ไลฟ์สไตล์

ซิตี้ ซีเอ็นจี : คุ้มหรือไม่คุ้ม

ซิตี้ ซีเอ็นจี : คุ้มหรือไม่คุ้ม

06 ก.ย. 2557

เปิดโลกยนตรกรรม : ซิตี้ ซีเอ็นจี คุ้มหรือไม่คุ้ม : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี

 
                             "ซิตี้" โฉมใหม่ ซีเอ็นจี รถเก๋งตัวใหม่ล่าสุดในตลาดที่เพิ่งออกตัวมาเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2557 โดยบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำฮอนด้าซิตี้ ซีเอ็นจี เครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตรพร้อมติดตั้งระบบ น้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซซีเอ็นจีจากโรงงาน
 
                             คงต้องบอกว่าซิตี้ เจนเนอเรชั่นที่ 4 ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคม 2557 นั้นเด่นในเรื่องรูปร่างหน้าตาอยู่แล้ว ฮอนด้าพัฒนาองค์ประกอบของรถทั้งดีไซน์ภายนอกและภายในได้อย่างที่เห็นความลงตัวของพื้นที่ใช้งาน ขนาดห้องโดยสาร ความอ่อนช้อยของเส้นสายและคุณภาพวัสดุที่ใช้ เรียกว่าอยู่ในชั้นแนวหน้าของกลุ่ม ในขณะที่คุณภาพการขับขี่ก็น่าประทับใจสำหรับรถเล็กๆ เช่นนี้ ส่วนเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเป็นเครื่องยนต์หลัก ของเดิมก็ใช้งานได้ดี เมื่อมาติดตั้งระบบเชื้อเพลิง 2 ระบบ (เบนซิน 91, E20 กับเอ็นจีวี) ก็ยิ่งทำให้รถน่าสนใจมากขึ้นไปอีก ซิตี้ ซีเอ็นจี จึงเหลือหัวข้อเดียวที่จะนำไปประเมินการตัดสินใจคือ "ราคา" ที่จ่ายเพิ่มขึ้นให้ระบบซีเอ็นจีคุ้มแค่ไหน อย่างไร
 
                             ผมไปขับรถคันนี้ตามคำเชิญของ ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เส้นทางกรุงเทพฯ-นครนายก เส้นทางตรงไปยังเขื่อนขุนด่านฯ เป็นกิจกรรมการขับที่กระชับรวดเร็ว คือ เช้าจากกรุงเทพฯ แล้วไปยูเทิร์นที่ร้านมีนา วิลล่า ดื่มกาแฟ แล้วขับกลับมากินข้าวเที่ยงที่กรุงเทพฯ เลย รวมระยะทาง 100 กิโลเมตรขาดเกินนิดหน่อย
 
                             ฮอนด้า ซิตี้ ซีเอ็นจี ใหม่ ติดตั้งระบบการจ่ายเชื้อเพลิงแบบก๊าซซีเอ็นจีจากโรงงาน สำหรับถังก๊าซซีเอ็นจีมีความจุ 65 ลิตร ผลิตจากเหล็กคุณภาพสูงทนทานต่อก๊าซแรงดันสูง ทั้งยังได้มีการออกแบบจุดยึดถังก๊าซและโครงสร้างตัวถังแน่นหนาตามมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมแผงกั้นถังก๊าซเพื่อแบ่งสัดส่วนพื้นที่ติดตั้งถังก๊าซและห้องสัมภาระด้านท้าย อีกทั้งช่วยป้องกันแรงกระแทกบริเวณห้องสัมภาระด้านท้าย สำหรับตำแหน่งหัวรับเชื้อเพลิงซีเอ็นจี ได้รับการออกแบบให้อยู่ใกล้กับจุดเติมน้ำมัน พร้อมลิ้นป้องกันการไหลย้อนกลับของก๊าซ สวิตช์เลือกปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานได้ระหว่างน้ำมันกับก๊าซซีเอ็นจี ไฟแสดงสถานการณ์ใช้และปริมาณก๊าซ โดยกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) ทำหน้าที่ประมวลผลการจ่ายก๊าซและช่วยตัดการจ่ายก๊าซ ระบบกันสะเทือนหน้า-หลังที่ได้รับการออกแบบเฉพาะสำหรับระบบซีเอ็นจี 
 
                             ซิตี้ ซีเอ็นจี ใหม่ มาพร้อมกับสัญลักษณ์ CNG ระบบอุปกรณ์ต่างๆ มีอำนวยความสะดวกพร้อม เช่นระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System) ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) วิทยุพร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สายบลูทูธ และ ECO Coaching พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยเหนือระดับในทุกรุ่น ประกอบด้วยตัวถังนิรภัย G-CON คาน Cross Bar ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ช่วยให้การบังคับพวงมาลัยเมื่อต้องการเบรกกะทันหัน และระบบกระจายแรงเบรกควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) 
 
                             สำหรับคนที่ใช้รถเล็กๆ ระดับ ซัพคอมแพค เช่นซิตี้ โดยพื้นฐานก็บริโภคน้ำมันไม่มาก ค่าน้ำมันพอรับได้เพราะเครื่องเล็กอยู่แล้ว เครื่องยนต์ i-VTEC 1.5 ลิตร รองรับทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซซีเอ็นจีนั้น ถ้าใช้ระบบน้ำมันจะให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 145 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบต่อนาที ส่วนระบบก๊าซซีเอ็นจีให้กำลังสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที ห่างกันอยู่ 17.64% ส่วนแรงบิด ห่างกัน 14.17% แม้ว่าตัวเลขของแรงม้าของเชื้อเพลิงจะแตกต่างกันแต่เวลาขับ ก็ไม่ค่อยรู้สึกว่าเป็นน้ำมันหรือก๊าซ ยกเว้นมองข้อมูลที่หน้าปัดหรือตอนเร่งจัดๆ สำหรับแรงบิดห่างกัน 14% ก็ไม่ค่อยรู้สึกว่าอัตราเร่งมันหายไปมาก สิ่งที่จับความรู้สึกได้มากกว่า คือช่วงล่างดีขึ้น นิ่งกว่าของซิตี้น้ำมัน รถมีการทรงตัวที่ดีมั่นคงมากขึ้น อาจจะเกิดจากน้ำหนักรวมที่เพิ่มขึ้น 165 กิโลกรัม รวมกับการเพิ่มจุดยึดในส่วนความแข็งแกร่งของห้องโดยสาร ด้วยเหล็กครอสบาร์ (เหล็กรูปกากบาท) เป็นตัวพยุงโครงสร้างด้านหลังไว้ วิศวกรบอกว่าช่วงล่างเซตใหม่ให้รองรับน้ำหนักถังก๊าซซีเอ็นจี มีความจุ 65 ลิตร ด้วย
 
                             ฮอนด้า ที่ขับมีรถ 3 คัน โดยขับคันละ 2 คน ผลการขับ ได้ค่าใช้จ่ายคือคันแรก 0.80 สตางค์ต่อ 1 กิโลเมตร คันที่ 2 ได้ 0.51 สตางค์ต่อ 1 กิโลเมตร และคันที่ 3 คือ 0.42 สตางค์ต่อ 1 กิโลเมตร ความเร็วเดินทางไม่อ้อยอิ่งแถมมีรีบเร่งด้วยซ้ำไป 
 
                             ซีเอ็นจี ใหม่ ขึ้นชื่อว่า ประหยัดแน่ ความคุ้มค่าที่จะจ่าย 3 รุ่น ได้แก่ S CNG(MT) ราคา 612,000 บาท, S CNG (AT) ราคา 651,000 บาท, V CNG (AT) ราคา 711,000 บาท เฉลี่ยแพงกว่าปกติประมาณ 4 หมื่นบาท คิดเสียว่าเป็นค่าติดอุปกรณ์จากโรงงาน ที่ปลอดภัยหายห่วง สรุปรวมแล้ว ซิตี้ ซีเอ็นจี น่าใช้ครับ
 
 
 
 
 
------------------------------
 
(เปิดโลกยนตรกรรม : ซิตี้ ซีเอ็นจี คุ้มหรือไม่คุ้ม : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี)