ถือเป็นผู้ที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าสำคัญให้เกิดขึ้นในกระทรวงวัฒนธรรรม(วธ.) “วีระ โรจน์พจนรัตน์” ที่เคยนั่งตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม" คนที่ 3 และเกษียณอายุราชการไปแล้ว กลายมาเป็น "รัฐมนตรีวัฒนธรรม" คนที่ 13 และยังถือเป็นข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรมคนแรกที่ขึ้นมาเป็น "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม"
ลูกหม้อผู้นี้ของกระทรวงวัฒนธรรรม เริ่มต้นชีวิตราชการครั้งแรกตำแหน่งสถาปนิก 3 ประจำโครงการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมศิลปากร ตั้งแต่ปี 2521 เติบโตในหน้าที่จนขึ้นเป็น "ปลัดวธ." (2549 - ก.ย. 2553) และด้วยพิษการเมืองสมัยรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ทำให้ต้องไปรั้งตำแหน่ง"ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ" ตุลาคม 2553 - 30 กันยายน 2555
ด้วยประวัติการทำงานที่ โปร่งใส ตรวจสอบได้ เมื่อครั้ง "คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ" มาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้เปิดเผยเหตุผลที่เลือก “วีระ โรจน์พจนรัตน์” มาเป็นปลัด วธ. ว่า เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับงานด้านศิลปะ ศาสนา และวัฒนธรรม มีผลงานและมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการงาน วธ. เป็นอย่างดี มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความรู้เป็นผู้นำ และสามารถประสานการบริหารทั้งภายในและภายนอก วธ. จน "คุณหญิงไขศรี" ออกปากการันตีให้ว่า “ดิฉันขอรับรองการเสนอแต่งตั้งนายวีระเป็นปลัด วธ. และรับผิดชอบอย่างเต็มประตูเลย ถ้าไม่ดี รัฐมนตรีลาออก”
ดังนั้น เมื่อได้รับความวางใจให้มีชื่อเป็น รมว.วัฒนธรรม ของ รัฐบาล "ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ก็อาจมาจากเหตุผล 3 ข้อหลักๆ ที่ “วีระ โรจน์พจนรัตน์” เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดนั่นคือ เหตุผลที่ 1.รู้งาน ทำงานวัฒนธรรมมาตลอดชีวิต ข้อดี ข้อเสีย ปัญหาอุปสรรคทุกอย่างเรียกได้ว่าหลับตาทำงานยังทำได้ อยู่ในสายเลือด เหตุผลที่ 2.รู้คน รู้จักข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทุกคนในกระทรวง มีทีมที่เคยทำงานร่วมกันมา รู้จักว่าจะใช้งานใครแบบไหน และเหตุผลที่ 3.รู้จักประสานงาน ที่ผ่านมามีบทบาทเป็นตัวกลางประสานทุกกรมทำงานร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นกรมศิลปากร กรมการศาสนา สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ก็สามารถที่จะทำหน้าที่มือประสานได้หมด ในขณะเดียวกันข้าราชการทุกคนก็รู้ว่า รมว.วัฒนธรรม คนนี้เป็นคนทำงานตรงไปตรงมา
เหตุผลที่ครม.ชุดใหม่มีเวลาทำงานน้อย แต่งานเป็นรูปธรรม เรียกได้ว่า “ไม่มีเวลาฮันนีมูน” รมว.วัฒนธรรม จึงต้องรับภาระงานเร่งด่วนขับเคลื่อนงานมิติวัฒนธรรมตามนโยบายของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณให้ วธ.จำนวน 6,890 ล้านบาท เน้นการดำเนินงานภายใต้ 5 แผนงานหลัก ดังนี้
1.แผนงานสร้างความสุข 2.แผนงานสร้างความปรองดอง 3.แผนงานสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม 4.แผนงานส่งเสริมอัตลักษณ์ความเป็นไทย และต่อยอดอุตสาหกรรม วัฒนธรรมสร้างสรรค์ และ 5.แผนงานสร้างภาพลักษณ์ความเป็นไทยสู่สากล
ยกตัวอย่าง อาทิ แผนสร้างความสุขของคนในชาติในระยะยาว นั่นคือ การทำงานประชาชนมีความสุข มีรายได้อย่างยั่งยืน อาทิ การสร้างภาพยนตร์เพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรม การส่งเสริมค่านิยม 12 ประการ และศูนย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการทางวัฒนธรรมให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น อยู่ได้ด้วยตัวเอง ฯลฯ
เกียรติประวัติ-ผลงาน"
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ เกิดวันที่ 11 มีนาคม 2495 อดีต ข้าราชการบำนาญ ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย อาทิ ประธานมูลนิธิเผยแผ่ศาสนาและพัฒนาคุณภาพชีวิต ,กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภามหาวิทยาลัยพะเยา,ผู้ตรวจสภาสถาปนิกฯ,ผู้บรรยายพิเศษสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งชาติ,อนุกรรมการอุทยานการเรียนรู้ (TK Park)
ประวัติการทำงาน : ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ปลัดวธ.,รองปลัดวธ.,รองอธิบดีกรมศิลปากร,เลขานุการกรมศิลปากร,ผู้เชี่ยวชาญด้านบูรณะปฏิสังขรณ์ (สถาปนิก 8),สถาปนิก 3 ประจำโครงการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
ผลงานด้านบริหาร : รณรงค์เรื่องคุณธรรมจริยธรรมสำหรับข้าราชการและจรรยาบรรณวิชาชีพขององค์กรเอกชน ,โครงการพัฒนาศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยให้เป็นพื้นที่บริการทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติ ประกอบด้วย หอศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โรงละครแห่งใหม่ ห้องสมุดวัฒนธรรม ลานวัฒนธรรม อาคารสำนักงานกระทรวงวัฒนธรรม,ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ,การรณรงค์ส่งเสริมความเป็นไทย,การนำมิติทางวัฒนธรรมพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
บุคคลดีเด่นที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ ,ศิษย์เก่ารัฐศาสตร์ดีเด่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.),รางวัลสถาปนิกดีเด่นด้านสังคมและวัฒนธรรม จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์,คนดีศรีพิจิตร และศิษย์เก่าดีเด่นมธ.ในโอกาสวันสถาปนามธ.ปีที่ 80 เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2557