ไลฟ์สไตล์

ทับทิม อัญมณีแห่งการรักษาโรค

ทับทิม อัญมณีแห่งการรักษาโรค

05 ก.ย. 2557

ดูแลสุขภาพ : ทับทิม อัญมณีแห่งการรักษาโรค

 
                            ทับทิม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Punica granatum L. ชื่อวงศ์ PUNICACEAE และมีชื่ออื่นๆ เช่น พิลา พิลาขาว มะก่องแก้ว มะเก๊าะ มีลักษณะเป็น ไม้พุ่ม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม ดอกสีแดง ผลกลม มีเมล็ดจำนวนมาก เนื้อหุ้มเมล็ดสีชมพูหรือชมพูอมแดง 
 
                            ทับทิม เป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ของหลายชนชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ซึ่งเชื่อว่า ทับทิมเป็นไม้มงคล ใบหรือกิ่งสามารถขับไล่ภูตผีปีศาจได้ และมักใช้ใบทับทิมแช่น้ำล้างหน้าล้างมือหลังกลับจากงานศพ เพื่อมิให้วิญญาณติดตามเข้ามาในบ้าน และกำจัดโชคร้าย คนชาติพันธุ์ไททุกกลุ่ม ก็มีความเชื่อเรื่องความเป็นไม้มงคลนี้เช่นเดียวกัน ทับทิมจึงมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า พิลา ซึ่งเพี้ยนมาจาก ผีลา คือ ถ้ามีต้นทับทิมแล้วผีก็ลาจากหน้าบ้านไปเลย ทำให้ทั้งคนจีนและคนไทยนิยมปลูกทับทิมไว้ตามบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งยังเป็นไม้ประดับไม้ผลที่สวยงาม เปลือกและผลใช้ย้อมผ้าให้เป็นสีเขียว ถ้านำไปผสมกับขมิ้นหรือครามก็จะได้สีน้ำตาลอมแดง 
 
                            หากมองอีกนัยหนึ่ง การปลูกทับทิมไว้ใกล้ๆ บ้าน น่าจะเป็นอุบายของคนโบราณที่ทำให้มียาไว้ใช้ได้ทันท่วงที เพราะทับทิมสามารถใช้เป็นยาได้ทุกส่วน สรรพคุณเด่น คือ มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค โดยเฉพาะโรคท้องเสีย ในสมัยก่อน ทับทิมช่วยให้คนรอดตายจากท้องร่วงท้องเสียกันมานักต่อนัก นอกจากนี้ยังใช้รักษาแผล ฝี หนอง รวมทั้งเป็นยาขับพยาธิได้ดี ในงานวิจัยสมัยใหม่ต่างก็ยืนยันสรรพคุณของทับทิม หากเชื้อโรคดื้อยาแผนปัจจุบันมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตมนุษย์อาจจะต้องหันมาพัฒนายาฆ่าเชื้อจากสมุนไพรที่มีศักยภาพ และหนึ่งในนั้นก็คือ ทับทิม นั่นเอง
 
                            ความเชื่อของชาวจีนเกี่ยวกับทับทิมอีกอย่างหนึ่ง คือ เป็นผลไม้มงคลในวันแต่งงาน เพราะผลทับทิมซึ่งมีเมล็ดอยู่มากมาย ซึ่งหมายถึงการมีลูกหลานมากมาย ในพิธีแต่งงานชาวจีนจะปักยอดทับทิมไว้บนผมเจ้าสาว และให้ผลทับทิมเป็นของขวัญแก่บ่าวสาว เป็นการอวยพรให้มีบุตรชายและลูกหลานมากๆ ทับทิมจึงเป็นสัญลักษณ์ของการดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์และความอุดมสมบูรณ์ 
 
                            จากความเชื่อดังกล่าวมีความสอดคล้องกับสิ่งที่หมอโบราณมักจะสอนให้ลูกศิษย์ว่า ถ้าอยากรู้ว่าสมุนไพรใดแก้โรคใดให้ดูจากลักษณะของมัน ถ้าคล้ายกับอวัยวะส่วนไหนก็จะช่วยรักษาอวัยวะนั้น ซึ่งรูปทรงของผลทับทิมนั้น ละม้ายคล้ายคลึงกับเต้านมผู้หญิง เมล็ดสีแดงถ้าจะเปรียบก็คงเหมือนเม็ดเลือด ซึ่งหมอยาไทยใหญ่บอกว่า ทับทิมมีประโยชน์กับมนุษย์มาก กินแล้วบำรุงร่างกาย แก้ร้อนในกระหายน้ำ ทำให้เลือดลมเดินสะดวก ผู้หญิงควรกินเป็นประจำจะทำให้มีลูกหลานมากมาย ดีต่อผู้หญิงท้อง ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส 
 
                            ถึงแม้ว่าหญิงสาวสมัยนี้ จะไม่ปรารถนาจะมีลูกมากเหมือนคนรุ่นย่ารุ่นยายอีกแล้ว แต่ไม่ควรมองข้ามประโยชน์ของทับทิม เพราะมีการวิจัยใหม่ๆ ซึ่งพบว่า น้ำทับทิมมีผลลดการเกิดมะเร็งเต้านม และมะเร็งผิวหนัง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีประโยชน์ต่อหัวใจ ช่วยป้องกันมะเร็ง ผู้หญิงหากรับประทานทับทิมเป็นประจำ จะได้รับวิตามินและเกลือแร่ที่เป็นประโยชน์มากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม และโอสถสารอื่นๆ อีกมากมาย
 
 
 
ตำรับยา 
 
 
                            ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน ให้นำเนื้อในของผลสุก 1 ลูก คั้นเอาแต่น้ำดื่ม ยานี้เหมาะสำหรับคนท้อง ให้ดื่มตอนเช้าครั้งละ 1 แก้ว ในขณะท้องว่าง 
 
                            ยาน้ำกัดเท้า ให้นำเปลือกลูกทับทิมตากแห้ง ฝนกับน้ำปูนใสให้ข้นๆ ล้างเท้าและเช็ดง่ามนิ้วให้สะอาด ทำทุกครั้งที่ไปเหยียบย่ำน้ำกลับมา 
 
                            ยาแก้ผมร่วง นำใบทับทิมบดกับน้ำ ทาวันละ 2 ครั้ง 
 
                            ยาแก้พิษหนู แมงป่อง ตะขาบ ผึ้ง ใช้ใบทับทิมบด นำมาทาบริเวณที่เป็นบ่อยครั้ง 
 
                            บำรุงผิวหน้า ทำให้นุ่มกระชับ ใช้ใบทับทิมมาทุบแล้วคั้นน้ำ ผสมกับน้ำจากเม็ดทับทิม ทาบริเวณใบหน้า 
 
                            ยาแก้ท้องเสีย ให้นำยอดต้นทับทิมมาต้มกับพริกป้อมกิน หรือนำใบทับทิม หรือยอดมาย่างไฟอ่อนๆ นำมาต้มกับน้ำสุก แล้วนำน้ำสุกมารับประทานแก้ท้องเดิน 
 
                            ยาแก้เล็บขบ ให้นำยอดทับทิมเจ็ดยอด ข้าวเหนียวเจ็ดเม็ด บดผสมกัน พอกเล็บขบ 
 
                            ยาแก้สิว ใช้น้ำลูกทับทิมบีบใส่สิว ทาให้ทั่วหน้า หลังจากนั้นเม็ดสิวจะยุบลงและไม่มีรอยด่างดำ 
 
                            ในสมัยโบราณมีการใช้น้ำทับทิมเป็นโอสถชูกำลังบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น โดยใช้ทับทิมสุกเต็มที่ ผลใหญ่ 8 ผล และน้ำตาล 175 กรัม ซึ่งมีวิธีการทำดังนี้
 
                            1.ใช้มีดคมฝานเปลือกทับทิมออกทั้งลูก
 
                            2.แกะเม็ดทับทิมออก บีบผลทับทิมเบาๆ เพื่อช่วยให้เม็ดหลุดจนหมดทีละซีก 
 
                            3.ซักผ้ามัสลินหรือผ้าขาวบาง ในน้ำสะอาดเปล่าๆ บิดให้แห้งสะบัดผ้า แล้วนำมาห่อเม็ดทับทิม จากนั้นให้บีบคั้นน้ำทับทิมใส่ถ้วยที่เตรียมไว้ 
 
                            4.ต้มน้ำทับทิมและน้ำตาลในหม้อด้วยไฟอ่อนๆ คนจนน้ำตาลละลายหมด เมื่อเดือดแล้วลดไฟอ่อนที่สุด เคี่ยวต่อไปอีก 10 หรือ 15 นาที จนกระทั่งน้ำเชื่อมข้นพอสมควร จึงยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วจึงบรรจุขวดที่ฆ่าเชื้อแล้ว เก็บไว้ใช้
 
 
 
 
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
 
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
 
โทร.0-3721-1289