกยังคงแต่งแต้มเสน่ห์ด้วยดิสเพลย์ที่ไม่ธรรมดา ดีไซน์ล้ำนำสมัย ส่วนด้านในแน่นขนัดไปด้วยผู้นิยมชมชอบแบรนด์เนม จนทางร้านต้องใช้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อคุ้มกันกระเป๋าเยอะขึ้น  
 
                             ถนนยาวเกือบ 2 กิโลเมตรแห่งนี้ จึงมีแต่ความน่าตื่นตาตื่นใจเอาไว้ประดับมหานครปารีสอย่างไม่สร่างซา เรียกได้ว่า พระเจ้านโปเลียนที่ 3 มีวิชั่นล้ำเลิศ ที่ได้สั่งให้ตัดถนนสายนี้ขึ้น เพื่อทำให้ปารีสเป็นมหานครที่มีถนนหนทางกว้างขวาง และกลายเป็นถนนชื่อดังของโลกอย่างทุกวันนี้  
 
                             ทอดน่องท่องชองป์เซลีเซ่เสร็จ ไม่ลืมเดินไปยิ้มให้ประตูชัย จากนั้นเดินทางไปหอมแก้มหอไอเฟิล เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจเยี่ยมเยียนปารีส ไม่ได้ล่ำลากันอย่างอาวรณ์ เพราะรู้ดีว่าไม่ใช่เที่ยวสุดท้ายในปารีสแน่นอน เพราะบังเอิญว่าฉันเผลอรักปารีสไปเสียแล้ว
 
 
 
 
 
 
------------------------------
 
(เที่ยวนี้ขอเล่า : 'ปารีส' ที่ฉันเผลอรัก : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected])